
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานเปิดการประชุมนานาชาติประจำปี รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล
เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 เวลา 9 นาฬิกา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ทรงเป็นประธานเปิดการประชุมนานาชาติประจำปี รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ซึ่งมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล กระทรวงสาธารณสุข มหาวิทยาลัยมหิดล และองค์กรสุขภาพระดับโลก อาทิ องค์การอนามัยโลก, ธนาคารโลก, องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ,องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น, มูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ และหน่วยงานระดับนานาชาติต่างๆ ร่วมกันจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 28-30 มกราคม พ.ศ. 2569 ภายใต้หัวข้อ Navigating World Demographic Transitions By Modern Policy: An Fairness-Centered Methodology” โลกเปลี่ยน ประชากรเปลี่ยน : นำทางด้วยนโยบายนวัตกรรมเพื่อสังคมที่เท่าเทียม
ในการนี้ทรงมีพระราชดำรัสเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติประจำปีรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2569 ทอดพระเนตรวีดิทัศน์ และทรงฟังการบรรยายพิเศษ เรื่อง “ความเท่าเทียม และการคุ้มครองทางสังคมของ คนในเศรษฐกิจนอกระบบ”
การประชุมนานาชาติประจำปีรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล เป็นการประชุมนานาชาติด้านสุขภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก มีผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยงานระดับนานาชาติเข้าร่วมประชุมและเสนอประเด็นนโยบายด้านสุขภาพที่สำคัญ อันจะก่อประโยชน์ให้เกิดแก่นักวิชาการและผู้นำด้านสาธารณสุขของไทย ในการสร้างเครือข่ายกับองค์กร นักวิชาการ และผู้นำด้านสาธารณสุขระดับโลก รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและส่งผลดีต่อประเทศไทยในการแสดงบทบาททางด้านการแพทย์และสาธารณสุขให้ประจักษ์แก่เวทีโลก
โอกาสนี้ ทรงฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับคณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์

จากนั้นทรงตัดแถบแพรเปิดนิทรรศการ และทอดพระเนตรนิทรรศการ ซึ่งนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนกในปีนี้ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ได้จัดทำขึ้นในโอกาสที่พระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ลำดับที่ ninety 9 และ 100 ซึ่งสาขาการแพทย์ ได้แก่ นายแพทย์เทอร์รี ดีน คิง กุมารแพทย์โรคหัวใจ และแพทย์อาวุโส โรงพยาบาลเด็กออชส์เนอร์ รัฐหลุยเซียนา สหรัฐอเมริกา จากผลงานการรักษาผู้ป่วยที่มีรูรั่วของผนังกั้นหัวใจช่องบนรายแรกได้สำเร็จ โดยใช้อุปกรณ์ที่พัฒนาขึ้นใหม่เป็นรูปร่มขนาดเล็ก ต่อมาเป็นที่รู้จักกันในชื่อ King–Mills Cardiac Umbrella อุปกรณ์นี้ถือเป็นนวัตกรรมการรักษาโรคหัวใจแบบไม่ต้องผ่าตัดเปิดทรวงอก โดยใช้วิธีใส่อุปกรณ์ผ่านสายสวนหลอดเลืoดดำเพื่อปิดรูรั่วของหัวใจ นับเป็นความก้าวหน้าสำคัญในประวัติศาสตร์การรักษาโรคหัวใจ ที่เชื่อมโยงนวัตกรรมเชิงวิศวกรรมและการประยุกต์ใช้ทางการแพทย์ และถือเป็นรากฐานสำคัญของเทคโนโลยีการรักษาแบบรุกล้ำน้อย และสาขาการสาธารณสุข ได้แก่ ศาสตราจารย์นายแพทย์ วอลเตอร์ ซี. วิลเล็ตต์ จากสหรัฐอเมริกา ศาสตราจารย์สาขาการระบาดวิทยาและโภชนาการ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา ผลงานสำคัญคือการพบหลักฐานเชิงประจักษ์เป็นครั้งแรกว่าการบริโภคไขมันทรานส์มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคหลอดเลืoดหัวใจ ผลการค้นพบนี้นำไปสู่การออกข้อบังคับห้ามใช้ไขมันทรานส์ในหลายประเทศทั่วโลก และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้แก่องค์การอนามัยโลกในการจัดตั้งโครงการเพื่อขจัดไขมันทรานส์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยป้องกันการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคหัวใจได้
ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลใน 100 ลำดับนี้ ประกอบด้วยชาวไทย 4 ราย และผู้ได้รับพระราชทานรางวัล 7 ราย ในเวลาต่อมาได้รับรางวัลโนเบลในผลงานเดียวกันอีกด้วย โอกาสนี้ ทรงฟังการนำเสนอผลงานจากผู้ได้รับรางวัลเยาวชนสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ที่เมื่อเสร็จสิ้นการเข้าอบรมในสาขาต่างๆ แล้ว ยังคงพัฒนาตนเอง สร้างสรรค์งานวิจัยค้นคว้าอย่างต่อเนื่อง สมดังพระราชปณิธานแห่งพระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันและการสาธารณสุขของไทย และตามพระราชประสงค์ขององค์ประธานมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล

รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล เป็นรางวัลที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งขึ้น เพื่อถวายเป็นพระราชานุสรณ์แด่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ในโอกาสจัดงานเฉลิมฉลอง 100 ปี แห่งการพระราชสมภพ 1 มกราคม 2535 ดำเนินงานโดยมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธาน มอบรางวัลให้แก่บุคคลหรือองค์กรทั่วโลกที่มีผลงานดีเด่น เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ ทางด้านการแพทย์ 1 รางวัล และด้านการสาธารณสุข 1 รางวัล เป็นประจำทุกปีตลอดมา แต่ละรางวัลประกอบด้วยเหรียญรางวัล ประกาศนียบัตร และเงินรางวัล 100,000 เหรียญสหรัฐ













