แชร์ลิ้งค์นี้ : https://ด่วน.com/fme0bx 📋 | ดู : 10 ครั้ง
กระแส-f1-ในไทยมาจากการตลาดและโซเชียลมีเดีย-ไม่ใช่ความสนใจด้า
  • กระแส F1 ในไทยมาจากการตลาดและโซเชียลมีเดีย ไม่ใช่ความสนใจด้านกีฬาโดยตรง ทั้งซีรีส์ Drive to to reveal the tale บน Netflix คอนเทนต์ครีเอเตอร์บน TikTok/YouTube และแฟชั่นเสื้อผ้าทีมแข่ง รวมถึงกระแสการเชียร์ Alex Albon นักแข่งลูกครึ่งไทย ล้วนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
  • รัฐบาลไทยเดินหน้าอย่างจริงจัง โดยมีการลงนาม MOU กับ Formula 1 Community แล้วในต้นปี 2026 พร้อมงบประมาณ 41,400 ล้านบาทสำหรับการแข่งขัน 5 ปี (2028–2032) โดยวางแผนจัด Evening Bustle บนถนนในกรุงเทพฯ รูปแบบคล้าย Singapore Nice Prix
  • โอกาสมาพร้อมความเสี่ยงสูง ตัวอย่างจากสิงคโปร์แสดงให้เห็นศักยภาพด้านรายได้และการท่องเที่ยว แต่อินเดียและเกาหลีขาดทุนหนักจนต้องถอดออกจากปฏิทิน ขณะที่ปัญหาจราจรและโครงสร้างพื้นฐานของกรุงเทพฯ ยังเป็นโจทย์ที่ต้องแก้

การเติบโตของกีฬา Formula1 (F1) ในไทย ไม่ใช่ความบังเอิญจากกระแสที่รัฐบาลต้องการสร้างสนามแข่งรถ แต่เป็นเรื่องของการตลาดที่น่าสนใจหลังจากภาพลักษณ์ของแบรนด์เปลี่ยนจากความเรียบหรูดูเข้าถึงยากสู่กีฬาความเร็วที่เข้าถึงง่าย ชวนลุ้น เรื่องราวน่าติดตาม พร้อมตีตลาดทั่วโลก

ลองนึกภาพว่าคุณกำลังนั่งดูซีรีส์ Netflix แล้วพบว่าตัวเองกำลังลุ้นให้นักแข่งที่ไม่เคยรู้จักชนะในสนามที่ไม่เคยได้ยินชื่อ นั่นคือจุดที่หลายคนในไทยเริ่มต้นความสัมพันธ์กับ Formula1

สารคดี Formula 1: Drive to to reveal the tale เป็นจุดเริ่มต้นแรกๆ ที่ผู้คนที่ไม่เคยสัมผัสกับกีฬาชนิดนี้ ได้สัมผัสมันจริงๆ ตัวซีรีส์ไม่ได้เล่าแค่การแข่งขันในสนาม แต่เชื่อมโยงเรื่องราวภูมิหลังของนักแข่ง หัวหน้าทีม หรือแม้กระทั่งพนักงานของทีมเข้ากันอย่างลงตัว พร้อมผสมผสานดรามาที่เกิดขึ้นในแต่ละสนามเข้าไป จนชวนให้ผู้ชมเผลอปันใจเชียร์นักแข่งคนนั้น หรืออินจนเข้ามาติดตาม F1 อย่างจริงจัง

แต่ Drive to to reveal the tale เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เบื้องหลังกระแสที่โตขึ้นในไทยยังมีอีกหลายแรงขับเคลื่อนที่ทำงานพร้อมกัน ตั้งแต่โซเชียลมีเดีย ไปจนถึงนักแข่งที่กลายเป็นไอดอล และโอกาสทางธุรกิจที่ภาครัฐไทยเริ่มมองเห็น

เราจะมาค้นหากันว่าอะไรที่ทำให้ Formula1 ได้รับความนิยมมากขึ้นในไทย พร้อมตั้งคำถามว่าไทยพร้อมหรือยังที่จะมี Thailand Nice Prix

ปรากฏการณ์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

กระแส F1 ในไทยไม่ได้เริ่มต้นที่สนามแข่ง แต่เริ่มต้นที่หน้าจอมือถือ ก่อนที่ใครจะรู้ว่ารถยนต์ใช้เครื่องยนต์อะไร หรือแข่งขันวันไหน หลายคนเจอ F1 ครั้งแรกผ่านคลิปสั้นในฟีดโซเชียลมีเดียของตัวเอง และนั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่เป็นกระแสที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ

ช่อง TikTok ที่ใช้ชื่อว่า Fam Shriek ผู้ติดตามราว 228,000 คน คือตัวอย่างที่ชัดเจนของกลุ่มแรก คอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ไม่ได้สอนเรื่อง F1 แต่เล่าเรื่อง F1 ในรูปแบบละครสั้นพร้อมลีลาที่ทำให้คนยิ้มได้โดยไม่ต้องรู้อะไรมาก่อนเลย ขณะที่อีกกลุ่มอย่างช่องยูทูบ 1Drive Reliable ช่องยูทูบ Reflex Channel หรือเพจหัดดู F1 เลือกเดินอีกแนวทางหนึ่ง ด้วยการอธิบายกติกาที่ดูซับซ้อน เล่าประวัตินักแข่ง และสรุปเหตุการณ์หลังแข่งให้คนทั่วไปตามทันได้โดยไม่ต้องนั่งดูตลอด 2 ชั่วโมง

ทั้งสองกลุ่มทำหน้าที่คนละแบบ แต่ปลายทางเดียวกัน คือดึงดูดคนเข้ามาในโลกที่เคยดูเข้าถึงยาก

ช่อง TikTok Fam Shriek

ความนิยมนั้นลามเข้าสู่วงการแฟชั่น เสื้อผ้าจากทีมแข่ง เช่น เสื้อ แจ็กเก็ต หรือหมวก กลายเป็นไอเทมที่วัยรุ่น Gen Z หมายปอง เพราะความเท่และสไตล์ที่แปลกใหม่ แบบเดียวกับที่เคยเกิดกับเสื้อบอลรุ่นเก่า แสดงให้เห็นว่าของเหล่านี้ไม่ใช่แค่ของเชียร์ทีมเพียงอย่างเดียว แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมและตัวตน บทวิเคราะห์จาก Automobilia Store ในปี 2025 ระบุว่า ความต้องการสินค้า F1 ทั้งใหม่และวินเทจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ราคาแพง แต่คนก็ยังยอมจ่ายเพื่อให้สินค้ามา

F1briefing เว็บไซต์รายงานข่าวและบทวิเคราะห์ F1 รายงานว่า 70% ของแฟน ที่เป็นวัย Gen Z บอกว่า F1 คือสถานะและภาพลักษณ์ที่ตัวเองอยากเป็น และ 59% ของแฟน F1 ที่เพิ่งเข้ามาติดตาม ระบุว่าแฟชั่นและสไตล์เป็นเหตุผลหลักที่สนใจกีฬานี้

แต่ถ้ามีจุดหนึ่งที่เปลี่ยนคนจาก ‘รู้จัก’ เป็น ‘ติดตามจริงจัง’ จุดนั้นคือ Drive to to reveal the tale ซีรีส์ Netflix ที่ผลิตมาแล้ว 8 ซีซั่น สารคดีไม่ได้ขายความเร็ว แต่ขายความเป็นมนุษย์ของทุกคนในช่วงเวลาสำคัญ ดรามาระหว่างทีม ความกดดันของนักแข่ง และช่วงเวลาที่กล้องไม่เคยจับในช่วงถ่ายทอดสด สามารถเห็นได้ที่นี่ทั้งหมด

เมื่อคนเริ่มดูจริงจัง พวกเขาก็เริ่มเลือกข้าง เลือกคนที่ชอบ ทีมที่ใช่ ‘Max Emilian Verstappen’ เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด เจ้าของแชมป์โลก 4 สมัยจากทีม Pink Bull คือชื่อที่ทำให้คนเข้าใจว่า ‘ความเป็นเลิศใน F1 หน้าตาเป็นอย่างไร’ แต่สำหรับแฟน F1 ชาวไทย ชื่อที่ทำให้กีฬานี้รู้สึกว่าเป็นเรื่องของตัวเองคือ ‘Alexander Albon Ansusinha’ นักแข่งลูกครึ่งไทย-อังกฤษจากทีม Williams เขาไต่เต้ามาจากลีกล่างจนกลายเป็นนักขับเบอร์ 1 ของทีม ความพยายามและความเป็นลูกครึ่งไทย จึงไม่แปลกใจที่ทำให้เขาได้แฟนคลับมากขึ้น และมีไม่น้อยที่เริ่มดู F1 จากเขา

Max Verstappen | ภาพจาก Steffen Prößdorf

Thailand Nice Prix: จากความฝันสู่พื้นถนน

เมื่อ F1 ไม่ได้เป็นแค่ความบันเทิง แต่กลายเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่ามหาศาล คำถามจึงเริ่มเปลี่ยนจาก ‘ทำไมคนถึงดู’ เป็น ‘ประเทศจะได้อะไรจากมัน?’

ก่อนที่ใครจะพูดถึงไทยแลนด์กรังด์ปรีซ์ (Thailand Nice Prix) เส้นทางของไทยสู่โลก Motorsport เริ่มต้นที่บุรีรัมย์กับสนาม Chang Global Circuit ที่สร้างเสร็จในปี 2014 ได้มาตรฐาน FIA Grade 1 และกลายเป็นบ้านของ MotoGP ตั้งแต่ปี 2018 มันไม่ได้แค่พิสูจน์ว่าไทยสามารถจัดการแข่งขันกีฬา Motorsport ระดับโลกได้ แต่ยังช่วยสร้างฐานแฟน Motorsport ในประเทศ ทำให้คนไทยคุ้นเคยกับโลกของการแข่งรถมากขึ้นก่อนที่ F1 จะกลายเป็นกระแส และนั่นคือจุดที่ทำให้รัฐบาลเริ่มมองเห็นโอกาสที่ใหญ่กว่า

ตลอด 6 ปีของการจัดแข่ง MotoGP ไทยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 24,853 ล้านบาท และในปี 2025 เพียงปีเดียว การแข่งขันดึงผู้เข้าชมกว่า 224,634 คน สร้างการจ้างงานถึง 7,772 ตำแหน่ง

จุดเปลี่ยนที่ชัดเจนที่สุดคือเดือนเมษายน 2024 เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีขณะนั้น เข้าพูดคุยกับ Stefano Domenicali CEO ของ F1 โดยตรง เป้าหมายไม่ใช่แค่เรื่องกีฬา แต่คือการวางไทยเป็น World Class Occasion Hub ดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงเข้ามาในประเทศ ภายใต้วิสัยทัศน์ Ignite Tourism Thailand ส่งผลให้ความเคลื่อนไหวเร่งขึ้นอย่างชัดเจนในปี 2025

ช่วงเดือนเมษายนปี 2025 Alex Albon นักแข่ง F1 ลูกครึ่งไทย-อังกฤษเดินทางเข้าพบรัฐบาลเพื่อร่วมผลักดันโครงการและให้คำปรึกษาเรื่องเส้นทางแข่ง มองว่าโครงการนี้มีความเป็นไปได้สูง และในต้นปี 2026 การกีฬาแห่งประเทศไทยได้ลงนาม MOU กับ Formula1 Community ไปแล้ว เพื่อยืนยันเจตจำนงอย่างเป็นทางการ

Alex Albon | ภาพจาก JazzyJoeyD

เดือนมิถุนายน ปี 2025 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการ การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถยนต์สูตร 1 หรือ Formula 1 (F1) ซึ่งมีสหพันธ์รถยนต์ระหว่างประเทศ (FIA) ให้การรับรอง อนุมัติกรอบงบประมาณรวม 41,400 ล้านบาท สำหรับการจัดแข่งขันต่อเนื่อง 5 ปี ระหว่าง 2028–2032 และ

เดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน การกีฬาแห่งประเทศไทยเปิดเผยร่างแปลนสนามครั้งแรก เส้นทางแข่งความยาว 5.7 กิโลเมตร 18 โค้ง ลากผ่านสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ตลาดนัดจตุจักร และสวนวชิรเบญจทัศ รองรับผู้ชมได้กว่า 100,000 คน รูปแบบจะเป็น Evening Bustle บนถนนจริง คล้ายกับ Singapore Nice Prix

จนเมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่าน ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เผยว่า กกท. ลงนามความร่วมมือ (MOU) กับฟอร์มูล่าวันเรียบร้อยแล้ว และไทยสามารถจัดแข่งได้ในปี 2028

แม้จะมีการลงนาม MOU เสร็จสิ้น แต่นี่ยังไม่ใช่เส้นชัยของเรื่องนี้ เป็นแต่เพียงจุดเริ่มต้นของคำถามที่ยากกว่า

บทเรียนที่ไทยต้องรู้ก่อนลงสู่สนามจริง

บทเรียนจากหลายประเทศที่คิดจะสร้างสนามแข่ง Formula 1 มีอยู่ไม่น้อย มีทั้งประสบความสำเร็จ และล้มเหลวไม่เป็นท่า แต่ตัวอย่างที่อาจเป็นแบบอย่างที่ใกล้เคียงกับไทย คงจะเป็นสิงคโปร์

สิงคโปร์คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดของไทย เพราะมีทั้งด้านที่น่าอิจฉาและด้านที่ต้องคิดหนัก นับตั้งแต่จัดครั้งแรกในปี 2008 Singapore Nice Prix ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 550,000 คน สร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ และมีผู้ชมทั่วโลกกว่า 1 พันล้านคน และ ข้อมูลจาก F1briefing ระบุว่า 76% ของแฟนคลับทั่วโลกบอกว่าการมี Nice Prix ในประเทศตัวเองทำให้ติดตามกีฬานี้มากขึ้น ซึ่งหมายความว่าถ้าไทยมีสนาม ฐานแฟนที่กำลังโตอยู่จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นไปอีก

แต่ตัวเลขอีกด้านก็หนักพอกัน แต่ละปีสิงคโปร์ต้องใช้งบมากกว่า 135–140 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในการจัดงาน โดยรัฐบาลแบกรับถึง 60% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด และนั่นคือสิงคโปร์ ประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานพร้อมและการจราจรไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่

สนาม Singapore Nice Prix ปี 2008 | ภาพจาก chensiyuan

สำหรับกรุงเทพฯ คำถามที่ยากกว่าคือเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน การสร้าง Avenue Circuit ในกรุงเทพฯ หมายถึงการปิดถนนและปรับโครงสร้างพื้นที่รอบจตุจักรเป็นระยะเวลานาน สำหรับเมืองที่การจราจรติดขัดเป็นปัญหาเรื้อรัง ต้นทุนแฝงเหล่านี้ยากที่จะวัดเป็นตัวเลข

ประวัติศาสตร์ก็มีบทเรียนให้เรียนรู้ บางประเทศที่เคยเสี่ยงจัดและไม่ประสบความสำเร็จ เช่น อินเดียขาดทุน 24 ล้านดอลลาร์จากการแข่งปี 2013 และเกาหลีขาดทุน 37 ล้านดอลลาร์ในปี 2012 ก่อนจะถูกถอดออกจากปฏิทิน

เพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย เพิ่งเลิกจัดแข่ง F1 ที่สนาม Sepang Global Circuit ไปเมื่อปี 2017 จากปัญหาค่าจัดงานสูง จำนวนผู้เข้าชมและความนิยมลดลงต่อเนื่อง จากการโดนแย่งชิงความสนใจจากสิงคโปร์ที่จัดแข่งแบบ Evening Bustle เช่นกัน และการที่ MotoGP ได้รับความนิยมในประเทศมากกว่า

MICE Intelligence Center ศูนย์ข้อมูลและวิเคราะห์อุตสาหกรรม ชี้ว่าการจัด F1 จะสำเร็จได้ต้องไม่มองเป็นแค่การทำอีเวนต์เดี่ยว แต่ต้องพัฒนาให้เป็นเศรษฐกิจระยะยาว ต่อยอดด้วยเทศกาล งานแสดงสินค้า และแพ็กเกจท่องเที่ยวระดับพรีเมียม พร้อมดึงเอกชนมาร่วมลงทุน ไม่ใช่ปล่อยให้รัฐแบกคนเดียว

คำถามสำคัญในการจัด F1 ในตอนนี้ไม่ใช่แค่ว่าไทยอยากได้ F1 หรือเปล่า แต่คือไทยพร้อมที่จะจ่ายราคาของความฝันนั้นในทุกมิติหรือยัง

ที่มา ประชาไท ( prachatai.com )

ผู้เรียบเรียง

ให้คะแนนความพอใจของคุณ :

0 / 5 คะแนน 0

คุณให้คะแนน:

แชร์ลิ้งค์นี้ : https://ด่วน.com/fme0bx 📋 | ดู : 10 ครั้ง
  1. วันที่-1-เมษายน-2569-เวลา-1200-น.-ณ-ห้องประชุมสภากรุงเทพมหา วันที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 12.00 น. ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหา
  2. คลองแดน-แถลงผลการดำเนินงานของ-สำนักงาน-ปปช.-ประจำจังหวัด-|-2026-03-31-08:42:00 คลองแดน แถลงผลการดำเนินงานของ สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประจำจังหวัด 2026-03-31 08:42:00
  3. เปิดใจ “อ.โต้ง” ถูกปลดฟ้าผ่า เชื่อปมตรวจสอบรถขนดิน อัพเดทข่าว เปิดใจ “อ.โต้ง” ถูกปลดฟ้าผ่า เชื่อปมตรวจสอบรถขนดิน อัพเดทข่าว
  4. ด่วน เปิดใจกู้ภัยชุด 2 ช่วย คริสติน กุลสตรี ยันไม่เคยขึ้นห้อง ด่วน เปิดใจกู้ภัยชุด 2 ช่วย คริสติน กุลสตรี ยันไม่เคยขึ้นห้อง
  5. cib-ทราบแล้วเปลี่ยน-ep146.-ร่วมโหวต-9-คดีดังประจำเดือน-มี CIB ทราบแล้วเปลี่ยน Ep.146 . ร่วมโหวต 9 คดีดังประจำเดือน มี
  6. –-พิษน้ำมันแพงเตรียมเลิกจ้างพนักงาน-ลดต้นทุน-จสงขลา-–-จ.ตรั – พิษน้ำมันแพงเตรียมเลิกจ้างพนักงาน ลดต้นทุน จ.สงขลา – จ.ตรั
  7. ฝุ่น-pm2.5-ภาคเหนือเกินค่ามาตรฐานเกือบทุกจังหวัด-ไฟป่าทำภาคเ ฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือเกินค่ามาตรฐานเกือบทุกจังหวัด-ไฟป่าทำภาคเ
  8. 🏻ขอแสดงความยินดีกับ-สส.ก้อ-วัชระพล-ขาวขำ-รัฐมนตรีช่วยว่ากา 👏🏻💐ขอแสดงความยินดีกับ สส.ก้อ วัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่ากา
  9. เมื่อเวลา-2250-น.-รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู-เกิดอุบัติเหต-|-2026-03-31-16:41:00 เมื่อเวลา 22.50 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู เกิดอุบัติเหต 2026-03-31 16:41:00
  10. ‘กกต’-สรุปยอด-‘เงินบริจาคพรรคการเมือง’-เดือน-มค69-‘เพื่อไทย’-มากสุด-31.5-ล้าน ‘กกต.’ สรุปยอด ‘เงินบริจาคพรรคการเมือง’ เดือน ม.ค.69 ‘เพื่อไทย’ มากสุด 31.5 ล้าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


Share via
Click to Hide Advanced Floating Content
×

มีแจกคูปองส่วนลด จุกๆ

ให้เราแนะนำสินค้าไหม มีจ่ายเงินปลายทางด้วยนะ

ไปกันเล้ยยย
Send this to a friend
ล่าสุด
×