
.
ด้วยบรรดาโบราณวัตถุที่พบไม่ว่าจะเป็นหม้อโบราณ คนโทแอมโฟราที่ใช้ขนส่งน้ำมันมะกอกและไวน์ หัวเข็มขัดทองคำที่มีลวดลายงดงามประดับอัญมณีหลายชนิด ส่วนปลายสายรัดเข็มขัดทองคำที่เข้าชุดกัน แหวนตราทองคำสลักรูปบุคคลที่อาจเป็นจักรพรรดิเฮราคลีอุส ตลอดจนเหรียญทองคำที่มีเครื่องหมายโรงกษาปณ์กรุงคอนแสตนติโนเปิล นอกจากจะบ่งชี้ว่า เรือลำนี้เป็นเรือจากจักรวรรดิไบแซนไทน์ซึ่งพบได้ยากยิ่งในก้นทะเลเอเดรียติกแล้ว
.
ซากเรือและโบราณวัตถุเหล่านี้ยังถูกกำหนดอายุอยู่ใน “ช่วงยุคมืด” ของจักรวรรดิไบแซนไทน์ ราวช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 7- ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 8 ด้วย ความน่าสนใจคือ ยุคมืดที่ว่านั้นแทบไม่ปรากฏบันทึกลายลักษณ์อักษรใดๆ ให้สืบค้นกลับไปได้เลย อีกทั้งนักประวัติศาสตร์บางคนยังเชื่อว่า ช่วงเวลานั้นท้องทะเลเอเดรียติกยังไม่มีกิจการเดินเรือใดๆ อีก
.
การค้นพบโบราณวัตถุเหล่านี้จึงไม่เพียงทำให้นักโบราณคดีและนักประวัติศาสตร์ดีใจราวกับเจอขุมทรัพย์ใหญ่เท่านั้น แต่ยังช่วยให้พวกเขามี “ข้อมูลสำคัญ” ในการไขปริศนาโลกยุคกลางที่ขาดหายต่อไปได้ในอนาคต
.
ชมภาพการทำงานของทีมสำรวจและโบราณวัตถุล้ำค่า จากซากเรืออับปางยุคไบแซนไทน์ได้ใน นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย ฉบับที่ 297 เดือนเมษายน 2569
.
สั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ https://www.naiin.com/product/ingredient/699368
.
#NationalGeographicThailand
RSS) ที่มา : National Geographic Thailand's












