
เลขาครม.ออกหนังสือ 2 ฉบับ ‘มอบภูมิธรรมปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ-แนวปฏิบัติของครม.’ ร่างกฎหมายที่ผ่าน ‘กฤษฎีกา’ ชงไปสภาฯได้ ส่วนร่างที่กำลังตรวจ ต้องส่งกลับมาให้ครม.พิจารณาอีกรอบ ขณะที่นโยบายใหม่ที่มีผลผูกพันครม.ชุดอื่นให้เว้น ชี้ชัดไม่เรียกครม.รักษาการ
สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า วันที่ 30 ส.ค. 2568 นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ลงนามในหนังสือด่วนที่สุดที่ นร 0503/ว(ร)426 เรื่อง การมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี และเลขที่ นร 0503/ว(ร)427 เรื่อง แนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี กรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 170 (4) โดยหนังสือทั้ง 2 ฉบับมีไปถึงรองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกคน โดยมีเนื้อหา ดังนี้
1.หนังสือด่วนที่สุดที่ นร 0503/ว(ร)426 เรื่อง การมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี
ด้วยในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2568 คณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้วเห็นว่า โดยที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามมาตรา 170 (4) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงเป็นเหตุให้รัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 167 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
คณะรัฐมนตรีที่เหลือจึงอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่า คณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ตามมาตรา 168 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและตามมาตรา 10 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.ระเบียบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) 2545 บัญญัติให้ในระหว่างที่คณะรัฐมนตรีต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ เพราะศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้ร้องนายกรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี
ดังนั้น เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินดำเนินการต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง จึงได้มีมติมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี (นายภูมิธรรม เวชยชัย) เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี
2.เลขที่ นร 0503/ว(ร)427 เรื่อง แนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี กรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 170 (4)
ด้วยศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามมาตรา 170 (4) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงเป็นเหตุให้รัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 167 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย คณะรัฐมนตรีที่เหลือจึงอยู่ในตำแหน่ง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ตามมาตรา 168 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
คณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาเมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2568 ลงมติเห็นชอบแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี กรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 170 (4) ดังนี้
สถานะของคณะรัฐมนตรีและรัฐมนตรี
1. คณะรัฐมนตรีสิ้นสุดลง แต่ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัฏิบัติหน้าที่ต่อไป (ไม่เรียกว่า รักษาการ และได้รับเงินเดือนแต่ยังไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน)
2.คณะรัฐมนตรียังคงมีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศเท่าที่จำเป็นทุกประการ กรณีมีณีมีสถานการณ์คุกคามความมั่นคงของชาติ ย่อมมีอำนาจหน้าที่ที่จะประกาศมาตรการเพื่อรักษาความมั่นคงของชาติได้ เช่น ประกาศภาวะฉุกเฉินหรือประกาศ กฎอัยการศึก เป็นต้น
3. การลงชื่อตำแหน่งของรัฐมนตรี ยังคงลงชื่อในตำแหน่งเดิม มิใช่เป็นการรักษาการหรือรักษาการในตำแหน่ง
หลักการเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี
1.เรื่องที่เป็นนโยบายใหม่ซึ่งมีผลผูกพันคณะรัฐนตรีขุดใหม่ ไม่ควรพิจารณา
2.เรื่องที่จำเป็น เร่งด่วน หรือเรื่องที่ต่อเนื่องให้พิจารณาดำเนินการเป็นเรื่อง ๆ ไป
3.ร่างพระราชบัญญัติในระหว่างที่รอคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่เข้ารับหน้าที่
3.1 ร่างพระราชบัญญัติที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการก่อนวันที่ 29 ส.ค. 2568และอยู่ระหว่างการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาเสร็จแล้วและต้องเสนอคณะฐมนตรีพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ให้รอเสนอคณะรัฐมนตรีชุดใหม่
3.2 ร่างพระราชบัญญัญญัติที่คณะรัฐนตรีมีมติอนุมัติหลักการก่อนวันที่29 ส.ค. 2568 และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาเสร็จแล้ว ให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรเสนอสภาผู้แทนราษฎรต่อไปได้
3.3 ร่างพระราชบัญญัติที่กำลังจะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติหลักการ หากมีความจำเป็นเพื่อรักษาประโยชน์ของรัฐ รักษาความปลอดภัยของประเทศความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ ให้พิจารณาดำเนินการได้ตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ ข้าราชการการเมืองที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งตามพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการการเมือง 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ผู้แทนการค้าไทยตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยผู้แทนการค้าไทย 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และคณะกรรมการที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งตามมาตรา 11 (6) แห่งพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ต้องพ้นจากตำแหน่งไปด้วย ซึ่งหากจะให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ให้ดำเนินการแต่งตั้งตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดด้วย
ที่มา สำนักข่าวอิศรา ( isranews.org )