15 พ.ค. 2569 นี้ ร่วมจับตาการประชุมร่วมรัฐสภาจะพิจารณาร่างกฎหมายเก่าตกค้างจากสภาฯ ชุดที่แล้ว หลัง ครม.อนุทิน 2 ได้มีมติยืนยันไว้รวม 34 ฉบับ
สำหรับร่างกฎหมายที่ค้างทั้งในสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา มีทั้งหมด 116 ฉบับ ในจำนวนนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ทั้งร่างแก้ไขเพื่อยกร่างใหม่ และร่างแก้ไขรายมาตรารวมแล้ว 23 ฉบับ มีกฎหมายระดับ พ.ร.ป.อีก 1 ฉบับเกี่ยวกับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (เสนอโดยก่อแก้ว พิกุลทอง กับคณะ) นอกจากนั้นเป็นกฎหมายอื่นๆ ในระดับ พ.ร.บ.
ทั้งหมดนี้ได้ ‘ไปต่อ' แค่ 34 ฉบับ หรือ 29.3% เท่านั้น และ ‘ตกไป’ 82 ฉบับ…. คำถามคือมีฉบับสำคัญอันไหนตกไปบ้าง
เบื้องต้น ชวนมาทำความเข้าใจก่อนว่าเมื่อมีการยุบสภาฯ ร่างกฎหมายที่กำลังพิจารณาอยู่ ไม่ว่าจะอยู่ในชั้นพิจารณาไหนก็ตาม ทั้งบรรจุวาระ 1, ชั้นกรรมาธิการ, วาระ 2 สภาผู้แทนราษฎร หรือในชั้นใดๆ ของวุฒิสภาก็จะเป็นอันตกไปด้วยทั้งหมด หนทางเดียวที่จะไปต่อได้คือรัฐบาลใหม่ โดย ครม.จะต้องมีมติว่าจะให้ร่างกฎหมายไหนไปต่อบ้างและส่งเรื่องให้ประธานสภาภายใน 60 วันหลังประชุมสภาครั้งแรก จากนั้นฉบับใดค้างอยู่จุดไหน ก็จะไปต่อจากจุดนั้น
ประชาไทรวม ‘ความน่าเสียดาย’ โดยหยิบยกฉบับสำคัญๆ ที่ไม่ได้ไปต่อ ดังนี้
1. ไม่มีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วนไป ‘นับหนึ่งใหม่'
ครม.อนุทิน ไม่ยืนยันร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่พรรคภูมิใจไทยเองก็เป็นผู้เสนอ และเป็นร่างหลักในการพิจารณารอบที่แล้ว
ถ้าจำกันได้ พรรคภูมิใจไทยทำ MoA กับพรรคประชาชน ได้เป็นรัฐบาล ก็เพราะรับปากดันเรื่องรัฐธรรมนูญใหม่ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรยุคอนุทิน1 ไปจนถึงวาระ 2 ก็เป็นร่างที่พรรคภูมิใจไทยวางกรอบไว้เองทั้งนั้น โดยวางเงื่อนไขห้ามแตะหมวด 1-2 เป็นที่เรียบร้อย ส่วนของที่มาสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ศาลรัฐธรรมนูญก็วินิจฉัยไปแล้วว่า “ไม่ให้มาจากการเลือกตั้ง” ทำให้สภาโหวตกันให้ใช้สูตร 20 หยิบ 1 ของพรรคประชาชน โดยร่างนี้กำลังพิจารณากันอยู่ แต่ปรากฏว่ามีการยุบสภาเสียก่อนจะพิจารณาแล้วเสร็จ
มาถึงจุดนี้เมื่อ ครม.ไม่มีมติยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้เพื่อดันต่อ ก็แปลว่าที่ลากถูลู่ถูกังกันมายาวนานนั้นตกไป เหลือเพียงอย่างเดียวที่ได้มาเป็นหลักฐานอันมั่นคง นั่นคือ 21.6 ล้านเสียงที่เห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ (คิดเป็น 58.64%) ผ่านการทำประชามติที่ผ่านมา
หากฟังเสียงจากภาคประชาสังคม ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ จาก iLaw หนึ่งในหัวเรี่ยวหัวแรงผู้ผลักดันการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ดูเหมือนเขาไม่ติดใจนัก เพราะร่างที่อยู่ในชั้น สว.ก็ดูจะบิดเบี้ยวขึ้นเรื่อยๆ
“ร่างฉบับเก่าไม่ติดใจ ช่างมัน สิ่งที่อยากได้วันนี้คือ รัฐบาลใหม่ช่วยแถลงโรดแมปโดยด่วน ว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเดินหน้ายังไง เมื่อไหร่จะเสนอร่าง เมื่อไหร่จะพิจารณา เมื่อไหร่จะมีประชามติครั้งที่ 2 เมื่อไหร่จะเลือกคนร่างฉบับใหม่ เมื่อไหร่จะมีประชามติครั้งที่ 3 ถ้าแถลงมาชัดเจน แล้วมันจะช้าบ้างก็ไม่เป็นไรครับถ้าไม่แถลงอะไรออกมาเลยก็คือไม่จริงใจที่จะเดินหน้าทำตามผลประชามติ” ยิ่งชีพโพสต์ในเฟซบุ๊กหลังนักข่าวโทรสอบถามกันหนาหูเรื่อง ครม.ไม่ดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ”
ในทางรูปธรรม แปลว่าจะต้องเริ่มต้นกระบวนการกันใหม่ หรือ ‘นับหนึ่งใหม่’ โดยจะต้องมีการเสนอญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพื่อให้รัฐสภาเริ่มต้นพิจารณากันตั้งแต่วาระแรก โดยญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาได้จากหลายทาง คือ
- คณะรัฐมนตรี (ครม.)
- สส. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 (ไม่น้อยกว่า 100 คน)
- สส. และสว. รวมกัน ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 (ไม่น้อยกว่า 140 คน)
- ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจํานวนไม่น้อยกว่า 50,000 คน
2. ไม่มีร่างกฎหมายเปิดข้อมูลเคลื่อนย้ายสารพิษ ฝีใกล้sะเบิด
ร่าง พ.ร.บ.การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ (PRTR) เป็นกฎหมายชื่อยากๆ แต่สำคัญมากกับสถานการณ์ตอนนี้ที่หลายจังหวัดมีปัญหาสารพิษจากขยะอุตสาหกรรมกระจายในชั้นดินไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร
กฎหมายดังกล่าวเกิดจากการเข้าชื่อของประชาชน 12,000 รายชื่อ และผ่านวาระ 1 ในสภาผู้แทนราษฎรแบบเอกฉันท์ไปแล้ว ในชั้นกรรมาธิการหลายฝ่ายก็ร่วมกันปรับแก้จนได้ร่างกฎหมายที่สมบูรณ์พร้อมเข้าสู่การพิจารณารายมาตราในวาระ 2 แล้วด้วย แต่สะดุดเมื่อยุบสภาเสียก่อน
มูลนิธิบูรณะนิเวศ สรุปความสำคัญของกฎหมายนี้ว่า มันเป็นกลไกสำคัญที่กำหนดให้โรงงานและสถานประกอบการรายงานข้อมูลการปล่อยมลพิษและการเคลื่อนย้ายสารอันตรายต่อหน่วยงานรัฐ พร้อมเผยแพร่สู่สาธารณะอย่างโปร่งใส ทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ว่ามีสารมลพิษชนิดใดถูกปล่อยออกมา ปริมาณเท่าใดต่อปี และกากอันตรายถูกเคลื่อนย้ายไปที่ใดและจัดการอย่างไร ข้อมูลนี้ช่วยให้หน่วยงานรัฐสามารถวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ประชาชนสามารถเตรียมการป้องกันตนเอง และร่วมเฝ้าระวังมลพิษได้
3.ไม่มี 2 ร่างกฎหมายแรงงาน ‘เพิ่มเวลาพักผ่อน-ลาดูใจ'
3.1 ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน เสนอโดยเซีย จำปาทอง สส.พรรคประชาชนและคณะ ผ่านชั้นกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎรแล้วเรียบร้อย เตรียมเข้าสู่วาระ 2 แต่เจอยุบสภาเสียก่อน
สาระสำคัญ เช่น
- ลดชั่วโมงการทำงาน จากเดิม forty eight ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เหลือ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เว้นแต่งานเสี่ยงอันตรายจะไม่เกิน 35 ชั่วโมง
- กำหนดให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจำสัปดาห์ จากเดิมสัปดาห์หนึ่งไม่น้อยกว่า 1 วัน แก้เป็นสัปดาห์หนึ่งไม่น้อยกว่า 2 วัน โดยวันหยุดประจำสัปดาห์ต้องมีระยะห่างกันไม่เกิน 5 วัน
- กำหนดระยะเวลาการให้สิทธิลูกจ้างหยุดพักผ่อนประจำปี จากเดิมให้ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาแล้วครบ 1 ปี จึงมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีไม่น้อยกว่า 6 วันทำงานต่อปี แก้เป็นให้ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาแล้วครบ 180 วัน มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ไม่น้อยกว่า 10 วันทำงานต่อปี
3.2 ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ฉบับพรรคประชาชน เสนอสิทธิลาดูแลสมาชิกครอบครัวปีละไม่เกิน 15 วัน แม้สิทธิลา 15 วันอาจยังไม่เพียงพอสำหรับผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้ป่วยระยะท้าย แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างระบบสังคมที่ให้ความสำคัญกับการดูแลกันในครอบครัว
ร่างฉบับดังกล่าวเคยผ่านการพิจารณาวาระ 1 รับหลักการของสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว ก่อนจะมีการยุบสภา
4.ร่างกฎหมายอีกหลายฉบับที่ตกไป
ประชาไทคัดเลือกร่างกฎหมายสำคัญๆ ที่อยู่ในชั้นต่างๆ และเป็นอันตกไปแล้ว เนื่องจาก ครม.อนุทิน 2 ไม่มีมติยืนยันต่อสภา
4.1 อยู่ชั้นกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรแล้ว แต่ไม่ได้ไปต่อ
- ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ราษฎร ซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินนโยบายของรัฐด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ (หรือนโยบายทวงคืนผืนป่า) (เสนอโดย : ซูการ์โน มะทา กับคณะ , เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล กับคณะ)
- ร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร (เสนอโดยวิโรจน์ ลักขณาอดิศร กับคณะ, เอกราช อุดมอำนวย กับคณะ)
- ร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ (เสนอโดยวิโรจน์ ลักขณาอดิศร กับคณะ)
4.2 กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว บรรจุวาระ 2 สภาผู้แทนราษฎรแล้ว ไม่ได้ไปต่อ
- ร่าง พ.ร.บ.อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและแนวหน้าสุขภาพ พ.ศ. (เสนอโดยสรวงศ์ เทียนทอง กับคณะ, อนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ)
4.3 บรรจุวาระ 1 สภาผู้แทนราษฎรแล้ว แต่ไม่ได้ไปต่อ เช่น
- ร่างพ.ร.บ.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (รังสิมันต์ โรม กับคณะ)
- ร่างพ.ร.บ.รับราชการทหาร (พริษฐ์ วัชระสินธุ กับคณะ)
- ร่าง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ (กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ กับคณะ)
- ร่าง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ (เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล กับคณะ)
- ร่างพ.ร.บ.การฌาปนกิจสงเคราะห์ (อิศร เพียงเกษ กับคณะ)
- ร่าง พ.ร.บ.รับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ การแสดงออกทางเพศสภาพ และคุณลักษณะทางเพศ (ณชเล บุญญาภิสมภาร กับปรชะาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 12,400 คน)
5.ส่องร่างกฎหมายกฎหมายสำคัญที่ได้ไปต่อ
ส่วนกฎหมายที่ได้ไปต่อ 34 ฉบับ หากเราพิจารณาดู จะพบว่าส่วนใหญ่เป็นร่างของ ครม.
- ร่าง พ.ร.บ.ที่คณะรัฐมนตรีเสนอมาถึง 21 ฉบับ
- ร่าง พ.ร.บ. ที่ สส. ชุดก่อนเสนอ 12 ฉบับ
- ร่างภาคประชาชน 1 ฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า โดยสารี อ๋องสมหวัง และประชาชน 21,111 คน
- กฎหมายสำคัญๆ ที่ได้ไปต่อ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่มีผู้เสนอถึง 7 เวอร์ชัน ได้แก่
- ครม.
- นางสาวคนึงนิจ ศรีบัวเอี่อม กับประชาชน 22,251 คน
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ
- นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กับคณะ
- นางสาวตรีนุช เทียนทอง กับคณะ
- นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ กับคณะ
- นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร กับคณะ
อีกฉบับคือ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมการเมือง ที่ชื่ออีกแบบว่า สร้างเสริมสังคมสันติสุข
นอกจากนี้ ยังมี ร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร แต่เป็นเวอร์ชันของ ครม. ไม่ใช่เวอร์ชันของพรรคฝ่ายค้าน รวมถึง ร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม เวอร์ชัน ครม. ทั้ง 2 ฉบับ กระทรวงกลาโหมเป็นผู้ส่งหนังสือยืนยันเอง หลังจาก ครม.สอบถามหน่วยงานต่างๆ ว่าจะให้ยืนยันร่างกฎหมายใดบ้าง
กฎหมายที่ ครม.มีมติยืนยันให้พิจารณาต่อ
(เรียงลำดับจากขั้นตอนที่ใกล้สำเร็จมากที่สุด)
วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมและส่งคืนให้สภาผู้แทนราษฎร
1.ร่าง พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน
กรรมาธิการวุฒิสภาพิจารณาเสร็จแล้ว รอบรรจุเข้าวาระ 2 ของวุฒิสภา
2.ร่าง พ.ร.บ.ล้มละลาย
3.ร่าง พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา
4.ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์
5.ร่าง พ.ร.บ.โคนมและผลิตภัณฑ์นม
อยู่ระหว่างการพิจารณาของกรรมาธิการ วุฒิสภา
6.ร่างพ.ร.บ.บริการจัดการเพื่ออากาศสะอาด
7.ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข (นิรโทษกรรมทางการเมือง)
8.ร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
เตรียมพิจารณาในวาระ 1 ของวุฒิสภา
9.ร่าง พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล
10.ร่าง พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด
11.ร่าง พ.ร.บ.เทศบาล
12.ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น
13.ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
กรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสร็จแล้ว รอพิจาณาวาระ 2
14.ร่าง พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า
กรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสร็จแล้ว เตรียมรอบรรจุวาระ 2
15.ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
16.ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่กำหนดความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
17.ร่าง พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์และวิทยุ
18.ร่าง พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม
19.ร่าง พ.ร.บ.สภาครูและบุคลาการทางการศึกษา
อยู่ระหว่างพิจารณาในกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร
20. ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค
บรรจะวาระ 1 สภาผู้แทนราษฎรแล้ว
21. ร่าง พ.ร.บ.โอนที่ราชพัสดุเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะในท้องที่ตำบลดงเย็น อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ให้แก่นางมี รักเสมอวงศ์
22. ร่าง พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างกิจการรถไฟฟ้า โครงการรถไฟฟ้ามหานครสายนัคราพิพัฒน์ ในท้องที่เขตวังทองหลาง เขตบางกะปิ เขตสวนหลวง เขตประเวศ เขตบางนา กรุงเทพมหานาคร และอำเภอบางพลี อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ
23. ร่าง พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างกิการรถไฟฟ้า โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วงแคราย-มีนบุรีในท้องที่อำเภอเมืองนนทบุรี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี และเขตหลักสี่ เขตบางเขน เขตคันนายาว เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร
24. ร่าง พ.ร.ก.กำหนดภาระในอสังหาริมทรัพย์เพื่อกิจการขนส่งมวลชน โครงการรถไฟฟ้าสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ในท้องที่เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
25. ร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
26. ร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล
27. ร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับ ครม.)
28. ร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม
29. ร่าง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
30. ร่าง พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย
31. ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย
32. ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาวิธีพิจารณาความแพ่ง
33. ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม
34. ร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า












