
‘แบงก์ชาติ’ ร่วมมือ ‘สมาคมธนาคารฯ-ผู้ประกอบการ e-Cash’ คุมเพดานโอนเงิน ‘บัญชี e-Cash-บัญชีเงินฝากฯช่องทางดิจิทัล’ ของเยาวชนอายุ 10-18 ปี ไม่เกินวันละ 3 พัน-1 หมื่นบาท ป้องกันถูกลวงใช้เป็น ‘บัญชีม้า’
……………………………………….
เมื่อวันที่ 31 ก.ค. น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการติดตามและแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย พบว่า ปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพหันมาใช้บัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Cash) ของเยาวชน เป็นบัญชีม้าในการกระทำความผิดมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำทุจริตโดยไม่ได้เจตนา จากการเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีของตน โดยการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดอาญาตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ธปท.จึงร่วมกับสมาคมธนาคารไทยและแ ยกระดับมาตรการกำหนดวงเงินการโอนและการชำระเงินต่อวันผ่านช่องทางดิจิทัลให้เหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้า (Customer Profiling) โดยกำหนดมาตรฐานวงเงินเริ่มต้นสำหรับลูกค้ากลุ่มเยาวชน เพื่อลดความเสี่ยงที่มิจฉาชีพจะนำบัญชีของเยาวชนไปใช้ก่ออาชญากรรมทางการเงิน และได้พิจารณาให้สอดคล้องกับข้อมูลการใช้งานจริงของลูกค้าในกลุ่มเยาวชน ดังนี้
-ลูกค้าในกลุ่มเยาวชนอายุ 10–12 ปี บัญชี e-Cash กำหนดวงเงินโอนหรือชำระเงินไม่เกิน 3,000 บาทต่อวัน
-ลูกค้าในกลุ่มเยาวชนอายุ 12–15 ปี บัญชี e-Cash และบัญชีเงินฝากธนาคาร (ช่องทางดิจิทัล) กำหนดวงเงินโอนหรือชำระเงินไม่เกิน 5,000 บาทต่อวัน
-ลูกค้าในกลุ่มเยาวชนอายุ 15–18 ปี บัญชี e-Cash และบัญชีเงินฝากธนาคาร (ช่องทางดิจิทัล) กำหนดวงเงินโอนหรือชำระเงินไม่เกิน 10,000 บาทต่อวัน

นอกจากนี้ เพื่อลดผลกระทบต่อผู้สุจริต ธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบธุรกิจ e-Cash ต้องแจ้งลูกค้าล่วงหน้าก่อนการปรับวงเงิน และจัดให้มีช่องทางติดต่อที่สะดวก เช่น Cell Utility คอลเซนเตอร์ และสาขา สำหรับลูกค้าที่ประสงค์จะขอปรับเพิ่มวงเงิน โดยธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบธุรกิจ e-Cash จะทยอยปรับวงเงินตามที่กำหนดไว้ข้างต้นให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย.2569 และ ต.ค. ตามลำดับ
“ธปท. หวังว่าการยกระดับมาตรการในครั้งนี้จะช่วยลดความเสี่ยงที่เยาวชนจะตกเป็นเหยื่อหรือถูกลวงให้นำบัญชีไปใช้เป็นบัญชีม้าได้ และขอให้ผู้ปกครองสร้างความเข้าใจแก่บุตรหลานว่า การเปิดบัญชีให้ผู้อื่นหรือให้ผู้อื่นมาใช้บัญชี มีความเสี่ยงที่บัญชีจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดซึ่งมีผลทางกฎหมาย ทั้งนี้ ธปท. จะติดตามและประเมินสถานการณ์ รวมถึงพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจปรับเปลี่ยนรูปแบบการก่อเหตุอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับมาตรการให้เหมาะสมและทันต่อสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง” น.ส.ชญาวดี กล่าว














