
‘กกต.' ปฏิเสธ เส้นเงิน 8.6 แสนบาท โอนให้ ‘เจ้าหน้าที่สืบสวนไต่สวนกกต.' โยง ‘คดีฮั้วเลือกสว.' – แต่เป็นช่วงการเลือกตั้ง สส. เผย ลงโทษปลดออก-พ้นสภาพพนักงานด้วยเหตุอื่นไปก่อนแล้ว
สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า วันที่ 11 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ ข่าวประชาสัมพันธ์ (PRESS RELEASE) เลขที่ข่าว 394/2569 ชี้แจงกรณีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ออกมากล่าวในการจัดกิจกรรมเจาะลึกหลักฐานคดี สว. ภาค 4 ใบสั่ง เส้นเงิน สายสัมพันธ์ เมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่รัฐสภา ว่า มีเส้นทางการเงินจาก ญาณี สีฟ้า ส.องค์การบริหารส่วนจังหวัดเขต 5 อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ กลุ่ม ภูมิใจไทอำนาจ จำนวน 13 ครั้ง ตั้งแต่ 10,000 บาท 20,000 บาท 30,000 บาท 50,000 บาท 60,000 บาท สูงสุด 5.2 แสนบาท รวมทั้งสิ้น 8.6 แสนบาท โอนไปยังนายสุรชัย ขันติยานนท์ พนักงานสืบสวนและไต่สวน ฝ่ายสืบสวนและวินิจฉัย กกต. ระหว่างเดือน เม.ย.-ก.ค.2567 โดยมีรายละเอียดคำชี้แจงดังนี้
เรื่อง กกต. เปิดข้อเท็จจริงกรณีเส้นทางการเงิน ย้ำทุกหลักฐานอยู่ในสำนวน พร้อมตรวจจสอบอย่างครบถ้วน
ตามที่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับเส้นทางการเงินในจังหวัดอำนาจเจริญ พบว่ามีการโอนเงินจากบุคคลรายหนึ่งไปยังพนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จำนวน 13 ครั้ง รวมเป็นเงิน 860,000 บาท ระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนกรกฎาคม 2567 และเชื่อมโยงคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา นั้น สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้
1. กรณีพฤติการณ์รับโอนเงินที่เกิดขึ้นในปี 2567 มีความเกี่ยวข้องกับพนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ ตามที่ปรากฎเป็นข่าว ซึ่งในขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการสืบสวนและไต่สวนเพื่อดำเนินการไต่สวนสำนวนเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างวันที่ 7 เมษายน 2567 ถึงวันที่ 22 กรกฎาคม 2567 ทั้งนี้ การปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวเป็นภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และมิได้เกี่ยวข้องกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภาแต่อย่างใด ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ดำเนินการดังนี้
1.1 มีคำสั่งให้พนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ ตามที่ปรากฎเป็นข่าวออกจากงานไว้ก่อน
1.2 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง ซึ่งการสอบสวนได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเสนอความเห็นต่อคณะอนุกรรมการบริหารงานบุคคลของสำนักงาน (อนุ ก.กกต.) เพื่อพิจารณามีมติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป
1.3 แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญากับพนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ ตามที่ปรากฎเป็นข่าว และบุคคลอื่น จำนวน 2 ราย
1.4 รายงานต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช. ) เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจตามมาตรา 136 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2560
อนึ่ง พนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ ตามที่ปรากฎเป็นข่าวสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้สั่งลงโทษปลดออก และพ้นสภาพการเป็นพนักงาน ด้วยเหตุอื่นไปก่อนแล้ว
2. กรณีเส้นทางการเงินใน 4 จังหวัด ได้แก่ นครพนม ลำพูน สงขลา และอำนาจเจริญ หลักฐานดังกล่าวอยู่ในสำนวนการพิจารณาแล้ว
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งขอยืนยันว่า ให้ความสำคัญสูงสุดต่อความโปร่งใสความสุจริต และความถูกต้องในการปฏิบัติหน้าที่ทุกขั้นตอน และพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนต่อไป















