
‘ศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ’ เรียกร้อง ‘ประชาคมระหว่างประเทศ’ อย่าเชื่อข้อมูลบิดเบือน-โฆษณาชวนเชื่อ ยกหลักฐาน ‘กัมพูชา’ โจมตี ‘พลเรือนไทย’ โดยตรง เข้าข่าย ‘อาชญากรรมสงครามฯ’
………………………………..
เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เผยแพร่เอกสารคำถาม-คำตอบ (Q&A) 8 คำถาม เชิงข้อกล่าวหา “การกระทำที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศและมนุษยธรรมของฝ่ายกัมพูชา” ดังนี้
Q1: ที่ผ่านมา (ก่อนที่ได้มีข้อตกลงหยุดยิv) ถือว่ากัมพูชาละเมิดอธิปไตยไทยหรือไม่?
A: ประเทศไทยมีหลักฐานว่ามีกำลังติดอาวุธของกัมพูชา เข้ามาปฏิบัติการในพื้นที่ซึ่งไทยใช้อำนาจอธิปไตยและการปกครองอย่างต่อเนื่อง การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการละเมิดอธิปไตยของรัฐอื่น ซึ่งขัดต่อกฎบัตรสหประชาชาติและหลักกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ
Q2: การใช้พื้นที่พลเรือนหรือหมู่บ้านเป็นฐานทหารผิดกฎหมายหรือไม่?
A: การนำกำลังทหาร อาวุธ หรือคลังยุทโธปกรณ์ไปตั้งในพื้นที่พลเรือน เป็นการละเมิดหลักการคุ้มครองพลเรือน (Civilian Protection) และเข้าข่ายการใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ (Human Defend) ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
Q3: การยิvจากพื้นที่ชุมชนเข้ามาในฝั่งไทยผิดหรือไม่?
A: การโจมตีจากพื้นที่ที่มีพลเรือนอาศัยอยู่ ไม่เพียงทำให้พลเรือนของตนเองตกอยู่ในอันตราย แต่ยังเป็นการจงใจเพิ่มความเสี่ยงต่อการตอบโต้ ซึ่งขัดต่อหลักความระมัดระวัง (Precaution) อย่างร้ายแรง
Q4: มีหลักฐานว่ากัมพูชายิvเป้าหมายพลเรือนไทยหรือไม่?
A: ฝ่ายไทยมีรายงานความเสียหายต่อบ้านเรือน โครงสร้างพื้นฐาน และพื้นที่ชุมชน ซึ่งไม่มีลักษณะเป็นเป้าหมายทางทหารการโจมตีเช่นนี้เข้าข่ายการโจมตีพลเรือนโดยตรง ซึ่งเป็นอาชญากรรมสงครามตามกฎหมายระหว่างประเทศ
Q5: การยั่วยุให้เกิดการปะทะถือเป็นการละเมิดกฎหมายหรือไม่?
A: การยั่วยุทางทหารอย่างเป็นระบบ เช่น การเคลื่อนกำลังติดอาวุธ การยิvข้ามแดน หรือการละเมิดแนวหยุดยิvเข้าข่ายการคุกคามสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ และบ่อนทำลายความพยายามในการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ
Q6: การไม่เก็บกู้ศwทหารของตนเองผิดหรือไม่?
A: กฎหมายมนุษยธรรมกำหนดให้คู่ขัดแย้งต้องค้นหา เก็บกู้ และปฏิบัติต่อผู้เสียชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี การละเลยหน้าที่นี้ เป็นการละเมิดหลักมนุษยธรรมขั้นพื้นฐาน
Q7: เหตุใดไทยจึงยังถูกกล่าวหาทั้งที่ปฏิบัติตามมนุษยธรรม?
A: ในความขัดแย้งสมัยใหม่การสื่อสารและสงครามข่าวสารถูกใช้ควบคู่การทหาร ข้อกล่าวหาบางประการ จึงถูกนำเสนอ โดยไม่สะท้อนข้อเท็จจริงครบถ้วน ประเทศไทยยึดหลักว่า “ข้อเท็จจริงต้องมาก่อนวาทกรรม”
Q8: ประชาคมโลกควรพิจารณาประเด็นนี้อย่างไร?
A: ประเทศไทยเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศ พิจารณาสถานการณ์บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศหลักมนุษยธรรม และหลักฐานที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่จากการบิดเบือนข้อมูล หรือการโฆษณาชวนเชื่อ
วันเดียวกัน ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังเผยแพร่เอกสารข่าวชี้แจงสาธารณชนและสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ โดยระบุว่า การสื่อสารที่มีลักษณะเป็นการกล่าวหาด้วยการบิดเบือนข้อเท็จจริง อาจเข้าข่าย
1.การไม่ปฏิบัติตามมาตรการลดความตึงเครียดที่ได้ตกลงร่วมกัน
2.การเคลื่อนไหวและการสื่อสารในลักษณะยั่วยุ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ
3.การกล่าวหาโดยไม่สะท้อนข้อเท็จจริงครบถ้วน อันอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในประชาคมระหว่างประเทศ
ศูนย์แถลงข่าวฯ เห็นว่า การกล่าวหาในลักษณะนี้ ไม่เป็นผลดีต่อความพยายามในการคลี่คลายสถานการณ์ และขอเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชา งดการสื่อสารหรือการกระทำที่เป็นการยั่วยุ และใช้กลไกที่ตกลงร่วมกันในการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส
ทั้งนี้ ประเทศไทยยังคงยืนยันความพร้อมในการดำเนินการผ่านช่องทางการสื่อสารโดยตรงและสม่ำเสมอ ตามที่ตกลงกันไว้ในแถลงการณ์ร่วม (Joint Narrate) ข้อ 14 และข้อ 16 และการเจรจาการทูต และกลไกสันติวิธีที่ได้ตกลงร่วมกัน เพื่อรักษาสันติภาพ เสถียรภาพและความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองฝ่าย












