
3 แคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย ปราศรัยใหญ่กรุงเทพฯ ‘สุริยะ’ ขอเลือกให้ได้ 200 เสียง ยกเครื่องประเทศไทย ปูพรมโปรเจ็กต์คมนาคม ‘รถไฟฟ้า 20 บาท/บ้านเพื่อคนไทย/รถเมล์แอร์ 10 บาท’ ทิ้งดิ่งนโยบายมากกว่าคนละครึ่ง รัฐทุ่ม 70% ประชาชนจ่าย 30% ‘จุลพันธ์’ เดือดซัด ‘อนุทิน-พรรคส้ม’ ปิดท้าย ‘ยศชนัน’ โปรยยาหอมสารพัดนโยบาย
สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า วันที่ 8 มกราคม 2569 ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย (พท.) จัดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ( กทม. ) นำโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โดยมีผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 33 เขตของ กรุงเทพมหานครร่วมเวที รวมถึงแกนนำพรรคเพื่อไทย เดินทางมาร่วมเวทีอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายชูศักดิ์ ศิรินิล เป็นต้น
@สุริยะ: เลือก 200 ที่นั่ง ยกเครื่องประเทศไทย – ชูคนละครึ่งรัฐให้ 70%
เมื่อเวลาประมาณ 18.40 น. นายสุริยะ กล่าวปราศรัยว่า มายืนตรงนี้ได้ยินเสียงเฮฮารู้สึกคึกคักมาก มายืนเพื่อบอกประชาชนว่าถ้าผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยได้รับการเลือกเกิน 200 คน เรายกเครื่องประเทศไทยได้แน่นอน เราต้องแก้ปัญหาปากท้องและโครงสร้างพื้นฐานไปด้วยกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยทำได้ โดยเฉพาะคมนาคมต้องทั่วถึงปลอดภัยราคาถูก รถไฟฟ้า 20 บาท รถเมล์แอร์ 10 บาทใน 3 เดือนทำได้แน่นอน และบ้านต้องราคาถูกลงเข้าถึงได้จริง โครงการบ้านเพื่อคนไทยเริ่มต้นเดือนละ 4,000 บาทไม่มีดาวน์ และเส้นเลืoดใหญ่ของคมนาคมต้องเกิดขึ้น ทั้งรถไฟทางคู่ ท่าเรือ สนามบินใหม่ เพื่อไทยทำได้ และที่ว่ามาเพื่อให้คนไทยกลับมามีกำลังมีโอกาสและคนไทยจะรวยขึ้น
“ตลอดเส้นทางกลางเมือง 25 ปี ผมเป็นนักทำ ที่ไม่เหมือนคนอื่น คือนักทำงานยากที่ท้าทาย ถ้างานง่ายผมไม่ทำ ทุกงานที่ผมตั้งใจไม่เคยล้มเหลว ผมทำการเมืองมา 25 ปี นอกจากทำเพื่อชาติบ้านเมือง จะทำให้หลานมันดูด้วย” นายสุริยะ กล่าว
นายสุริยะ กล่าวต่อว่า สนามบินสุวรรณภูมิสร้างเสร็จยุคที่ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสมัยแรกและมีนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี สำหรับโครงการคนละครึ่งนั้น นโยบายอะไรที่ทำเพื่อคนไทย เราพร้อมเดินหน้าต่อ โดยจะยกระดับคนละครึ่งโดยรัฐให้70% ประชาชนจ่าย 30% นโยบายเหล่านี้ทำได้จริงถ้าเรามีแรงมากพอเกิน 200 คน
“มีบางคนบอกว่าผมแก่แล้ว ผมแก่ขึ้นทั้งประสบการณ์และองค์ความรู้ คนแก่ลงได้แต่พรรคไม่ได้แก่ด้วย ยิ่งเวลาผ่านไปพรรคยิ่งใหญ่ขึ้นมีคนหน้าใหม่มาสานต่ออุดมการณ์ ทำให้ผมรู้จักคนมากขึ้น ผมเชื่อมั่น 100% ว่าผมและพรรคเพื่อไทยทำได้ดีกว่านี้ แต่มีเงื่อนไขว่าวันที่ 8 ก.พ. ต้องเลือกเพื่อไทยให้ถึง 200 คน” นายสุริยะกล่าว
@จุลพันธ์: อัดพรรคส้ม ประเคน 14 ล้านเสียงเลือก ‘อนุทิน’
ต่อมา นายจุลพันธ์ขึ้นปราศรัยว่า วันที่ 8 ก.พ.จะเป็นการชี้ชะตาประเทศไทย การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่การลองผิดลองถูก เอาคนไม่มีประสบการณ์มาบริหารประเทศ เราเคยให้โอกาสแล้วแต่มีคนเอา 14 ล้านเสียง มาเลือก นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี จึงไม่ใช่เวลาทดลองอีกต่อไป เพราะไม่รู้ว่า 4 ปีหลังจากนี้ประเทศจะเหลือเวลาให้มาซ่อมอีกหรือเปล่า เวลานี้ไม่ใช่การให้โอกาสคนมาบริหารประเทศ แค่ 2 เดือน แต่ล้มเหลวทุกเรื่อง ทั้งการแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ การจัดซีเกมส์ เป็นรัฐบาลที่ใช้เวลาสั้นที่สุดในการพิสูจน์ความล้มเหลว
“ขอฝากคำพูดไปถึงคนที่อยู่ในทำเนียบรัฐบาล หนูเอ้ย หนูฟังหนิมนะ หนิมจะบอกหนูว่า ที่หนูบอกว่าพูดแล้วทำ แต่ที่ทำมันไม่ตรงกับที่พูดสักอย่าง หนูบอกว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ แต่หนูล้มกระดาน จนการแก้รัฐธรรมนูญล้มเหลว หนูบอกว่าจะไม่แทรกแซงคดี แต่ทั้งคดีฮั้ว ส.ว. คดีเขากระโดงไม่เดินหน้า หนูบอกว่าไม่กลัวการตรวจสอบ แต่หนูยุบสภาหนี แล้วจะให้หนิมเชื่อหนูได้ยังไง หนูอย่าโกหกประชาชน แค่โกหกพรรคประชาชนก็แย่แล้ว หนิมจะบอกหนูว่าเวลาของหนูหมดแล้ว หนิมและพี่น้องประชาชน เราจะพาดอกเตอร์เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เข้าทำเนียบ เป็นนายกรัฐมนตรี จะส่งเชนเข้าทำเนียบ 8 ก.พ.เลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคน ทั้งพรรค” นายจุลพันธ์ระบุ
@ยศชนัน: ‘เพื่อไทย’ ทำได้
ปิดท้ายด้วย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ปราศรัยตอนหนึ่งว่า การยกเครื่องประเทศไทยต้องดูแลที่รากหญ้า ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส บางคนมองว่าเป็นประชานิยมแต่เขาไม่เข้าใจ เพราะนี่คือการแก้ปัญหาที่สาเหตุ ล้างหนี้ทั้งระบบปรับโครงสร้างหนี้ และพรรคเพื่อไทยจะมีนโยบายให้คนไทยที่อยู่ต่างแดน โดยเสนอโครงการสินเชื่อเพื่อทำธุรกิจในต่างแดน คนไทยที่อยู่ต่างแดน พรรคเพื่อไทยไม่เคยทอดทิ้ง
และอีกนโยบายที่ลงพื้นที่ไปหลายที่ มีคนไทยกลุ่มหนึ่งไม่คิดถามถึงอนาคต เพราะยังถามถึงข้าวแต่ละมื้ออยู่เลย คนไทย 3.4 ล้านคนมีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน คือไม่ถึง 3,000 บาทต่อเดือน ตนจึงขอสานต่อกับสิ่งที่ไทยรักไทยทำมา คือทำสงครามกับความยากจนทุกรูปแบบ ขอประกาศว่าหากเราได้เป็นรัฐบาล คนไทยต้องไร้จน คนที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจนไม่ถึงเดือนละ 3,000 บาท เราจะเติมเงินเข้าไปให้เต็ม 3,000 บาทต่อเดือน ให้ลูกหลานไม่ต้องกังวลพรรคเพื่อไทยจะดูแล หากเราเข้าไปคนไทยต้องไร้จนและไร้จนอย่างยั่งยืน นี้คือการดูแลประชาชนด้วยความรัก ไม่มีสิ่งใดแอบแฝง เพราะพรรคเพื่อไทยหัวใจคือประชาชน วันที่ 8 ก.พ.คือวันแห่งความหวัง ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้ ขอให้เลือกทั้งคนทั้งพรรค



ที่มาภาพ: Fb ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์













