
‘อภิสิทธิ์’ ยื่นหนังสือพร้อมข้อมูลส่ง ปปง. ตรวจสอบเส้นเงินสแกมเมอร์ ย้ำต้องเริ่มจากเรื่อง บริษัททุน 330 บาท ซื้อหุ้นกิจการหลักร้อยล้าน โยงกรณีขายหุ้นบางจาก ขยายผลคนไทยเกี่ยวข้องรายชื่อสหรัฐฯคว่ำบาตร คาดมีไม่ต่ำกว่า 10 คน กังวลหากไม่ดำเนินการ อาจทำภาพลักษณ์ไทยเป็นแหล่งอำนวยความสะดวกอาชญากร
สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่าเมื่อวันที่ 20 พ.ย.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคได้เดินทางมายื่นหนังสื่อเอกสารหลักฐานที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเพื่อให้ดำเนินการกับกลุ่มสแกมเมอร์และทุนเทาที่เกี่ยวข้องกับบุคคลในประเทศไทย โดยมีนายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการปปง. เป็นผู้รับหนังสือ
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าทางพรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้รัฐบาลไทยเร่งปราบปรามธุรกิจสีเทาและเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่ถูกสหรัฐอเมริกาขึ้นบัญชีดำ เพื่อปกป้องภาพลักษณ์ อธิปไตย และเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีการยื่นหลักฐานธุรกรรมต้องสงสัยให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสาเหตุที่เรื่องนี้เป็นเรื่องด่วนเพราะว่าสหรัฐอเมริกากำลังอยู่ในขั้นตอนการออกกฎหมายระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมเหล่านี้ และถ้าหากกฎหมายนี้ผ่าน สหรัฐฯ อาจเข้ามาดำเนินการกับอะไรได้อีกหลายอย่างในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือนหลังจากนี้
โดยหลายประเทศดำเนินการยึดทรัพย์เครือข่ายเหล่านี้แล้ว แต่ประเทศไทยยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ทั้งที่ถูกจับตา
อีกทั้งข้อเสนอของรัฐบาลจีนที่จะส่งเจ้าหน้าที่มากำกับดูแลการปราบปรามสแกมเมอร์บริเวณชายแดนไทย-จีน และการดำเนินการของสหรัฐฯ อาจทำให้ภาพลักษณ์ของไทยเสียหายอย่างหนัก กลายเป็นประเทศที่อำนวยความสะดวกแก่อาชญากรรมโลก และกระทบต่ออธิปไตยไทยได้
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวต่อไปว่า ธุรกิจสีเทาไม่เพียงทำลายเศรษฐกิจ แต่ยังครอบงำการลงทุนและอาจส่งผลถึงการเมือง ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่าจะไม่ยอมให้ธุรกิจสีเทาเข้ามาครอบงำการเมือง และหากมีการครอบงำ ต้องเร่งแก้ไขให้ชัดเจน ด้วยเหตุนี้ทางพรรคจึงได้ตรวจสอบธุรกรรมของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ ซึ่งมีรายชื่ออยู่ในกฎหมายของสหรัฐฯ
จนพบความผิดปกติในการทำธุรกิจ อาทิ บริษัทที่จดทะเบียนด้วยทุนเพียง 10 ดอลลาร์สหรัฐฯ (330 บาท) สามารถเข้าซื้อกิจการมูลค่าสูงกว่าเป็นร้อยเท่าหรือล้านเท่า โดยบริษัทเหล่านี้เชื่อมโยงกับบุคคลที่สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำ และยังไปเกี่ยวข้องกับบริษัทพลังงานหลักของประเทศไทย ซึ่งตกเป็นข่าวซุบซิบว่าเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งระหว่างไทยกัมพูชาเมื่อไม่นานมานี้ และพรรคยังพบความผิดปกติอื่น ๆ ได้แก่ การซื้อขายหลักทรัพย์ในราคาเกินจริง และการจัดโครงสร้างบริษัทเพื่อเลี่ยงข้อจำกัดการทำกิจการของบริษัทต่างชาติ
นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อไปว่าดังนั้นทางพรรคจึงเรียกร้องไปยังปปง.ให้ใช้ความผิดปกติของธุรกรรมเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นในการขยายผลการตรวจสอบเชื่อมโยงไปยังรายชื่อบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และเพิ่มชื่อผู้กระทำผิดเพื่อนำไปสู่การระงับการทำธุรกรรม และการอายัดทรัพย์สิน รวมไปถึงประสานกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสถาบันการเงินอื่นๆเพื่อดำเนินการตรวจสอบ และระบุตัวเจ้าของเงินและผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง รวมไปถึงประสานงานกับหน่วยงานต่างประเทศ เนื่องจากเรื่องนี้เป็นปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ
โดยเป้าหมายหลักของการมายื่นหนังสือในวันนี้คือต้องการปราบปรามกระบวนการอาชญากรรมเหล่านี้ให้เป็นจริง ไม่ได้เจาะจงที่บุคคลหรือนักการเมือง แต่หากพบการเกี่ยวข้อง ต้องดำเนินการตามกฎหมาย
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังได้เรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลเพื่อให้สนับสนุนการทำงานของหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย และการเมืองต้องไม่เข้าไปแทรกแซงหน่วยงานที่ใช้อำนาจตามกฎหมาย โดยเสนอนายกรัฐมนตรีว่าไม่ควรแต่งตั้งบุคคลที่เชื่อมโยงกับผู้ที่ถูกสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับกระบวนสแกมเมอร์ซึ่งอยู่ในรายชื่อร่างกฎหมายของสหรัฐฯ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับประเทศไทย
“หลักฐานที่นำมาในวันนี้คือเส้นทางการเงิน ที่ได้เปรียบเทียบจากรายชื่อแบล็กลิสต์ของสหรัฐอเมริกา กระทั่งพบเส้นทางการเงินที่ผิดปกติ โดยพบว่ามีปลายทางของเส้นทางการเงินมาที่บริษัทพลังงานและบุคคลสำคัญของไทย เบื้องต้นต้องการให้ ปปง. นำหลักฐานไปใช้เริ่มต้นกระบวนการซึ่งปรากฎพยานหลักฐาน เพื่อเชื่อมโยงไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องสำหรับยับยั้งและยุติการยักย้ายถ่ายโอนทรัพย์สินเพื่อนำไปใช้กระทำความผิดต่ออีก สำหรับรายชื่อที่ตัวเองมีข้อมูลอยู่มีทั้งอดีตรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลที่แล้ว และรัฐมนตรี 2 คนในชุดรัฐบาลปัจจุบัน ส่วนเส้นทางการเงินจะขยายไปเชื่อมโยงกับบุคคลอื่นๆเพิ่มเติมหรือไม่ก็ให้เป็นหน้าที่ของการสืบสวนสอบสวนเพราะไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะต้องดำเนินคดีกับบุคคลใดเป็นพิเศษ การจะเอาผิดขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน แต่ก็คาดว่าผู้เกี่ยวข้องน่าจะมีมากกว่า 10 คน” นายอภิสิทธิ์กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีของนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ นักธุรกิจแอฟริกาใต้ ผู้ซึ่งอยู่ในรายชื่อคว่ำบาตร และปรากฎภาพถ่ายอยู่กับนายทักษิณ ชินวัตร ทางพรรคประชาธิปัตย์จะเข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าเข้าใจว่าพรรคประชาชน เอารูปนี้เข้าไป เท่าที่เห็นก็มีการเสนอรูปนี้อยู่ แต่รู้ว่าถ้าอะไรจะมีการปิดตาคนหนึ่ง แต่ไม่ได้ปิดตาอีกคน ซึ่งเราก็สงสัย แต่ก็อย่างที่บอกว่าการที่จะบอกว่าใครเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้อง เราไม่สามารถจะใช้แค่ภาพถ่ายได้ เราต้องใช้ธุรกรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่ปรากฎชัดเจน
เมื่อถามต่อว่าเอกสารที่มายื่น ปปง.ในวันนี้มีเกี่ยวข้องกับดีลสำนักงานประกันสังคมในการขายหุ้นบางจาก รวมถึงกรณีที่บางจากได้ขายหุ้นได้ขายหุ้นให้กับบริษัทจากต่างชาติหรือไม่
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่ามีทั้งหมดรวมไปถึงกรณีธนาคาร B.I.C จากหลายสัญชาติ กรณีการขายหุ้นบางจาก ก็เป็นสิ่งที่เรายื่นให้ ปปง.ดำเนินการตรวจสอบด้วย













