แชร์ลิ้งค์นี้ : https://ด่วน.com/cnvo | ดู : 10 ครั้ง จากทั้งหมด 84 ครั้ง ในรอบ 30 วัน
ในวันอาทิตย์ที่-28-ธันวาคมนี้-รัฐบาลทหารพม่า-(sspc)-เตรียมจั
  • ในวันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคมนี้ รัฐบาลทหารพม่า (SSPC) เตรียมจัดการเลือกตั้งเฟสแรกในพื้นที่ 102 อำเภอ จากทั้งหมด 330 อำเภอทั่วประเทศ และมีแผนจัดการเลือกตั้งเฟสที่ 2 และ 3 ในพื้นที่ซึ่งกองทัพพม่ายังสามารถควบคุมได้ภายในเดือนมกราคมปีหน้า นักวิชาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเห็นตรงกันว่า การเลือกตั้งดังกล่าวไม่เท่ากับการคลี่คลายวิกฤตหรือการเดินหน้าสู่สันติภาพ หากแต่สะท้อนความเปราะบางของประเทศที่ยังอยู่ในภาวะสงครามกลางเมือง การแบ่งจัดเลือกตั้งเป็นหลายเฟสชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลทหารยังไม่สามารถควบคุมพื้นที่ได้อย่างเบ็ดเสร็จ และยังต้องพึ่งปฏิบัติการทางทหารเพื่อเปิดทางให้กระบวนการเลือกตั้งดำเนินต่อไป
  • ส่วนสถานการณ์ภายในประเทศ รัฐบาลทหารพม่ากำลังเผชิญแรงต้านภายในประเทศอย่างหนัก ทั้งจาก รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ที่เรียกร้องให้ประชาชนคว่ำบาตรการเลือกตั้ง กองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์อย่างสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ประกาศไม่ยอมรับความชอบธรรมของกระบวนการจัดเลือกตั้งโดยกองทัพพม่า รวมถึงการเคลื่อนไหวของขบวนการประชาชน ซึ่งล่าสุดรัฐบาลทหารพม่าตั้งค่าหัว 20 ล้านจ๊าต หรือเกือบ 3 แสนบาท ไล่ล่า ‘นายแพทย์เตซาซาน’ หลังเขาปรากฏตัวนำการชุมนุมต่อต้านการเลือกตั้งในเมืองมัณฑะเลย์ สถานการณ์เหล่านี้สะท้อนว่าการเลือกตั้งกำลังเดินหน้าไปพร้อมกับการปราบปราม ความหวาดกลัว และการทำให้ฝ่ายเห็นต่างกลายเป็น “ผู้ก่อการร้าย”
  • เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี (ANFREL) เผยแพร่รายงานประเมินที่ระบุว่าการเลือกตั้งของรัฐบาลทหารพม่าขาดทั้งความโปร่งใสและความชอบธรรม ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานประชาธิปไตยสากล และมีแนวโน้มจะยิ่งซ้ำเติมความรุนแรงมากกว่าคลี่คลายความขัดแย้ง การเลือกตั้งภายใต้การควบคุมของกองทัพ ไม่เพียงไม่ช่วยยุติสงคราม แต่ยังเปิดทางให้การละเมิดสิทธิมนุษยชนดำเนินต่อไป พร้อมส่งผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

กกต.พม่าฝึกอบรมการใช้เครื่องลงคะแนนเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์ MEVM เมื่อ 25 มีนาคม 2568 ที่มา: Myanmar Ministry of Data

รัฐบาลทหารพม่า (SSPC) เตรียมจัดการเลือกตั้งเฟสแรกในวันอาทิตย์ที่ 28 ธ.ค. 2568 ในพื้นที่ 102 อำเภอ จากทั้งหมด 330 อำเภอทั่วประเทศ และจะทยอยจัดการเลือกตั้งเฟสที่สองในวันที่ 11 มกราคม 2569 รวม 100 อำเภอ และล่าสุดมีแผนจัดการเลือกตั้งเฟสที่สามในวันที่ 25 มกราคม 2569 อีก 63 อำเภอ ลดลงจากแผนเดิมที่จะจัดเลือกตั้ง 72 อำเภอ ขณะที่มีถึง 65 อำเภอจะไม่จัดการเลือกตั้ง อันเนื่องมาจากผลของสงครามกลางเมืองที่ทำให้ไม่สามารถควบคุมพื้นที่ซึ่งอยู่ภายใต้การยึดครองของกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ ทั้งกลุ่มที่สู้รบกับรัฐบาลทหารพม่า และรวมไปถึงกลุ่มที่หยุดยิvแต่สถานการณ์ในพื้นที่ไม่สงบหรือไม่ยอมให้ทางการพม่าเข้าพื้นที่

การเลือกตั้งที่รัฐบาลทหารพม่าเตรียมจัดขึ้น เกิดขึ้นหลังกองทัพพม่าทำรัฐประหาร 1 กุมภาพันธ์ 2564 และฉีกผลการเลือกตั้ง 8 พฤศจิกายน 2563 ที่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) นำโดยอองซานซูจี ชนะเลือกตั้งท่วมท้นเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน โดยปัจจุบันแกนนำรัฐบาลยังคงถูกคุมขังรวมทั้งประธานาธิบดีวินมิ้นต์ และที่ปรึกษาแห่งรัฐ อองซานซูจี ขณะเดียวกันผลจากการปราบปรามผู้ประท้วง ทำให้มีผู้เสียชีวิตและถูกจับกุมจำนวนมาก จากการเก็บข้อมูลของ สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมืองพม่า (AAPP) จนถึง 24 ธันวาคม 2568 ระบุว่า มีผู้ถูกจับกุมหลังรัฐประหาร 30,187 ราย และขณะนี้ยังถูกคุมขัง 22,679 ราย มีผู้ถูกสังหาร 7,627 ราย

การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นมีพรรคการเมือง 57 พรรคลงแข่งขัน โดยพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา หรือ USDP ซึ่งเป็นพรรคที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ ส่งผู้สมัครมากที่สุด อย่างไรก็ตาม พรรคการเมืองที่สำคัญและชนะการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาถูกแบน ถูกยุบพรรค ไม่ได้เข้าร่วมการเลือกตั้งอย่างน้อย 40 พรรค ซึ่งในจำนวนนี้รวมทั้งพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) และพรรคสันนิบาตแห่งชาติรัฐฉานเพื่อประชาธิปไตย (SNLD)

พล.ท. หน่ายหน่ายอู ผู้บัญชาการหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (BSO) ที่ 2 กองทัพพม่า ลงพื้นที่ตรวจแนวหน้าการสู้รบในเขตเมืองหนองเขียว ช่วงเดือนสิงหาคม โดยล่าสุด กกต.พม่าประกาศจัดเลือกตั้งเฟสแรก 28 ธ.ค. ที่เมืองหนองเขียว (ที่มา: The Irrawaddy/ ข่าย์ซอ)

ขณะเดียวกันหลังการปราบปราม ทำให้มีนักศึกษาและข้าราชการหนีเข้าไปในพื้นที่ชนบทเพื่อเข้าร่วมกับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ และกองกำลังพิทักษ์ประชาชน (PDF) จับอาวุธต่อสู้กับกองทัพพม่า

แม้รัฐบาลทหารพม่าจะเสียไปหลายเมืองและไม่สามารถควบคุมพื้นที่ได้เกินครึ่งประเทศ แต่ยังคงวางแผนจัดการเลือกตั้งแบ่งเป็น 3 ระยะดังกล่าว ขณะที่มี 65 อำเภอที่รัฐบาลทหารพม่าประกาศแล้วว่าจะไม่จัดเลือกตั้ง เนื่องจากเป็นพื้นที่ยึดครองโดยกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ที่ต่อต้านรัฐบาลทหาร เช่น กองกำลังอาระกัน (AA) กองกำลังแห่งอิสรภาพกะฉิ่น (KIA), สภาชินแลนด์ (Chinland Council/CC), ภราดรภาพชิน (CB), กองกำลังกะเรนนี (KA) และพันธมิตร 4K, กองกำลังปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) รวมทั้งกองกำลังพิทักษ์ประชาชน (PDFs) และยังมีพื้นที่ๆ จะไม่จัดการเลือกตั้ง ในพื้นที่ของกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ที่ตกลงหยุดยิv แต่สถานการณ์ในพื้นที่ไม่สงบหรือไม่ยอมให้ทางการพม่าเข้าพื้นที่ เช่น กองกำลังโกก้าง (MNDAA) กองกำลังตะอาง (TNLA) กองทัพสหรัฐว้า (UWSA) และกองกำลังเมืองลา (NDAA) ในพื้นที่รัฐฉาน ทั้งนี้แม้แต่ในพื้นที่ๆ จะจัดการเลือกตั้งหลายพื้นที่ก็ยังมีความเคลื่อนไหวของกองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารพม่า

เลือกตั้งอำพราง สืบทอดอำนาจกองทัพ ไม่ฟื้นคืนสันติภาพและประชาธิปไตย

(จากซ้ายไปขวา) ดร.ศิรดา เขมานิฏฐาไท, ดร.ฟูอาดี้ พิศสุวรรณ และ ผศ.ดร.ณัฐพล ตันตระกูลทรัพย์

ในมุมมองวิชาการ จากวงเสวนาในหัวข้อ “การเลือกตั้งภายใต้ระบอบทหารเมียนมา: สถานการณ์และผลกระทบต่อไทย” ที่คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมานั้น อ.ดร.ศิรดา เขมานิฏฐาไท อาจารย์ประจำสาขาวิชาการระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้ข้อสังเกตว่าการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ได้หมายถึงการเดินหน้าสู่สันติภาพ แต่สะท้อนความเปราะบางของประเทศที่ยังอยู่ในภาวะสงครามกลางเมือง โดยเตือนว่าในรอบ 3 เดือนมานี้ยังคงมีการสู้รบเกิดขึ้นระหว่างกองทัพพม่ากับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์และกองกำลังฝ่ายต่อต้าน มีการปะทะมากกว่า 346 ครั้ง และแม้บางพื้นที่ที่รัฐบาลทหารประกาศว่าจะจัดเลือกตั้งเฟส 2 หรือเฟส 3 แต่พื้นที่เหล่านั้นก็ยังอยู่ในความควบคุมของกองกำลังฝ่ายต่อต้าน กองทัพพม่าจึงพยายามอย่างหนักเพื่อยึดพื้นที่คืน จึงยากที่การเลือกตั้งจะนำไปสู่ความสงบหรือสันติภาพ เพราะยังไม่มีการตกลงทางการเมืองหรือการเจรจาสันติภาพแม้แต่ในหมู่ฝ่ายต่อต้านเอง

ผศ.ดร.ณัฐพล ตันตระกูลทรัพย์ อาจารย์ประจำสำนักวิชาการเมืองและการปกครอง คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เห็นว่า กองทัพพม่าไม่ได้มุ่งใช้การเลือกตั้งเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับระบอบ แต่ต้องการจัดการแรงกดดันภายในกองทัพและเตรียม “การเปลี่ยนผ่านอำนาจ” ให้ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย อย่างราบรื่น ผ่านการโยกย้ายผู้นำทหาร ตั้งคนใกล้ชิดในตำแหน่งสำคัญ และวางระบบเลือกตั้งที่หวังผลล่วงหน้า

กรณีการแต่งตั้งนายทหารผู้สืบทอดอำนาจ เช่น พล.อ.จ่อซวาลิน (Kyaw Swar Lin) นายทหารที่ไม่ได้คุมกำลังแต่คุมงบประมาณ ขึ้นมาเป็น เสนาธิการร่วมสามเหล่าทัพ หรือฝ่ายการเมือง มีการตั้ง โญซอ (Nyo Saw) อดีตนายทหารยศwลเอกที่ไม่ได้คุมกำลังขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งกรณีนี้คล้ายกับสมัยที่ พล.อ.อาวุโส ตานฉ่วย ผู้นำรัฐบาลทหาร SPDC ตั้งอดีตนายทหารอย่างเต็งเส่ง เป็นนายกรัฐมนตรีก่อนขึ้นเป็นประธานาธิบดีในเวลาต่อมา ทำให้ต้องจับตาว่า โญซอ จะถูกผลักดันขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีหรือไม่

โดยปลายทางหลังเลือกตั้งคือ “รัฐบาลพลเรือนภายใต้การควบคุมของกองทัพ ซึ่งอาจทำให้แรงกดดันจากประชาคมโลกและภายในประเทศwุ่งไปที่รัฐบาลพลเรือนแทน และช่วยทำให้กองทัพมีพื้นที่ฟื้นตัวและรักษาเสถียรภาพภายใน”

อ.ดร.ฟูอาดี้ พิศสุวรรณ สาขาวิชาการระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชี้ว่าการเลือกตั้งที่จะจัดโดยรัฐบาลทหารพม่า “ไม่มีความชอบธรรมแน่นอน” เพราะรัฐบาลทหารควบคุมทุกมิติและกวาดจับผู้เห็นต่าง พร้อมเตือนว่าความรุนแรงจะยิ่งเพิ่มขึ้นหลังการเลือกตั้ง ซึ่งจะกระทบไทยโดยตรงผ่านผู้อพยพและสถานการณ์ชายแดน

โดยอาจารย์ฟูอาดี้ มองท่าทีของนานาชาติต่อการเลือกตั้งพม่ามีได้ 4 แบบ ได้แก่

หนึ่ง ยอมรับการเลือกตั้งและคาดหวังว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

สอง ยอมรับการเลือกตั้งแต่ไม่คาดหวังการเปลี่ยนแปลง

สาม ไม่ยอมรับการเลือกตั้งแต่หวังว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

และสี่ ไม่ยอมรับการเลือกตั้งและไม่หวังการเปลี่ยนแปลง

สำหรับไทย เขากล่าวว่าเข้าข่ายแบบที่สอง คือ “ยอมรับกระบวนการแต่ไม่หวังผล” ขณะเดียวกันก็ต้องระวังไม่ให้ไทยกลายเป็นเครื่องมือช่วยสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาลทหารโดยไม่ได้ตั้งใจ และยังต้องรักษาความน่าเชื่อถือของไทยในเวทีภูมิภาคและระดับโลก

เขาเสนอด้วยว่า ไทยจำเป็นต้องฉลาดและยืนบนผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ต้องเน้นประเด็นสิทธิมนุษยชนและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมากขึ้น เพราะผลกระทบจากพม่าจะรุนแรงขึ้นในปีนี้และปีหน้า ทั้งในด้านความมั่นคง การสู้รบ และผู้อพยพ พร้อมเสนอว่าถึงเวลาแล้วที่ไทยควรเลิกมองประเด็นพม่าในกรอบ “ความมั่นคง” อย่างเดียว และมองหา “โอกาสทางเศรษฐกิจ” ที่สามารถพัฒนาไปพร้อมกันได้

โดยเขาเสนอให้ไทย “พลิกมุมมองต่อพม่า” ไม่พึ่งพาการทูตแบบรัฐต่อรัฐเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชน ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการรักษาผลประโยชน์ของไทย โดยหลีกเลี่ยงไม่ให้ไทยกลายเป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมให้รัฐบาลทหารพม่าโดยไม่ตั้งใจ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ANFREL ระบุขาดความโปร่งใส ขาดความชอบธรรม

รายงาน “การเลือกตั้งที่รัฐบาลทหารพม่าวางแผน: ขาดความชอบธรรมทางประชาธิปไตย” (Myanmar Junta's Deliberate Elections: Falling Wanting Democratic Legitimacy) ที่มา: ANFREL

เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี หรือ ANFREL เผยแพร่รายงานประเมินผล “การเลือกตั้งที่รัฐบาลทหารพม่าวางแผน: ขาดความชอบธรรมทางประชาธิปไตย” (Myanmar Junta's Deliberate Elections: Falling Wanting Democratic Legitimacy) ประเมินการเตรียมจัดการเลือกตั้งในพม่า ว่าไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ขาดความน่าเชื่อถือ ขาดความชอบธรรม จับ กกต. ชุดเก่าไปขัง ก่อนตั้ง กกต. จากฝ่ายหนุนกองทัพ จำกัดสิทธิคนเห็นต่าง สอดส่องพลเมือง เหลือแต่พรรคหนุนทหารที่ลงเลือกตั้ง โดยการเลือกตั้งลวงเหล่านี้ไม่เพียงล้มเหลวในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง แต่ยังนำไปสู่การสูญเสียชีวิตและความทุกข์ทรมานของประชาชน เพราะกองทัพพม่ายังคงเปิดปฏิบัติการทางทหารและโจมตีทางอากาศเพื่อเปิดทางจัดเลือกตั้งในพื้นที่ซึ่งช่วงชิงมาจากกองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหาร

โดย ANFREL สรุป 15 ประเด็น ชี้ว่าการเลือกตั้งโดยรัฐบาลทหารพม่าจะขาดความน่าเชื่อถือและความชอบธรรม ได้แก่

1. เป็นการเลือกตั้งที่ผิดกฎหมายและไม่มีความชอบธรรม กองทัพไม่มีทั้งอำนาจทั้งในทางรัฐธรรมนูญหรือระบอบประชาธิปไตยในการจัดเลือกตั้ง

2. คณะกรรมการการเลือกตั้งถูกแต่งตั้งโดยมิชอบจากกองทัพพม่า

3. ข้ออ้างเรื่องโกงเลือกตั้งปี 2563 ไม่เคยพิสูจน์ได้ แต่กองทัพใช้ข้ออ้างนี้ยึดอำนาจ

4. มีบรรยากาศการกดปราบไร้เสรีภาพขั้นพื้นฐาน

5. ความรุนแรงขยายตัวแพร่หลาย ไม่เอื้อต่อการจัดเลือกตั้ง

6. การแบ่งเฟสทยอยจัดเลือกตั้งจะเพิ่มความขัดแย้ง ประชาชนพลเรือนจะต้องเป็นผู้รับเคราะห์ เนื่องจากกองทัพจะใช้ปฏิบัติการทางทหาร รวมถึงการโจมตีทางอากาศทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนการเลือกตั้งที่ทยอยจัดทีละเฟส

7. ไม่มีข้อกำหนดเรื่องพื้นที่ครอบคลุมหรือจำนวนผู้มาใช้สิทธิ และยังไม่เป็นตัวแทนประชาชนส่วนใหญ่

8. ระบบเลือกตั้งใหม่เพื่อคงอำนาจกองทัพ เอื้อประโยชน์แก่พรรคการเมืองขนาดใหญ่ โดยเฉพาะ พรรค USDP ซึ่งอยู่ภายใต้การหนุนหลังของกองทัพ เมื่อรวมกับโควตา 25% ของกองทัพพม่า กองทัพและเครือข่ายจะครองความได้เปรียบและมีอำนาจนำในรัฐสภาชุดถัดไป

9. กฎหมายจดทะเบียนพรรคการเมืองเพื่อบีบบังคับให้เชื่อฟัง กำหนดวางอุปสรรคเกินควรต่อเสรีภาพในการสมาคม กฎหมายยังใช้เป็นอาวุธทางการเมืองเพื่อปราบปรามผู้เห็นต่าง

10. มีแต่พรรคการเมืองที่รัฐบาลทหารคัดเลือก

11. ใช้บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นเครื่องมือสอดส่องโดยกองทัพ

12. ความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้งล่วงหน้า

13. การใช้เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ (EVM) ไม่เคยปรึกษาผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และแทบไม่มีความโปร่งใสเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อ

14. เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์สร้างความเสี่ยงต่อความสุจริตของการเลือกตั้ง และ

15. จะไม่มีผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งที่น่าเชื่อถือ กองทัพพม่าจะอนุญาตเพียงผู้แทนจากประเทศที่สนับสนุนตน เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับกระบวนการเลือกตั้ง

ส่วนมุมมองของ ชุมชนแรงงานข้ามชาติและนักศึกษาจากพม่า ที่พำนักอาศัยในประเทศไทย ต่างก็รู้สึกว่า การเลือกตั้งจัดโดยรัฐบาลทหารพม่าเฟสแรก 28 ธันวาคม “คือการลวงลวง” แต่ก็ถูกบีบให้ต้องเข้าร่วมเพราะกลัวกระทบกับครอบครัวที่บ้านเกิดและความยุ่งยากเวลาไปต่อหนังสือเดินทางที่สถานทูต

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาล NUG – กะเหรี่ยง KNU คว่ำบาตรเลือกตั้งฉาว กองทัพพม่าโต้ขึ้นบัญชีก่อการร้าย

ทหารกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง KNLA ซึ่งเป็นปีกทางการทหารของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU ที่บ้านเดอบูหนอ อำเภอมือตรอ หรือผาปูน รัฐกะเหรี่ยง ภาพถ่ายเมื่อ 31 มกราคม 2557 ทั้งนี้ KNU ประกาศคว่ำบาตรเลือกตั้งของรัฐบาลทหารพม่า และมีบทลงโทษต่อผู้ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลทหารพม่า (ที่มา: แฟ้มภาพ/ประชาไท)

ขณะเดียวกัน รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ซึ่งเป็นรัฐบาลคู่ขนาน ที่ต่อต้านเผด็จการและยังรักษาที่นั่งผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติ ที่นิวยอร์ก ได้ออกแถลงการณ์เมื่อ 25 สิงหาคม 2568 ประณามการจัดเลือกตั้งของรัฐบาลทหารพม่า เรียกร้องให้ประชาชนชาวพม่า ทั้งที่อยู่ในประเทศและในต่างแดน ต่อต้านด้วยทุกวิถีทางที่มีต่อความพยายามใด ๆ ของรัฐบาลทหารพม่า “ที่จะบังคับจัดการเลือกตั้งจอมปลอมภายใต้ปลายกระบอกปืน”

ภายในประเทศ รัฐบาลทหารพม่ายังได้ขึ้นบัญชีสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุดในพม่า ให้เป็น “กลุ่มก่อการร้าย” โดย ซอ ตอ นี โฆษก KNU มองว่า การตัดสินใจดังกล่าวน่าจะเป็นการตอบโต้ หลัง KNU ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ระบุว่าแผนการจัดการเลือกตั้งของรัฐบาลทหารพม่าไร้ความชอบธรรม ผิดกฎหมาย และเป็นเพียงการต่ออายุอำนาจให้กับรัฐบาลทหาร

ทั้งนี้ KNU ไม่ใช่กลุ่มแรกที่ถูกรัฐบาลทหารพม่าระบุว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย ก่อนหน้านี้ รัฐบาลทหารเคยขึ้นบัญชีกลุ่มพันธมิตรภราดรภาพ ซึ่งประกอบด้วย กองกำลังโกก้าง (MNDAA) กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (TNLA) กองกำลังอาระกัน (AA) รวมถึงกองกำลังพิทักษ์ประชาชน (PDF) ว่าเป็น “กลุ่มก่อการร้าย” มาแล้ว

ในทางทหาร กองทัพพม่ายังรุกคืบตามทางหลวงสายเอเชีย AH-1 เพื่อยึดพื้นที่คืนจาก KNU และกองกำลังฝ่ายต่อต้าน จนสามารถยึดฐานยุทธศาสตร์บ้านปางกาน ซึ่งเป็นปากทางเข้าเมืองเมียวดี และเชื่อมต่อกับตัวเมืองเมียวดีได้สำเร็จในเดือนกันยายน 2568 นับแต่นั้น กองทัพพม่ายังคงเดินหน้าจัดระเบียบพื้นที่รัฐกะเหรี่ยงฝั่งติดชายแดนไทย-พม่า ทั้งการยึดฐานที่มั่นของ KNU และกลุ่มต่อต้านในเขตชานเมืองเมียวดี รวมถึงการแสดงปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์ที่เคยเฟื่องฟูในช่วงสุญญากาศชายแดน โดยเฉพาะการsะเบิดอาคารใน KK Park ทางใต้ของเมียวดี และในเมืองใหม่ ชเวก๊กโก่ ทางเหนือของเมียวดี ซึ่งเป็นพื้นที่อิทธิพลของกองกำลังพิทักษ์ชายแดนรัฐกะเหรี่ยง (BGF) ที่เป็นพันธมิตรกับกองทัพพม่า อย่างไรก็ตาม ยังมีรายงานว่าพบแหล่งสแกมเมอร์แห่งใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตามแนวชายแดน

แม้สถานการณ์จะยังไม่สงบ รัฐบาลทหารพม่ายังคงเตรียมจัดการเลือกตั้งเฟสแรกในอำเภอเมียวดี โดยได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยง (BGF) การเลือกตั้งเฟสแรกจะจัดขึ้นในรัฐกะเหรี่ยง 3 อำเภอ ได้แก่ พะอัน ทันดองจี และเมียวดี โดยในพื้นที่พะอันและทันดองจี รัฐบาลทหารสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ค่อนข้างมั่นคง ขณะที่พื้นที่โดยรอบเมืองเมียวดียังคงมีการสู้รบแย่งชิงอำนาจ และอยู่ภายใต้การยึดครองของกองกำลังกะเหรี่ยงหลายกลุ่ม ทั้งฝ่ายต่อต้านและฝ่ายที่เป็นพันธมิตรกับกองทัพพม่า

ขณะเดียวกัน ปีกการทหารของ KNU คือ องค์การป้องกันแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNDO) ได้ออกคำเตือนว่า ผู้ใดก็ตามที่ให้ความร่วมมือกับการจัดการเลือกตั้งภายในพื้นที่ของ กองกำลังกะเหรี่ยง KNLA กองพลที่ 6 จะต้องเผชิญกับการดำเนินคดีตามกฎหมายของกอทูเล

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ตั้งค่าหัว 20 ล้านจ๊าต แกนนำม็อบต้านรัฐบาลทหารพม่าจัดเลือกตั้ง

นายแพทย์ เตซาซาน (ขวาสุด) จัดชุมนุมต่อต้านเลือกตั้งฉาวของรัฐบาลทหาร ที่ตลาดเซโจ กลางเมืองมัณฑะเลย์ ใจกลางพื้นที่ยึดครองของฝ่ายรัฐบาลทหารพม่าเมื่อวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา จนรัฐบาลทหารพม่าส่งคนมากวาดล้าง ทำลายแผงค้าที่ตลาดเซโจ และตั้งค่าหัวแกนนำรวม 20 ล้านจ๊าต (ที่มา: Facebook/Tayzar San)

ในพื้นที่ตอนในของประเทศ รัฐบาลทหารพม่ายังยกระดับการปราบปรามฝ่ายต่อต้าน ด้วยการตั้งค่าหัว 20 ล้านจ๊าต (ราว 296,000 บาท) ไล่ล่า “นายแพทย์เตซาซาน” พร้อมแกนนำอีก 2 คน หลังทั้งสามปรากฏตัวนำการประท้วงที่ตลาดเซโจ กลางเมืองมัณฑะเลย์ เมื่อ 3 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยเขาเรียกร้องให้ประชาชนคว่ำบาตรการเลือกตั้งที่รัฐบาลทหารเตรียมจัด โดยการปรากฏตัวของผู้นำขบวนการต่อต้านในพื้นที่ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพ สร้างความไม่พอใจให้กับรัฐบาลทหารพม่า นำไปสู่การกวาดล้างตลาด มีการจับกุมพ่อค้าแม่ค้าเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ท่ามกลางการปิดล้อมเมืองมัณฑะเลย์และการไล่ล่านักกิจกรรมอย่างเข้มข้น

ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ออกโรงเตือนว่าการไม่ไปใช้สิทธิเท่ากับการปฏิเสธ “ความก้าวหน้าสู่ประชาธิปไตย” ขณะที่รัฐบาลทหารพม่ายังส่งดาราและคนดังลงพื้นที่รัฐฉานตอนเหนือ ได้แก่ อำเภอหนองเขียวและจ็อกแม ซึ่งเพิ่งยึดคืนจากฝ่ายต่อต้าน เพื่อประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง

ที่มา ประชาไท ( prachatai.com )

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

สมเด็จพระสังฆราชฯ ประทานพระคติธรรม เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้น 2025-12-31 17:05:00

ชาวบ้านชายแดนงดเปิดเพลงดัง กังวลกลบเสียงปืนใหญ่เขมร ออนไลน์ 31 ธ.ค

สำนักงานเขตวัฒนา ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุพลุsะเบิด ภายในซอยปรีดี 2025-12-31 17:39:00

กรุงไทยทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้ และลงนามถวายพระพร เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2569

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยดันศึกษารถไฟฟ้ากรุงเทพมหานคร 2 สายใหม่ ‘สีเงิน-สีเทา’ - จ่อคลอดพ.ร.ฎ.มอบอำนาจทำรถไฟฟ้าสงขลา

กรมทะเล โดย สทช.2 ตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัย

กรมศุลกากร แถลงข่าวผลการจับกุมสินค้าผิดกฎหมายที่สำคัญในรอบสา 2025-12-30 16:15:00

บรรยากาศสวดมนต์ข้ามปี ขอชายแดนไทยสงบสุข ออนไลน์ 31 ธ.ค

เช็กลิสต์สิ่งที่ได้ไปต่อในปี 2026

ผู้เรียบเรียง

ให้คะแนนความพอใจของคุณ :

0 / 5 คะแนน 0

คุณให้คะแนน:

แชร์ลิ้งค์นี้ : https://ด่วน.com/cnvo | ดู : 10 ครั้ง จากทั้งหมด 84 ครั้ง ในรอบ 30 วัน
  1. ขึ้นภาษีถุงยาง-ลดค่าบริการดูแลเด็ก-แผนกระตุ้นอัตราการเกิดของจีนจะได้ผลหรือไม่-? ขึ้นภาษีถุงยาง-ลดค่าบริการดูแลเด็ก แผนกระตุ้นอัตราการเกิดของจีนจะได้ผลหรือไม่ ?
  2. ของขวัญชิ้นใหญ่คนไทย  ห่อด้วยความเสียสละของแนวหน้า อัพเดทข่าว ของขวัญชิ้นใหญ่คนไทย ห่อด้วยความเสียสละของแนวหน้า อัพเดทข่าว
  3. ทำบุญตักบาตรปีใหม่ชายแดน อ.กันทรลักษ์ ส่งกำลังใจให้ทหาร | ข่าวเที่ยง 1 ม.ค. 69 ทำบุญตักบาตรปีใหม่ชายแดน อ.กันทรลักษ์ ส่งกำลังใจให้ทหาร | ข่าวเที่ยง 1 ม.ค. 69
  4. แนวโน้มอาชญากรรมออนไลน์-วันที่-31-ธค-68.-#antiscamcyberce แนวโน้มอาชญากรรมออนไลน์ วันที่ 31 ธ.ค. 68 . #antiscamcyberce
  5. สด…จาก-อหาดใหญ่-จ.สงขลา-หาดใหญ่จัดงานปีใหม่-สร้างความเชื่ สด…จาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หาดใหญ่จัดงานปีใหม่ สร้างความเชื่
  6. กัมพูชา สั่งเปิดเรียน | สำนักข่าววันนิวส์ กัมพูชา สั่งเปิดเรียน | สำนักข่าววันนิวส์
  7. (31/12/68)-…บรรยากาศท่องเที่ยวเชียงใหม่-วันส่งท้ายปี-สถานท (31/12/68) …บรรยากาศท่องเที่ยวเชียงใหม่ วันส่งท้ายปี สถานท
  8. เวลา-2330น.-ถนนมอเตอร์เวย์m6-ช่วงเขาใหญ่-มุ่งหน้านครราชสีม-|-2025-12-30-16:40:00 เวลา 23.30น. ถนนมอเตอร์เวย์m6 ช่วงเขาใหญ่ มุ่งหน้านครราชสีม 2025-12-30 16:40:00
  9. คนชายแดนไร้เงินฉลองปีใหม่-2569-|-ลุยชนข่าว-ออนไลน์-|-31-ธ.ค คนชายแดนไร้เงินฉลองปีใหม่ 2569 ออนไลน์ 31 ธ.ค
  10. เลขาฯครม-เผย-กกต.-ยังไม่แจ้งอนุมัติงบกลางฯ-แก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาเกือบหมื่นล้าน เลขาฯครม. เผย กกต. ยังไม่แจ้งอนุมัติงบกลางฯ แก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาเกือบหมื่นล้าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


Share via
Click to Hide Advanced Floating Content
Send this to a friend