
‘อธิบดี คพ.’ แถลงโต้ ‘กกร.’ เผยผลสำรวจฯพาดพิง ‘รับสินบน’ ครั้งละ 1 แสน ยืนยัน ‘กรมฯ’ ไม่มีอำนาจ‘อนุมัติ-อนุญาต’ พร้อมทำ ‘จดหมายเปิดผนึก’ ขอ ‘กกร.' ส่งข้อมูลฯภายใน 7 วัน หากมีหลักฐานว่า ‘เจ้าหน้าที่’ กระทำผิดจริง ไม่มีการปกป้องแน่นอน
…………………………………..
จากกรณีเมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) โดย ‘คณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน’ เผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ ภายใต้โครงการ ‘คนไทยไม่ทนคอร์รัปชั่น’ ซึ่งสำรวจกลุ่มตัวอย่างภาคธุรกิจ จำนวน 401 ตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 26 มี.ค.-10 เม.ย.2569
โดยผลสำรวจฯส่วนหนึ่ง ระบุว่า หน่วยงานที่มีมูลค่าสินบนเฉลี่ยสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ 1.กรมควบคุมมลพิษ จำนวนเงินที่เสนอให้ต่อครั้ง 102,160 บาท 2.กรมเจ้าท่า จำนวนเงินที่เสนอให้ต่อครั้ง 100,000 บาท 3.กรมสรรพสามิต นวนเงินที่เสนอให้ต่อครั้ง 94,667 บาท 4.กรมสรรพากร จำนวนเงินที่เสนอให้ต่อครั้ง 89,498 บาท 5.กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล) จำนวนเงินที่เสนอให้ต่อครั้ง 88,750 บาท เป็นต้น นั้น
เมื่อวันที่ 15 พ.ค. นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีผลสำรวจของ กกร. พาดพิงกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ว่า เป็นหน่วยงานที่มีการรับสินบนสุงสุดเป็นอันดับ 1 มีจำนวนเงินสินบนครั้งละ 102,160 บาท โดยนายสุรินทร์ ระบุว่า กรมฯได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึง กกร. และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อขอทราบข้อมูลผลสำรวจฯและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดยขอให้ กกร. ส่งข้อมูลมาให้ภายใน 7 วัน
ขณะเดียวกัน ตนได้รับฉันทามติจาก คพ. ให้มาแถลงชี้แจงกรณีผลสำรวจฯของ กกร. ที่มีการพาดพิง คพ. เนื่องจากกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อ คพ. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลการจัดการมลพิษทั่วประเทศ และยังส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของบุคลากรของ คพ. ในทุกระดับ ในขณะที่ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของ คพ. นั้น คพ.ไม่มีอำนาจในการอนุมัติใบอนุญาตทางธุรกิจหรืออนุญาตการประกอบกิจการแต่อย่างใด
“คพ.เป็นกรมที่ทำหน้าที่ในทางวิชาการ ทำหน้าที่ตรวจสอบ ประเมิน และรายงานตามหลักวิชาการ คพ.มิได้มีอำนาจในการอนุมัติหรืออนุญาตหน่วยงานเอกชนใดๆ อันจะเป็นช่องทางในการเอื้อต่อการรับผลประโยชน์แต่อย่างใด” นายสุรินทร์ กล่าว
นายสุรินทร์ ย้ำด้วยว่า ในเรื่องการขอใบอนุญาตหรือการอนุมัติ คพ.ไม่มีอำนาจในส่วนนี้ ส่วนในด้านการจัดซื้อจัดจ้างนั้น กรมฯดำเนินการผ่านระบบ E-Procurement ทั้ง 100% และในด้านการตรวจสอบและการกำกับดูแล ซึ่ง กกร. กล่าวหา คพ.ว่า มีการรับสินบนนั้น ในกระบวนเข้าไปตรวจสอบกรณีต่างๆ เช่น โรงแรม อาคาร สถานประกอบการ หรือโรงงาน หาก คพ.ตรวจสอบแล้ว พบว่าต้องมีการแก้ไข ก็จะให้เวลาแก้ไข 90-120 วัน ซึ่งช่วงเวลานี้จะมีการปรับแต่อย่างใด
“การปรับจะเกิดขึ้น เมื่อครบเวลาแก้ไข 90-120 วัน แล้วผู้ประกอบการไม่ทำการแก้ไข เราจะกลับไป และในความเป็นจริงทางกฎหมาย เราจะปรับที่ 2,000 บาท/วัน และกรณีทั่วไปค่าปรับจะอยู่ที่ 15,000-30,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท จึงเป็นคำถามของผมต่อ กกร. ว่า จะมีผู้ประกอบการท่านใดที่จะแลกเงิน 60,000 บาท กับเงิน 1.02 แสนบาท คือ มาจ่ายเงิน 1.02 แสนบาท เพื่อจะได้ไม่ต้องจ่ายเงิน 60,000 บาท
นอกจากนั้น ในการปรับ เงินไม่ได้เข้ากระเป๋าเรา เราไม่ได้รางวัลนำจับ เงินทุกอย่างจะเข้า e-Price เข้างบประมาณ เข้างบประมาณกระทรวงการคลัง เข้างบประมาณแผ่นดิน อีกทั้งในการตรวจสอบโรงงานต่างๆ จะมีการกลไก check and steadiness ให้ คพ.เป็นผู้ตรวจสอบ แต่ถึงเวลาจริงๆ เราไม่มีอำนาจ เราต้องแจ้งให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมดำเนินงานต่อ ผมจึงต้องถามกลับว่า คพ.จะไปเรียกรับสินบนในช่วงทางไหน” นายสุรินทร์ กล่าว
นายสุรินทร์ ยกตัวอย่างว่า ในกรณีการตรวจสอบกรณีโรงงานปล่อยน้ำเสียนั้น คพ.จะมีแจ้งอุตสาหกรรมจังหวัด ให้เข้าร่วมการตรวจสอบพร้อมกับเจ้าหน้าที่ของ คพ. โดยจะเข้าไปตรวจโรงงานพร้อมกัน เมื่อ คพ.ตรวจสอบทางวิชาการเสร็จแล้ว อุตสาหกรรมจังหวัดจะมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ซึ่ง คพ.จะไม่มีอำนาจในการพักใช้ใบอนุญาตหรือสั่งปิดโรงงานแต่อย่างใด เพราะหน่วยงานที่ถือกฎหมายในส่วนนี้ คือ กรมโรงงานอุตสาหกรรม
นายสุรินทร์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงผลสำรวจฯของ กกร. ว่า “ผมมีข้อสงสัย โดยเฉพาะกระบวนการเก็บข้อมูล ท่านใช้อะไรในการเก็บข้อมูล ท่านเลือกกลุ่มตัวอย่างอย่างไร หรือแค่ใช้ Google Paperwork ส่งให้คนต่างๆกรอกข้อมูล แล้วท่านสรุปเองว่า นี่คือ Sample Dimension (กลุ่มตัวอย่าง) ที่มีเหมาะสม ท่านคัดเลือกผู้ตอบอย่างไร เมื่อคัดเลือกเสร็จ ท่านมีการกรองเพื่อทำโฟกัสกรุ๊ปหรือไม่ และผู้ที่ตอบ เป็นผู้ที่รับประสบการณ์ตรงกับกรมควบคุมมลพิษ หรือเป็นบุคคลที่สาม
ท่านระบุหน่วยงานถูกต้องหรือไม่ เพราะหลายครั้ง หน่วยงานที่พูดไป เป็นหน่วยงานอื่น มิใช่กรมควบคุมมลพิษ บางครั้งที่ลงพื้นที่ไป เขาก็ไม่ได้บอกว่าเป็นกรมควบคุมมลพิษ กลับมาที่ข้อสุดท้าย การที่เราจะทำอะไรจริงจังซักเรื่องที่มีผลกระทบต่อทุกคน เราต้องมั่นใจว่าการกระทำนั้น เราตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำอีก เลยอยากย้อนไปถาม กกร. ว่า ท่านมีการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลอย่างไรก่อนที่ท่านจะนำมาพูดและกล่าวอ้างพิงกรมเช่นนั้นหรือไม่”
นายสุรินทร์ ระบุด้วยว่า เมื่อ กกร.ส่งข้อมูลผลการสำรวจฯและหลักฐานต่างๆมาให้ คพ. แล้ว หาก คพ. พิจารณาตามเอกสารหลักฐานแล้ว พบว่ามีการทุจริตจริง จะดำเนินการโดยเด็ดขาดกับผู้เกี่ยวข้อง ไม่มีการปกป้องคนที่กระทำทุจริตแน่นอน แต่หากพิสูจน์ได้ว่าตัวเลขสินบน 1.02 แสนบาทที่ กกร. กล่าวหา คพ. ไม่เป็นความจริง กรมฯก็จะขอความเป็นธรรม โดยขอให้ กกร.ออกมาชี้แจง และต้องชี้แจงความจริง เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีของกรมที่สั่งสมมายาวนานกว่า 34 ปี และคืนขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ของกรมฯ
“ถูกก็ว่าถูก ผิดก็ว่าผิด ถ้ามันเป็นจริงว่าผิด ผมยินดีจัดการ ผมไม่ชักช้าแน่นอน แต่ถ้ามันไม่ใช่ ท่าน (กกร.) ต้องออกมาชี้แจงให้ผม พูดความจริง คุยแบบที่ผมคุยวันนี้ ท่านกล้าพูดเมื่อวาน ท่านก็ต้องกล้าพูดต่อ ผมกล้าสู้ ผมไม่กลัวใคร” นายสุรินทร์ กล่าว
อ่านประกอบ :













