
‘พิพัฒน์’ ยอมรับราคาน้ำมันดีเซลขยับ แต่ตั้งกรอบไม่เกิน 33 บาท/ลิตร ชี้จะมีการทำสูตรน้ำมันใหม่ แล้วช่วยเฉพาะกลุ่ม ขอประชาชนอย่าวิตกน้ำมันยังมีพอ แย้ม ‘สีหศักดิ์’คุยทางการรัสเซีย นับหนึ่งดีลซื้อน้ำมันดิบ ส่วนกองทุนน้ำมัน ต้องกู้เสริมสภาพคล่อง แต่คลังต้องเซ็นค้ำ เร่งตั้งครม.หรือถ้าไม่ทันขอกกต.อนุทัติต่อไป
สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า วันที่ 17 มีนาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า กรณีมาตรการดูแลราคาพลังงานนั้น หลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมนั้น เบื้องต้นทางกระทรวงพลังงานและบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ยังยืนยันว่า ปริมาณน้ำมันยังมีเพียงพอถึง 96 วันนับจากวานนี้ (16 มี.ค. 69) ส่วนที่มีปัญหาน้ำมันหมดคลังในหลายๆปั๊มน้ำมันนั้น สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการขนส่งไม่ทันท่วงที ประกอบกับสถานีบริการน้ำมันที่อยู่ภายใต้การบริหารของ ปตท. เชลล์ เอสโซ่ บางจาก คาสเท็กซ์ พีที และซัลโก้ ซึ่งมีจำนวนสถานีบริการน้ำมันรวมกันอยู่ที่ 10,000 แห่ง ขณะที่สถานีบริการน้ำมันอื่นๆกับจุดเติมน้ำมันตามหมู่บ้าน มีรวมกันอยู่ที่ 20,000 แห่งนั้น ตอนนี้จุดเติมน้ำมันตามหมู่บ้านไม่มีน้ำมันให้เติม คนในชุมชนจึงต้องขยับมาเติมในสถานีบริการมากขึ้น ทำให้การเตรียมการของสถานีบริการไม่ทันความต้องการ โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันจากคลังต่างๆมายังสถานีบริการ ทำให้ต้องมีการปิดกันเป็นช่วงๆ สำหรับการแก้ปัญหาจะมีการหารือในการประชุมครม.วันนี้ (17 มี.ค. 69)
ส่วนการตรึงราคาน้ำมันดีเซล นายพิพัฒน์กล่าวว่า จะมีการประชุมในช่วงเย็นนี้ แต่บอกได้เลยว่า จะมีการขยับราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินอีก ส่วนจะขยับกี่สตางค์ ต้องรอการประชุมสรุปช่วงเย็นนี้ก่อน โดยรัฐบาลตั้งใจว่า จะไม่ให้ราคาซื้อขายเกิน 33 บาท/ลิตร ซึ่งก่อนหน้านี้ราคาซื้อขายน้ำมันดีเซลเคยขึ้นไปอยู่ที่ 34 บาท/ลิตรมาแล้วในสมัยรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสินและรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ดังนั้น ตอนนี้ราคาก็จะทยอยปรับขึ้นไปอีกครั้ง นอกจากนี้ จะมีการหารือถึงการปรับสูตรน้ำมัน ซึ่งน้ำมันเบนซินมีการปรับไปแล้ว โดยมีทั้ง E10 E20 และ E85 ในรูปแบบเดียวกันสำหรับน้ำมันดีเซล การผสมน้ำมัน B100 จะมี B7 B10 และ B20 ซึ่งโครงสร้างราคาจะคล้ายๆกับเบนซิน เพราะฉะนั้น เมื่อมีการกำหดนโครงสร้างแบบนี้ ก็อาจจะมีการจัดประเภทน้ำมันใหม่ เช่น B20 ส่งให้ภาคอุตสาหกรรม เกษตรและขนส่งใช้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือโดยเฉพาะ ประมาณการว่าจะถูกกว่าน้ำมันดีเซลชนิด B7 ประมาณ 4-5 บาท/ลิตร
นายพิพัฒน์กล่าวต่อไปว่า ส่วนประเด็นของกองทุนน้ำมันปัจจุบันติดลบไป 12,000 ล้านบาท จากการประชุมร่วมกันมีข้อกังวลว่า ภาวะการติดลบนั้นจะให้เกิน 40,000 ล้านบาทไม่ได้ ซึ่งการจะกู้เงินมาเสริมสภาพคล่องให้กับกองทุนน้ำมัน จะต้องรอรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มเป็นผู้ดำเนินการเท่านั้น เพราะกระทรวงการคลังจะต้องมีการเซ็นค้ำประกันเงินกู้ เพราะการกู้เงินนั้นได้พูดคุยกับธนาคารกรุงไทยและธนาคารออมสินไว้แล้ว ซึ่งตอนนี้ก็คาดว่าจะมีการโหวตนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มี.ค.นี้ จากนั้นก็จะเป็นช่วงจัดตั้งคณะรัฐมนตรีและแถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภา อย่างไรก็ตาม ถ้ารัฐบาลใหม่ไม่สามารถจัดตั้งได้ทันเวลา ก็จะต้องมีการเสนอไปที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้พิจารณาประเด็นนี้เป็นกรณีพิเศษ
“ขอย้ำนะครับว่า น้ำมันไม่ขาดแน่นอน ในขณะนี้มีน้ำมันนอกอ่าวอีกกว่า 50% ที่ปตท.และกระทรวงพลังงานได้เซ็นสัญญาต่อไปแล้ว เราก็พยายามหาจากแหล่งอื่นมาเสริม นอกจากนี้ ยังมีข่าวดีจากท่านสีหศักดิ์ (สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ) ที่กำลังประชุมที่ประเทศในโซนยุโรป มีการหารือกับรัฐบาลรัสเซีย อาจจะเจอกับทูตหรือระดับรัฐมนตรีไม่แน่ใจ โดยจะมีการหารือถึงการซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซีย ซึ่งถ้าสำเร็จก็น่าจะไม่มีปัญหา” นายพิพัฒน์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า การซื้อขายน้ำมันจากรัสเซีย ยังกังวลเงื่อนไขที่สหรัฐอเมริกากำหนดไว้หรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศต้องเจรจาต่อไป วันนี้ทุกคนวิกฤติ ทุกประเทศวิกฤติ เชื่อว่าจะได้รับมาตรการผ่อนคลาย












