
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปี 2026 มีทิศทางที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด พญ.วรฉัตร เรสลี อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ และเจ้าของช่อง TikTok “หมอเมเล่าให้ฟัง” (@vorachatreslee) ได้โพสต์คลิปในวันที่ 24มิ.ย 2026 โดยระบุว่าแม้ความรุนแรงของโรคโควิด-19 จะลดลงจนไม่น่ากังวลเรื่องปอดอักเสบเหมือนในอดีต แต่สิ่งที่น่าจับตามองในขณะนี้คือภาวะ “ลองโควิด” (Prolonged COVID) รูปแบบใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อระบบประสาทโดยตรง ซึ่งผู้ป่วยต้องอาศัยการดูแลและฟื้นฟูร่างกายอย่างถูกวิธี
ความรุนแรงลดลง ไม่พบภาวะปอดอักเสบรุนแรง
โควิด-19 ในปี 2026 มีความแตกต่างจากช่วงปี 2020 อย่างมาก ความรุนแรงของโรคลดลง ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีเพียงอาการติดเชื้อที่ทางเดินหายใจส่วนบนเท่านั้น ไม่พบภาวะปอดอักเสบรุนแรงหรืออัตราการเสียชีวิตสูงเหมือนช่วงแรกของการระบาด อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มมีรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ต้องกลับมาเฝ้าระวังกลุ่มอาการหลังจากการติดเชื้อ หรือ “ลองโควิด” อย่างใกล้ชิด
ลองโควิด 2026: กระทบระบบประสาทและก่อให้เกิดสมองล้า
ข้อมูลพบว่า ผู้ที่ติดเชื้อโอมิครอนสายพันธุ์ย่อยที่ระบาดในช่วงนี้ ได้แก่ สายพันธุ์ JN.1 และสายพันธุ์วอนิมบัส (Vonimbus) หรือ NB.181 มีโอกาสเกิดภาวะลองโควิดได้ประมาณ 3-5% สิ่งที่แตกต่างคือ ลองโควิดในอดีตมักทำให้เกิดพังผืดในปอด แต่ในปัจจุบันจะส่งผลให้เกิดภาวะระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติ (Autonomic Dysfunction) ร่างกายจะเสมือนอยู่ในโหมดเอาชีวิตรอดและไม่ยอมปิดโหมดต่อสู้ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการอ่อนเพลีย เวียนศีรษะ เหนื่อยง่าย กล้ามเนื้อไม่มีแรง นอนไม่หลับ และมีภาวะสมองล้า (Mind Fog) ทำให้รู้สึกคิดช้าหรือความจำลดลง
3 วิธีฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาแข็งแรง
เพื่อป้องกันและรักษาภาวะลองโควิด พญ.วรฉัตร แนะนำให้ปรับสภาพแวดล้อมเพื่อส่งสัญญาณให้ร่างกายรับรู้ว่าหายป่วยแล้ว โดยมีแนวทางปฏิบัติดังนี้
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นสารอาหารหลักให้ครบถ้วน โดยเฉพาะโปรตีนและผักใบเขียว ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตในปริมาณที่มากเกินไป
ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ควรเริ่มจากการออกกำลังกายเบา ๆ เช่น การเดิน วิ่งจ็อกกิ้ง หรือยกน้ำหนักเบา ๆ ให้อยู่ในระดับหัวใจโซน 2 เพื่อกระตุ้นให้กล้ามเนื้อกลับมาทำงานตามปกติ และเป็นการป้องกันภาวะกล้ามเนื้อสลายจากการนอนพักนานเกินไป
ดูแลการนอนและหลีกเลี่ยงสารกระตุ้น ควรจัดเวลานอนและตื่นให้เป็นระบบ รับแสงแดดอ่อน ๆ ในยามเช้า และงดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหลังช่วงเที่ยง (เช่น ชา กาแฟ ช็อกโกแลต น้ำอัดลมบางประเภท) รวมถึงงดแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาด เพราะสารเหล่านี้จะรบกวนการนอนหลับและขัดขวางกระบวนการฟื้นฟูตัวเองของร่างกาย
โควิด-19 ในปัจจุบันไม่ได้น่ากลัวในแง่ของการทำลายปอดอีกต่อไป แต่ถือเป็นบททดสอบสำคัญที่ชี้วัดว่าร่างกายของเรามีความพร้อมและสามารถฟื้นตัวหลังจากการเจ็บป่วยได้ดีเพียงใด











