
‘ราชกิจจานุเบกษา’ เผยแพร่ประกาศฯ ‘ในหลวง’ โปรดเกล้าฯ ยก ‘วัดราษฎร์’ 5 แห่ง ‘วัดอโศการาม-วัดพระธาตุลำปางหลวง-วัดป่าแสงอรุณ-วัดราชประดิษฐาน-วัดสาลโคดม’ เป็น ‘พระอารามหลวง’
………………………….
สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า เมื่อวันที่ 20 พ.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศยกวัดราษฎร์เป็นพระอารามหลวง จำนวน 5 ฉบับ ความสรุปได้ว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ยกวัดราษฎร์เป็นพระอารามหลวง ได้แก่ วัดอโศการาม ,วัดพระธาตุลำปางหลวง ,วัดป่าแสงอรุณ ,วัดราชประดิษฐาน (วัดพะโคะ) และวัดสาลโคดม โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ฉบับที่ 1 พระบรมราชโองการ ประกาศ ยกวัดราษฎร์เป็นพระอารามหลวง (วัดอโศการาม) มีเนื้อหาว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ยกวัดราษฎร์เป็นพระอารามหลวง
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และมาตรา 159 ของพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 พ.ศ.2545 ประกอบข้อ 3 ของระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการขอยกวัดราษฎร์ขึ้นเป็นพระอารามหลวง พ.ศ.2518 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569
จึงทรงมีพระราชดำริว่า วัดอโศการาม อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ เป็นอารามต้นแบบด้านกรรมฐานศึกษาที่พระสุทธิธรรมรังสี คัมภีรเมธาจารย์ (ลี ธมมธโร) สถาปนาขึ้น เมื่อพุทธศักราช 2498 เพื่อเป็นราชานุสรณีย์แห่งสมเด็จพระเจ้าอโศกมหาราช พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในพระธุตังคเจดีย์ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พุทธศักราช 2509 ประกอบด้วยเสนาสนะและอาณาบริเวณเป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นรมณียสถานสำหรับบำเพ็ญสมณธรรมฝ่ายวิปัสสนาธุระ เป็นศูนย์กลางแห่งการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในมัชฌิมเขต ต้องตามพระสังฆราโชบายและมติมหาเถรสมาคม นับเป็นศรีสง่าแห่งจังหวัดสมุทรปราการและภูมิภาคภาคกลางของราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ยก วัดอโศการาม เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569
ประกาศ ณ วันที่ 19 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน
ฉบับที่ 2 พระบรมราชโองการ ประกาศ ยกวัดราษฎร์เป็นพระอารามหลวง (วัดพระธาตุลำปางหลวง) มีเนื้อหาว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ยกวัดราษฎร์เป็นพระอารามหลวง
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และมาตรา 159 ของพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 พ.ศ.2545 ประกอบข้อ 3 ของระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการขอยกวัดราษฎร์ขึ้นเป็นพระอารามหลวง พ.ศ.2518 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569
จึงทรงมีพระราชดำริว่า วัดพระธาตุลำปางหลวง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง เป็นอารามสำคัญคู่นครลำปางมาแต่โบราณกาล นับอดีตเนื่องด้วยขัตติยตระกูลแห่งเจ้าผู้ครองนครฝ่ายเหนือ เป็นที่ประดิษฐานพระธาตุลำปางหลวง และพระแก้วดอนเต้า เจดียสถานและปูชนียวัตถุสำคัญแห่งราชอาณาจักร พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ ไปถวายน้ำสรงพระบรมธาตุ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พุทธศักราช 2514 และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา เสด็จไปทรงนมัสการหลายวาระด้วยเป็นพระธาตุประจำปีฉลูพระนักษัตรตามคติล้านนามีการจัดวางผังสถาปัตยกรรมตามคติพระพุทธศาสนาเป็นแบบแผน มีศาสนประเพณีประจำท้องถิ่นและการประกอบศาสนกิจเป็นศูนย์รวมจิตใจของมหาชนในพายัพเขต นับเป็นศรีสง่าแห่งจังหวัดลำปาง และภูมิภาคภาคเหนือของราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ยกวัดพระธาตุลำปางหลวง เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569
ประกาศ ณ วันที่ 19 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน
ฉบับที่ 3 พระบรมราชโองการ ประกาศ ยกวัดราษฎร์เป็นพระอารามหลวง (วัดป่าแสงอรุณ) มีเนื้อหาว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ยกวัดราษฎร์เป็นพระอารามหลวง
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และมาตรา 159 ของพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 พ.ศ.2545 ประกอบข้อ 3 ของระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการขอยกวัดราษฎร์ขึ้นเป็นพระอารามหลวง พ.ศ.2518 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569
จึงทรงมีพระราชดำริว่า วัดป่าแสงรรุม อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น สถาปนาขึ้นโดยคณะพระบูรพาจารย์ในวงศ์พระกรรมฐานสายพระครูวินัยธร (มั่น ภูริทัตโต) ซึ่งล้วนเป็นที่ทรงพระราชศรัทธาในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นสัปปายสถาน และมีเสนาสนะเป็นระเบียบเรียบร้อยมั่นคง ถึงพร้อมด้วยคุณสมบัติทั้งด้านสาธารณูปการ ศิลปกรรม การปกครอง การเผยแผ่พระพุทธศาสนา และการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม มีสิมอีสานเป็นประธานสำแดงเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมและภูมิปัญญาพื้นเมือง ได้รับการพัฒนาให้เจริญมั่นคงยิ่งขึ้นมาโดยลำดับ มีพระเถระครองวัดซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิปรีชาด้านพระปริยัติธรรม อำนวยให้มีการสอนพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและแผนกบาลี กระทั่งพัฒนาขึ้นเป็นศูนย์กลางการศึกษาของคณะสงฆ์ในภูมิภาค เกื้อกูลต่อความยั่งยืนของพระบวรพุทธศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และการศึกษาของคณะสงฆ์ในอีสานเขต นับเป็นศรีสง่าแห่งจังหวัดขอนแก่น และภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือของราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ยก วัดป่าแสงอรุณ เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569
ประกาศ ณ วันที่ 19 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน
ฉบับที่ 4 พระบรมราชโองการ ประกาศ ยกวัดราษฎร์เป็นพระอารามหลวง (วัดราชประดิษฐาน (วัดพะโคะ)) มีเนื้อหาว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ยกวัดราษฎร์เป็นพระอารามหลวง
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และมาตรา 159 ของพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 พ.ศ.2545 ประกอบข้อ 3 ของระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการขอยกวัดราษฎร์ขึ้นเป็นพระอารามหลวง พ.ศ.2518 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569
จึงทรงมีพระราชดำริว่า วัดราชประดิษฐาน (วัดพะโคะ) อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา เป็นอารามโบราณ มีนามแสดงนัยสำคัญเชิงประวัติศาสตร์ว่าวัดหลวง ตั้งอยู่บนเขาพะโคะ ประดิษฐานพระสุวรรณมาลิกเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ ศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาลังกาวงศ์ในบริเวณคาบสมุทรสทิงพระมาแต่โบราณสมัย ได้รับพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์จากสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าแห่งกรุงศรีอยุธยาหลายพระองค์ เช่น สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ สมเด็จพระเอกาทศรถ บริบูรณ์ด้วยกิตติประวัติด้านการปกครองคณะสงฆ์ พุทธศาสนประวัติ ประวัติศาสตร์ โบราณคดี และศิลปกรรม มีตำนานสัมพันธ์เนื่องในสมเด็จพระราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์ จัดเป็นปูชนียสถานพยานแห่งความรุ่งเรืองของชุมชนชาวพุทธ และกิจการพระพุทธศาสนาในทักษิณเขต มีบทบาทพิเศษในการเผยแผ่พระธรรมวินัย การศึกษา และการสืบสานขนขนบธรรมเนียมประเพณี นับเป็นศรีสง่าแห่งจังหวัดสงขลา และภูมิภาคภาคใต้ของราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ยก วัดราชประดิษฐาน เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569
ประกาศ ณ วันที่ 19 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน
ฉบับที่ 5 พระบรมราชโองการ ประกาศ ยกวัดราษฎร์เป็นพระอารามหลวง (วัดสาลโคดม) มีเนื้อหาว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ยกวัดราษฎร์เป็นพระอารามหลวง
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และมาตรา 159 ของพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 พ.ศ.2545 ประกอบข้อ 3 ของระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการขอยกวัดราษฎร์ขึ้นเป็นพระอารามหลวง พ.ศ.2518 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569
จึงทรงมีพระราชดำริว่า วัดสาลโคดม อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เป็นอารามโบราณนับแต่กรุงศรีอยุธยา ได้สถาปนาขึ้นใหม่ให้บริบูรณ์ด้วยถาวรวัตถุสถานมั่นคง โดยศรัทธาปสาทะแห่งหม่อมหลวงบัว กิติยากร พระชนนีในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นปฐม ทั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระราชศรัทธา พระราชทานพระราชทรัพย์สถาปนาอุโบสถ พร้อมพระราชทานพระราชานุญาตให้เชิญอักษรพระนามาภิไธย สก ประดิษฐานบนหน้าบัน เป็นอารามที่ประดิษฐานพระพุทธชินวรมุนี อันเป็นที่เคารพสักการะของมหาชน อนุสนธิพระบรมราชินูปถัมภ์แห่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นต้น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานพระราชูปถัมภ์สืบมา พรั่งพร้อมด้วยวิริยภาพ และกุศลศรัทธาของคณะองคมนตรีในรัชกาลปัจจุบัน ร่วมโดยเสด็จพระราชกุศลอยู่เป็นเนืองนิตย์ อนึ่ง สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาพัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี มีพระราชปณิธานในอันที่จะทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง การยกอารามนี้ขึ้นเป็นพระอารามหลวงเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในมหามงคลมัยแห่งพระชนมพรรษา นับเป็นศรีศนินิมิตในการสืบสานพระราชปณิธานและพระราชกุศลธรรมจริยาธรรมราชินี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ยกวัดสาลโคดม เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569
ประกาศ ณ วันที่ 19 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน













