แชร์ลิ้งค์นี้ : https://ด่วน.com/07wb09 📋 | ดู : 10 ครั้ง
ศาลปคสูงสุดยกฟ้องคดีผอเขตบางรักสั่งระงับซ่อมบ้าน-วินิจฉัยปมอ้างพรบ.คุมอาคารล้าส

‘ศาลปกครองสูงสุด’ พิพากษายืน ‘ยกฟ้อง’ คดี ‘ผู้อำนวยการเขตบางรัก’ สั่งระงับซ่อมแซมบ้าน ชี้มีลักษณะเป็นการ ‘ดัดแปลงอาคาร’ ต้องยื่นของอนุญาตฯ พร้อมวินิจฉัยปมอ้าง ‘พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร’ ล้าสมัย เป็นเหตุให้ประชาชนเสียโอกาส

………………………………….

สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า เมื่อเร็วๆนี้ ศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.357-358/2565 คดีหมายเลขแดงที่ อ.149-150/2569 ซึ่งเป็นคดีที่นางสาว ส. (ผู้ฟ้องคดี) ยื่นฟ้องผู้อำนวยการเขตบางรัก กับพวก รวม 3 คน (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-3) ในคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีผู้อำนวยการเขตบางรัก มีคำสั่งระงับการซ่อมแซมบ้านของนางสาว ส. เนื่องจากเห็นว่า การดำเนินการของนางสาว ส.ไม่ใช่การซ่อมแซมบ้าน แต่เป็นการดัดแปลงอาคาร ซึ่งต้องยื่นขออนุญาตฯตามกฎหมาย

โดยคดีนี้ ศาลปกครองสูงสุด พิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นให้ ยกฟ้อง โดยศาลฯวินิจฉัยว่า นางสาว ส. ได้มีการดำเนินการเปลี่ยนแปลง ต่อเติม เพิ่ม ลด หรือขยาย ซึ่งลักษณะขอบเขต แบบ รูปทรง สัดส่วน น้ำหนัก เนื้อที่ของโครงสร้างของอาคารหรือส่วนต่างๆของบ้านไม้ 2 ชั้น เลขที่ XXX แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้ก่อสร้างไว้แล้ว ให้ผิดไปจากเดิม

จึงมิใช่เพียงการดำเนินการซ่อมแซม แต่มีลักษณะเป็นการดัดแปลงอาคาร ตามนัยมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 และไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะไม่ถือเป็นการดัดแปลงอาคารตามข้อ 1 (1) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2528) ออกตามความใน พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ดังนั้น นางสาว ส. จึงต้องยื่นคำขออนุญาตดัดแปลงอาคารต่อผู้อำนวยการเขตบางรัก (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1)

การที่ผู้อำนวยการเขตบางรัก (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1) มีคำสั่งให้ นางสาว ส. ระงับการดัดแปลงอาคาร ,ห้ามไม่ให้บุคคลใดใช้หรือเข้าไปในส่วนใดๆ ของอาคารหรือบริเวณอาคาร และให้ นางสาว ส. ยื่นคำขอรับใบอนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร หรือดำเนินการแจ้งตามมาตรา 39 ทวิ ตามมาตรา 41 (แบบ ค.) จึงเป็นคำสั่งชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ส่วนที่ นางสาว ส. (ผู้ฟ้องคดี) อุทธรณ์โต้แย้งว่า พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ใช้บังคับมา 40 ปีแล้ว จึงมีความล้าหลัง ไม่ทันสมัย เป็นเหตุให้ประชาชนเสียโอกาสหรือทำผิดกฎหมายได้เหมือนดังเช่นกรณีของผู้ฟ้องคดีที่ได้ทำการซ่อมแชมปรับปรุงบ้านให้มีคุณภาพ มีความทนทานมากขึ้น แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งว่า กระทำการผิดกฎหมาย นั้น

ศาลฯเห็นว่า ข้อกล่าวอ้างของ นางสาว ส. (ผู้ฟ้องคดี) ดังกล่าว เป็นเพียงความคิดเห็นและความเข้าใจของผู้ฟ้องคดี ซึ่งมิใช่ประเด็นพิพาทแห่งคดีนี้ ประกอบกับกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ได้มีการแก้ไขและปรับปรุงอยู่หลายครั้ง และมีเจตนารมณ์เพื่อควบคุมเกี่ยวกับความมั่นคง แข็งแรง ความปลอดภัย การป้องกันอัคคีภัย การสาธารณสุข การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การผังเมือง การสถาปัตยกรรม และการอำนวยความสะดวกแก่การจราจร

ทั้งนี้ เพื่อให้อาคารมีความมั่นคงแข็งแรง และเพื่อความปลอดภัยของผู้พักอาศัย รวมถึงประชาชนผู้อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับอาคารด้วย กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร จึงได้ให้อำนาจแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่น เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายดังกล่าว

ดังนั้น เมื่อมีการดัดแปลงอาคาร โดยฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 กฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามพระราชบัญญัติดังกล่าว หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องเจ้าพนักงานท้องถิ่น ย่อมมีอำนาจที่จะดำเนินการกับอาคารดังกล่าวได้เสมอ ไม่เพียงแต่เฉพาะกรณีของนางสาว ส. (ผู้ฟ้องคดี) เท่านั้น

“คดีนี้ผู้ฟ้องคดี (นางสาว ส.) ฟ้องว่า ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นหนังสือขอซ่อมแซมบ้าน ลงวันที่ 24 ก.ค.2557 ต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (ผู้อำนวยการเขตบางรัก) ระบุว่า บ้านของผู้ฟ้องคดีเป็นอาคารไม้ 2 ชั้น เลขที่ XXX แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ผนังบ้านและหลังคาชำรุด ผู้ฟ้องคดี จึงมีความประสงค์ขอซ่อมแซมบ้านไม้ดังกล่าวให้อยู่ในสภาพเดิม โดยไม่เพิ่มขนาดและใช้วัสดุเดิมทุกประการ

ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้พิจารณาคำขอของผู้ฟ้องคดี แล้วมีหนังสือ ที่ กท 4303/3250 ลงวันที่ 6 ส.ค.2557 แจ้งผู้ฟ้องคดีว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้ตรวจสอบพิจารณาแล้วเห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่เข้าข่ายเป็นการก่อสร้าง ดัดแปลงอาคาร ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522

แต่ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการนอกเหนือจากที่ได้ยื่นหนังสือไว้ และเข้าข่ายตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2543 และข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมอาคาร พ.ศ.2554 หรือกฎหมายอื่นใด ผู้ฟ้องคดีจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตก่อสร้างดัดแปลงอาคาร ก่อนดำเนินการต่อไป

ซึ่งในการดำเนินการซ่อมแซมบ้านของผู้ฟ้องคดี นั้น ข้อเท็จจริงปรากฏจากภาพถ่ายเอกสารแนบท้ายคำฟ้องของผู้ฟ้องคดี (นางสาว ส.) ภาพถ่ายแนบท้ายคำให้การของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 (นาง จ.)

เห็นได้ว่า ผู้ฟ้องคดี ได้ดำเนินการปรับปรุงบริเวณชั้นล่างของอาคารพิพาท โดยได้ทำการเทคานคอนกรีตเสริมเหล็กรัดรอบแนวเสาอาคาร มีการต่อเสาไม้โดยใช้ไม้ขนาดใกล้เคียงนำมาประกอบแล้วยึดด้วยนอตสกรู ซึ่งทำให้อาคารพิพาทมีความสูงเพิ่มขึ้นจากเดิมที่เป็นอาคารไม้ 2 ชั้น เป็นอาคาร 3 ชั้น

นอกจากนี้ ผู้ฟ้องคดีได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงวัสดุที่ประกอบเป็นตัวบ้านด้วย กล่าวคือ อาคารเดิม มีโครงหลังคาเป็นไม้ แต่ผู้ฟ้องคดี ทำการเปลี่ยนโครงหลังคาโดยใช้เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ อันเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของอาคารไปจากเดิมมาก

การดำเนินการของผู้ฟ้องคดีดังกล่าว จึงเป็นการดำเนินการเปลี่ยนแปลง ต่อเติม เพิ่ม ลด หรือขยาย ซึ่งลักษณะขอบเขต แบบ รูปทรง สัดส่วน น้ำหนัก เนื้อที่ของโครงสร้างของอาคารหรือส่วนต่างๆ ของอาคารซึ่งได้ก่อสร้างไว้แล้ว ให้ผิดไปจากเดิม และมิใช่เพียงการดำเนินการซ่อมแซม แต่มีลักษณะเป็นการดัดแปลงอาคาร ตามนัยมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 และไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะไม่ถือเป็นการดัดแปลงอาคารตามข้อ 1 (1) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2528) ออกตามความใน พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522

เมื่อการกระทำของผู้ฟ้องคดี (นางสาว ส.) ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้ครอบครองอาคารพิพาท มีลักษณะเป็นการดัดแปลงอาคาร ผู้ฟ้องคดี จึงต้องยื่นคำขออนุญาตดัดแปลงอาคารต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (ผู้อำนวยการเขตบางรัก) ตามมาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ประกอบกับข้อ 6 วรรคหนึ่ง ของข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมอาคาร พ.ศ.2554 แต่ผู้ฟ้องคดีมิได้ดำเนินการดังกล่าว

การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีคำสั่ง ที่ กท 4303/4786 ลงวันที่ 20 พ.ย.2558 ให้ผู้ฟ้องคดีระงับการดัดแปลงอาคารตามมาตรา 40 (1) (แบบ ค.3) คำสั่งที่ กท 4303/4787 ลงวันที่ 20 พ.ย.2558 ห้ามผู้ฟ้องคดีหรือบุคคลใดใช้หรือเข้าไปในส่วนใดๆ ของอาคารหรือบริเวณอาคารตาม มาตรา 40 (2) (แบบ ค.4) และคำสั่งที่ กท 4303/138 ลงวันที่ 11 ม.ค.2560 ให้ผู้ฟ้องคดี ยื่นคำขอรับใบอนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร หรือดำเนินการแจ้งตามมาตรา 39 ทวิ ตามมาตรา 41 (แบบ ค.) จึงเป็นคำสั่งชอบด้วยกฎหมายแล้ว

และเมื่อได้วินิจฉัยแล้วว่าคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่ กท 4303/4786 ลงวันที่ 20 พ.ย.2558 คำสั่งที่ กท 4303/4787 ลงวันที่ 20 พ.ย.2558 และคำสั่งที่ กท 4303/138 ลงวันที่ 11 ม.ค.2560 ชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522) มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ 96/2559 ลงวันที่ 15 ธ.ค.2559 วินิจฉัยว่า คำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่ กท 4303/4786 ลงวันที่ 20 พ.ย.2558 ที่ให้ผู้ฟ้องคดี ระงับการดัดแปลงอาคารตามมาตรา 40 (1) (แบบ ค.3) และคำสั่งที่ กท 4303/4787 ลงวันที่ 20 พ.ย.2558 ที่ห้ามผู้ฟ้องคดีหรือบุคคลใดใช้หรือเข้าไปในส่วนใดๆ ของอาคาร หรือบริเวณอาคาร ตามมาตรา 40 (2) (แบบ ค.4) ชอบด้วยกฎหมายแล้ว จึงให้ยกอุทธรณ์คำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ดังกล่าว

และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ 83/2560 ลงวันที่ 18 ธ.ค.2560 วินิจฉัยว่า คำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่ กท 4303/138 ลงวันที่ 11 ม.ค.2560 ที่ให้ผู้ฟ้องคดี ยื่นคำขอรับใบอนุญาตดัดแปลงอาคาร ตามมาตรา 41 (แบบ ค.9) ชอบด้วยกฎหมายแล้ว จึงให้ยกอุทธรณ์คำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ดังกล่าว ซึ่งได้วินิจฉัยอุทธรณ์ให้แก่ผู้ฟ้องคดี โดยอาศัยข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และเหตุผลในทำนองเดียวกับการออกคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ทั้งสามคำสั่งดังกล่าว จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายแล้วเช่นเดียวกัน

ส่วนที่ผู้ฟ้องคดีอุทธรณ์โต้แย้งว่า พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ใช้บังคับมา 40 ปีแล้ว จึงมีความล้าหลัง ไม่ทันสมัย เป็นเหตุให้ประชาชนเสียโอกาสหรือทำผิดกฎหมายได้เหมือนดังเช่นกรณีของผู้ฟ้องคดีที่ได้ทำการซ่อมแชมปรับปรุงบ้านให้มีคุณภาพ มีความทนทานมากขึ้น แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งว่า กระทำการผิดกฎหมาย นั้น

เห็นว่า ข้อกล่าวอ้างของผู้ฟ้องคดีดังกล่าวเป็นเพียงความคิดเห็นและความเข้าใจของผู้ฟ้องคดี ซึ่งมิใช่ประเด็นพิพาทแห่งคดีนี้ ประกอบกับกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารได้มีการแก้ไขและปรับปรุงอยู่หลายครั้ง และมีเจตนารมณ์เพื่อควบคุมเกี่ยวกับความมั่นคง แข็งแรง ความปลอดภัย การป้องกันอัคคีภัย การสาธารณสุข การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การผังเมือง การสถาปัตยกรรม และการอำนวยความสะดวกแก่การจราจร

ทั้งนี้ เพื่อให้อาคาร มีความมั่นคงแข็งแรง และเพื่อความปลอดภัยของผู้พักอาศัย รวมถึงประชาชนผู้อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับอาคารด้วย กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร จึงได้ให้อำนาจแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่น เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายดังกล่าว

เมื่อมีการดัดแปลงอาคาร โดยฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 กฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามพระราชบัญญัติดังกล่าว หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องเจ้าพนักงานท้องถิ่น ย่อมมีอำนาจที่จะดำเนินการกับอาคารดังกล่าวได้เสมอ ไม่เพียงแต่เฉพาะกรณีของผู้ฟ้องคดีเท่านั้น อุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

การที่ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง นั้น ศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วยในผล

พิพากษายืน” คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขดำที่ อ.357-358/2565 คดีหมายเลขแดงที่ อ.149-150/2569 ลงวันที่ 18 ก.พ.2569 ระบุ

สำหรับคดีนี้ ผู้ฟ้องคดี (นางสาว ส.) ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องว่า ผู้ฟ้องคดี เป็นเจ้าบ้านตามทะเบียนบ้านและเป็นผู้ครอบครองบ้านเลขที่ XXX ตรอกพุทธโอสถ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2526

ต่อมา ผู้ฟ้องคดี ยื่นหนังสือขอซ่อมแซมบ้าน ฉบับลงวันที่ 24 ก.ค.2557 ต่อสำนักงานเขตบางรัก เนื่องจากบ้านทรุดโทรมและสำนักงานเขตบางรักมีหนังสือ ลงวันที่ 6 ส.ค.2557 แจ้งว่า การซ่อมแซมไม่เข้าข่ายเป็นการก่อสร้างดัดแปลงและอนุญาตให้ซ่อมแซมได้ โดยมีรายละเอียดในการซ่อมแซม คือ 1.ซ่อมแซมผนังอาคาร 2.ซ่อมแซมเปลี่ยนวัสดุหลังคาที่ชำรุดใหม่ 3.ปรับปรุงสภาพอาคารต่างๆ ในสภาพเดิม โดยไม่เพิ่มขนาดและใช้วัสดุเดิม

แต่ระหว่างการ ซ่อมแซมผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (ผู้อำนวยการเขตบางรัก) มีคำสั่งให้ระงับการซ่อมแซม ครั้งที่ 1 ตามคำสั่ง ที่ กท 4303/5571 ลงวันที่ 31 ต.ค.2557 ให้ระงับการดัดแปลงอาคารไม้ 2 ชั้น ขนาดประมาณ 4.96 x 6.96 x 8.50 เมตร จำนวน 1 หลัง โดยอ้างว่าผู้ฟ้องคดี (นางสาว ส.) ได้ทำการเทคานรัดเสาชั้นล่างโดยรอบ ต่อเสาไม้ ที่ชั้นล่างของอาคารทำให้อาคารมีความสูงเพิ่มขึ้นประมาณ 1 เมตร และเปลี่ยนโครงหลังคาจากไม้เป็นเหล็ก

คำสั่ง ที่ กท 4303/4572 ลงวันที่ 31 ต.ค.2557 ห้ามใช้หรือเข้าไปในส่วนใด ๆ ของอาคารหรือบริเวณอาคารดังกล่าว และคำสั่ง ที่ กท 4303/4573 ลงวันที่ 31 ต.ค.2557 ให้ดำเนินการแก้ไขและให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารดังกล่าว

ผู้ฟ้องคดี (นางสาว ส.) ยื่นอุทธรณ์คำสั่งทั้งสามดังกล่าวต่อสำนักงานเขตบางรัก ลงวันที่ 28 พ.ย.2557 ว่า เมื่อปี พ.ศ.2490 นาง อ. มารดาของผู้ฟ้องคดี ได้ปลูกบ้านลงบนที่ดินเนื้อที่ 51 ตารางวา เมื่อนาง อ. ถึงแก่กรรม บ้านและที่ดินจึงเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาท ผู้ฟ้องคดีเป็นบุตรของ นาง อ. จึงเป็นทายาทและเป็นเจ้าของคนหนึ่งในบ้านและที่ดิน

โดยบ้านเป็นอาคารไม้สูงประมาณ 8.5 เมตร ใต้ถุนบ้านยกสูงประมาณ 2 เมตรเศษ ใช้เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ มีบันไดสูง 4 ขั้น มีสภาพทรุดโทรม ที่ดินที่ตั้งอาคารมีสภาพต่ำมีน้ำท่วมใต้อาคาร เสาใต้ถุนบ้านทรุดตัวลงและเกิดการผุกร่อน ฝาบ้านและหลังคาชำรุด จึงต้องปรับปรุงซ่อมแซมอาคารใหม่ ผู้ฟ้องคดี มีจุดประสงค์เพียงยกระดับพื้นไม้ชั้นล่างให้สูงขึ้น จากการที่อาคารทรุดตัวลง และทำการถมดิน ชั้นล่างเพื่อป้องกันน้ำท่วม มิใช่เป็นการเพิ่มความสูงของอาคาร ความสูงของอาคารยังอยู่ในโครงสร้างความสูงเดิม

ต่อมา สำนักงานเขตบางรักได้มีคำสั่งตามหนังสือ ที่ กท 4303/2230 ลงวันที่ 10 มิ.ย.2558 แจ้งการเพิกถอนคำสั่งทางปกครองทั้ง 3 คำสั่ง และผู้ถูกฟ้องคดี ที่ 1 มีคำสั่งให้ระงับการซ่อมแซมครั้งที่ 2 ตามคำสั่งที่ กท 4303/4786 ลงวันที่ 20 พ.ย.2558 ให้ระงับการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารตามมาตรา 40 (1) (แบบ ค.3) คำสั่ง ที่ กท 4303/4787 ลงวันที่ 20 พ.ย.2558 ห้ามใช้หรือเข้าไป ในส่วนใดๆ ของอาคารหรือบริเวณอาคารตามมาตรา 40 (2) (แบบ ค.4)

และคำสั่ง ที่ กท 4303/4788 ลงวันที่ 20 พ.ย.2558 ให้ดำเนินการแก้ไขและให้ยื่นคำขอรับ ใบอนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารตามมาตรา 41 (แบบ ค.10)

ผู้ฟ้องคดียื่นอุทธรณ์ ฉบับลงวันที่ 4 ม.ค.2559 หลังจากนั้นสำนักงานเขตบางรัก ได้มีคำสั่งตามหนังสือ ที่ กท 4303/1807 ลงวันที่ 12 เม.ย.2559 แจ้งการเพิกถอน คำสั่ง ที่ กท 4303/4788 ลงวันที่ 20 พ.ย.2558 ที่ให้ดำเนินการแก้ไขและให้ ยื่นคำขอรับใบอนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารตามมาตรา 41 (แบบ ค.10)

และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีคำสั่งให้ระงับการซ่อมแซมครั้งที่ 3 ตามคำสั่ง ที่ กท 4303/1808 ลงวันที่ 12 เม.ย.2559 ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตก่อสร้าง ตัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารตามมาตรา 43 วรรคหนึ่ง (แบบ ค.9) ผู้ฟ้องคดียื่นอุทธรณ์ ฉบับลงวันที่ 2 พ.ค.2559

ต่อมา ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ที่ 96/2559 ลงวันที่ 15 ธ.ค.2559 วินิจฉัยให้เพิกถอนคำสั่ง ที่ กท 4303/1808 ลงวันที่ 12 เม.ย.2559 เนื่องจากเป็นการอ้างกฎหมายเก่าที่ถูกยกเลิกไปแล้ว สำนักงานเขตบางรัก จึงมีคำสั่งตามหนังสือ ที่ กท 4303/137 ลงวันที่ 11 ม.ค.2560 แจ้งการเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว

และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีคำสั่งให้ระงับการซ่อมแซมครั้งที่ 4 ตามคำสั่ง ที่ กท. 4303/138 ลงวันที่ 11 ม.ค.2560 ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร หรือดำเนินการแจ้งตามมาตรา 39 ทวิ ตามมาตรา 41 (แบบ ค.9)

ผู้ฟ้องคดีเห็นว่า ผู้ฟ้องคดีซ่อมแซมเสาเฉพาะใต้ถุนบ้านเท่านั้น ไม่ได้ซ่อมแซมเสาทั้งต้น โดยใช้เสาไม้ขันนอตไว้ติดกับเสาไม้เดิมเฉพาะใต้ถุนบ้าน ไม่ทำให้บ้านสูงขึ้น ปัจจุบันใต้ถุนบ้านสูงเพียง 1.20 เมตร เดิมแบบทรงอาคารเป็นอาคารหลังคามุงกระเบื้องทรงจั่วอยู่แล้ว คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ที่ 96/2559 ลงวันที่ 15 ธ.ค.2559 ที่ว่าอาคารของผู้ฟ้องคดีเดิม มีลักษณะเป็นโครงสร้างไม้สภาพเก่า 2 ชั้น มุงสังกะสี มีการเปลี่ยนแปลง รูปแบบทรงหลังคาจากเพิงหมาแหงนเป็นทรงจั่วและอาคารมีการต่อเสาไม้โดยใช้ไม้ขนาดใกล้เคียงกัน มาประกอบแล้วยืดด้วยนอตสกรู ทำให้ความสูงของอาคารเดิมเพิ่มขึ้น 1 เมตร จึงไม่ถูกต้อง

บ้านดังกล่าวปลูกมาเป็นระยะเวลากว่า 60 ปี ผู้ฟ้องคดีมีสิทธิที่จะบำรุงรักษาบ้านให้ดีขึ้นได้ และเมื่อซ่อมแซมหลังคาบ้านที่ชำรุด พบว่าโครงหลังคาเดิมใช้วัสดุที่เป็นเหล็กและผุพัง ตามกาลเวลามิใช่ไม้ จึงเปลี่ยนวัสดุใหม่ ซึ่งเป็นประเภทเดียวกัน ไม่ใช่การเปลี่ยนจากไม้เป็นเหล็ก และไม่ใช่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างของอาคาร

การกระทำดังกล่าวไม่ใช่การดัดแปลงอาคาร จึงไม่ต้องยื่นขออนุญาตดัดแปลงอาคาร คำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงนำคดีมาฟ้องต่อศาลปกครองชั้นต้น

ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ดังนี้

1.เพิกถอนคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่ กท 4303/4786 ลงวันที่ 20 พ.ย.2558 คำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่ กท กท 4303/4786 ลงวันที่ 20 พ.ย.2558 คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ที่ 96/2559 ลงวันที่ 15 ธ.ค.2559 และให้ผู้ฟ้องคดี ดำเนินการซ่อมแซมบ้านให้แล้วเสร็จต่อไป

2.เพิกถอนคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่ กท 4303/138 ลงวันที่ 11 ม.ค.2560

อ่านประกอบ :

ไม่ขออนุญาต-เหลือที่ว่างไม่ถึง 2 ม.!‘ศาลปค.สูงสุด’ยืนคำสั่ง‘กรุงเทพมหานคร’ระงับต่อเติม‘ครัว’หลังบ้าน

ที่มา สำนักข่าวอิศรา ( isranews.org )

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

ช่วงวันไหลนาเกลือ 18–20 เม.ย. นี้ รถจะเยอะเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ 2026-04-18 11:03:00

‘สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ-สตง.-ป.ป.ท.’ตั้งคณะทำงานร่วมฯ ตรวจสอบ-เฝ้าระวังทุจริตโครงการลงทุนขนาดใหญ่

ตำรวจสอบสวนกลาง บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการรับมือสถาน

18 เม.ย. 69 เวลา 16.40 น. จากเหตุตู้คอนเทนเนอร์หล่น! ถนนร่มเ 2026-04-18 11:23:00

“โก๊ะตี๋” เปิดใจ เลิกอดีตเมีย ซังกะเสียชีวิต 9 เดือน ก่อนเจอ “น้อง

DMCR Recent 🎥 ละครสั้น หลังเลิกงาน 🎬 ตอน ออฟฟิศเราไม่เอาพ

🚨 ช่วงหลังเทศกาลแบบนี้ หลายๆ คนเริ่มเงินร่อยหรอ ระวังให้ดี เ

สึกแล้ว!!

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ . แถลงข่าว : ความคืบหน้าคดีสินบนทองคำ

ผู้เรียบเรียง

ให้คะแนนความพอใจของคุณ :

0 / 5 คะแนน 0

คุณให้คะแนน:

แชร์ลิ้งค์นี้ : https://ด่วน.com/07wb09 📋 | ดู : 10 ครั้ง
  1. บรรยากาศช่วงเทศกาลสงกรานต์ของจังหวัดเชียงใหม่-ขณะนี้ได้กลับเ บรรยากาศช่วงเทศกาลสงกรานต์ของจังหวัดเชียงใหม่ ขณะนี้ได้กลับเ
  2. เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า-เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลาบาลา-หน่วย เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลาบาลา หน่วย
  3. สึกแล้ว สึกแล้ว
  4. เดี๋ยวเปิด เดี๋ยวปิด ทรัมป์ พล่ามไปเรื่อย อิหร่าน ขู่จะปิดฮอร์มุซอีกแล้ว อัพเดทข่าว เดี๋ยวเปิด เดี๋ยวปิด ทรัมป์ พล่ามไปเรื่อย อิหร่าน ขู่จะปิดฮอร์มุซอีกแล้ว อัพเดทข่าว
  5. ศัพท์-ศัพท์-ศัพท์-วันนี้ขอเสนอคำว่า-“อัตราดอกเบี้ยเงินกู้”. ศัพท์ ศัพท์ ศัพท์ วันนี้ขอเสนอคำว่า “อัตราดอกเบี้ยเงินกู้” .
  6. เผยภาพนาทีตำรวจม้านิวยอร์กควบม้าไล่โจรวิ่งราว  เผยภาพนาทีตำรวจม้านิวยอร์กควบม้าไล่โจรวิ่งราว
  7. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ.-แถลงข่าว-:-ความคืบหน้าคดีสินบนทองคำ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ . แถลงข่าว : ความคืบหน้าคดีสินบนทองคำ
  8. นายกฯ-ลุยสาง-2-ปมร้อน-ยิv-สส.พรรคประชาชาติ-เเละคำขอโทษจากปาก นายกฯ ลุยสาง 2 ปมร้อน ยิv สส.พรรคประชาชาติ เเละคำขอโทษจากปาก
  9. เชียงรายสั่งทุกอำเภอปิดป่า-คุมเข้มหมู่บ้านเสี่ยง-ป้องกันไฟป่ เชียงรายสั่งทุกอำเภอปิดป่า คุมเข้มหมู่บ้านเสี่ยง ป้องกันไฟป่
  10. เมาล้มเอง-หนุ่มอายุ-35-ปี-ไปกินเหล้าที่-จ.ชลบุรี-พอจะกลับบ้-|-2026-04-18-10:02:00 เมาล้มเอง หนุ่มอายุ 35 ปี ไปกินเหล้าที่ จ.ชลบุรี พอจะกลับบ้ 2026-04-18 10:02:00

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


Share via
Click to Hide Advanced Floating Content
×

มีแจกคูปองส่วนลด จุกๆ

ให้เราแนะนำสินค้าไหม มีจ่ายเงินปลายทางด้วยนะ

ไปกันเล้ยยย
Send this to a friend
ล่าสุด
×