
กกต. สรุป 5 ปัญหาหลังปิดหีบเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. ยังไม่รู้ยอด การประปานครหลวง “เขียนรหัสเขตเลือกตั้งผิด”

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX
บรรยากาศการเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. เป็นไปอย่างคึกคัก เนื่องจากมีประชาชนไปรอใช้สิทธิตั้งแต่ยังไม่เปิดหีบลงคะแนนเสียง ทว่าได้พบความผิดพลาดหลายจุด จากการที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (การประปานครหลวง) เขียนรหัสเขตเลือกตั้งที่หน้าซองสำหรับใส่บัตรเลือกตั้งผิด หรือกรอกรหัสจังหวัดผิด ไม่ตรงกับรหัสไปรษณีย์ตามภูมิลำเนาของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่าบัตรเลือกตั้งที่ประชาชนกากบาทไป จะส่งถึงเขตเลือกตั้งจริงของพวกเขาและได้นำไปนับรวมคะแนนเสียงหรือไม่
ภายหลังปิดหีบเลือกตั้ง การประปานครหลวง จะตรวจสอบบัตรและการจ่าหน้าซองอีกครั้ง ก่อนส่งมอบบัตรเลือกตั้งให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด
หากไม่มีการแก้ไขรหัสเขตเลือกตั้ง อาจส่งผลให้บัตรเลือกตั้งที่ประชาชนกากบาทใส่ซองแล้ว เดินทางไปผิดเขต ถูกเปิดออกมานับในเขตอื่น
สำหรับบัตรสีชมพูที่ใช้เลือก สส.แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) เหมือนกันทั้งประเทศจะถูกนับและใช้ได้ แต่บัตรสีเขียวที่ใช้เลือก สส.แบบแบ่งเขต จะถูกนับเป็นคะแนนของคนอื่นในเขตที่บัตรเดินทางไปถึงแทน
“สุดท้ายจำนวนบัตรในเขตที่บัตรไปถึงกับเขตที่ถูกต้องจะไม่ตรงกับจำนวนผู้ใช้สิทธิ หรือกลายเป็น ‘บัตรเขย่ง'” โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw) ระบุ
นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. แถลงยอมรับว่าพบปัญหาดังกล่าว แต่ไม่ได้ให้ข้อมูลว่าจำนวนการกรอกรหัสเขตเลือกตั้งหรือรหัสจังหวัดผิดพลาด มีมากน้อยแค่ไหน โดยบอกเพียงว่า “ต้องใช้หลักฐาน ผมฟังจากข่าว ถ้าผิดพลาด จะมีสมุดรายงานเหตุ ต้องขอตรวจดูก่อน”
ส่วนความผิดพลาดนี้ จะทำให้บัตรเลือกตั้ง สส. ส่งไปผิดเขตเลือกตั้ง แล้วเกิดกรณี “บัตรเขย่ง” หรือไม่นั้น นายแสวงกล่าวว่า “เราป้องกันเจตจำนงประชาชน คนกับบัตรตรงกัน ตอนเย็นจะตรวจสอบว่ากรอกรหัสถูกไหม หรือไม่ได้กรอก ถ้าปล่อยให้ไปถึงเขต กลับมายาก ดังนั้น ณ เวลาก่อนมอบ เขาจะตรวจสอบอีกครั้ง”
การเลือกตั้งล่วงหน้า จะไม่เหมือนกับการเลือกตั้งในวันจริง เพราะเมื่อกากบาทในบัตรลงคะแนนเลือก สส.แบบแบ่งเขต และ สส.แบบบัญชีรายชื่อแล้ว ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องนำบัตรลงคะแนนใส่ซอง ซึ่งจะมีรหัสตัวเลข 4 หลัก ไม่ใช่รหัสไปรษณีย์ โดย 2 ตัวเลขเป็นรหัสจังหวัด และ 2 ตัวหลังเป็นรหัสเขตเลือกตั้ง
Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue discovering outได้รับความนิยมสูงสุดDiscontinue of ได้รับความนิยมสูงสุด
สำหรับปัญหา การประปานครหลวง เขียนรหัสเขตเลือกตั้งที่หน้าซองสำหรับใส่บัตรเลือกตั้งผิด หรือกรอกรหัสจังหวัดผิด ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งในครั้งนั้น เลขาธิการ กกต. ก็ออกมายอมรับว่า “เป็นความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ของเรา แต่ทุกอย่างปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต” และ การประปานครหลวง พบความผิดพลาดก็รีบแก้ไขแล้ว

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX
กกต. สรุปภาพรวมเรียบร้อย
เวลา 18.00 น. นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. แถลงภายหลังปิดหีบเลือกตั้งว่า ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่มีบางเหตุการณ์เกิดขึ้น ซึ่ง.ขอสรุปคำแถลงของเลขาธิการ กกต. ดังนี้
หนึ่ง บางหน่วยบางจังหวัดไม่มีประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.ลำปาง พรรคประชาชน (ปชน.) โดยตรวจพบว่ามีเหตุการณ์นี้ที่ จ.ชลบุรี และ จ.เชียงราย “เหตุนี้เกิดจากจังหวัดต้นทางคือลำปางจัดชุดเอกสารผิดพลาด ที่ จ.ชลบุรี ขาดหมายเลข 8 ที่ จ.เชียงราย หมายเลข 8 ไปอยู่เขตอื่นแทน แต่ได้มีการแก้ไขให้เรียบร้อยระหว่างลงคะแนน”
สอง คิวอาร์โค้ด (QR code) ที่แปะไว้ที่กระดานที่เขตบางบอนผิดพลาด โดยลิงก์ไปยังข้อมูลผู้สมัครปี 2566 แทน ซึ่งการสร้างคิวอาร์โค้ดเป็นความตั้งใจของ กรุงเทพมหานคร ที่จะอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล จังหวัดอื่นไม่ได้ทำ “เมื่อมีการทักท้วงก็แก้ไข ก็ขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย”
เลขาธิการ กกต. พูดว่ากรณีที่เกิดขึ้นที่เขตบางบอน “เป็นความผิดพลาดอย่างอื่น ผมว่าไม่กระทบสาระสำคัญ” เพราะเป็นเรื่องลิงก์ข้อมูล ส่วนที่กฎหมายกำหนดไว้ กกต. ทำครบหมด
ส่วนที่ผู้สมัคร สส. พรรค ปชน. บอกว่ามีคน กกต. โทรมาขู่ฟ้อง นายแสวงตอบว่า “ไม่น่าจะใช่คนของเรา เรามีหน้าที่ให้บริการประชาชน แต่ขอตรวจสอบดูก่อน จริง ๆ ไม่ใช่เรื่องไปขู่ประชาชนอะไร เพราะเป็นเรื่องที่เราทำผิดพลาดเอง ควรขอโทษมากกว่า”
สาม การเขียนรหัสเขตเลือกตั้งไม่ตรง ชี้แจงว่า เป็นรหัสที่ทางบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เป็นผู้กำหนดขึ้นมาเป็นการเฉพาะ เพราะในเขตเลือกตั้งประกอบด้วยหลายอำเภอ และแต่ละอำเภอก็มีรหัสต่างกัน เพื่อให้การนำส่งเจตจำนงของประชาชนไปถึง 400 เขตเลือกตั้งได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว
“กรณีมีข่าวว่ากรอกรหัสถูกไหม ไม่ต้องกังวล เพราะเรามีจ่าหน้าเรียนประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตอยู่แล้ว ไม่กรอก ก็ยังไปถึงเลย” เลขาธิการ กกต. กล่าวและว่า แต่เย็นวันนี้ (1 ก.พ.) ก่อน การประปานครหลวง มอบบัตรเลือกตั้งให้ทางไปรษณีย์ จะตรวจสอบจำนวนคนมาใช้สิทธิ จำนวนบัตร การจ่าหน้าอีกครั้ง และชวนสื่อมวลชนไปดูและเป็นสักขีพยานในการคัดแยกบัตรลงคะแนนทั้งจากนอกราชอาณาจักรและเลือกตั้งล่วงหน้าในวันนี้
สี่ การลืมบัตร มีประชาชนลืมบัตรเลือก สส.แบบเขตไว้ในหน่วยเลือกตั้งที่ จ.นครปฐม ไม่ได้ใส่ซองจดหมาย การประปานครหลวง จึงนำนำบัตรดังกล่าวเย็บติดและลงบันทึกเหตุการณ์ประจำหน่วยแล้ว
ห้า การประปานครหลวง ที่ จ.นนทบุรี ฉีกบัตรแล้วติดต้นขั้วไปด้วย ไม่เหลือต้นขั้วเก็บไว้ ซึ่งได้แจ้งไปปลายทางคือ จ.สุราษฎร์ธานีให้แยกต้นขั้วมาก่อนนับบัตรแล้ว
ประชาชนรอใช้สิทธิตั้งแต่ยังไม่เปิดหีบ

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX
ภาพรวมการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นไปอย่างคึกคัก เช่น หน่วยเลือกตั้งล่วงหน้า โครงการตะวันนาบางกะปิ (ตะวันนา 2) ซึ่งเป็นจุดที่มีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเกินกว่า “ครึ่งแสน” มีประชาชนมารอใช้สิทธิจำนวนมากทันทีที่เปิดหีบ โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งคอยให้คำแนะนำให้ในการตรวจสอบหมายเลขชุดบัตรเลือกตั้ง และคอยอำนวยความสะดวกต่าง ๆ
เช่นเดียวกับที่ศูนย์นันทนาการวัดเวฬุราชิณ แขวงบางยี่เรือ ที่มีผู้ไปเข้าคูหาตั้งแต่เช้า
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า มีประชาชนลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตและนอกเขตเลือกตั้ง จำนวน 2,410,425 คน จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 52,922,923 คน
- ผู้ขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขต 2,261,384 คน
- ผู้ขอใช้สิทธิเลือกตั้งในเขต 8,610 คน
กกต. ทุกจังหวัดได้จัดสถานที่ลงคะแนนล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง 424 แห่ง และในเขตเลือกตั้ง 421 แห่ง และจัดสถานที่เลือกตั้งกลางสำหรับคนพิการ ทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ รวม 22 แห่ง ใน 18 จังหวัด ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ 1,666 คน
กรุงเทพมหานคร ( กทม. ) เป็นจังหวัดที่มีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตมากที่สุด 844,672 คน
หน่วยเลือกตั้งกลางที่มีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ เขตบางกะปิ บริเวณโครงการตะวันนาบางกะปิ (ตะวันนา 2) จำนวน 5.9 หมื่นคน รองลงมาคือเขตจตุจักร บริเวณมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม จำนวน 5.1 หมื่นคน และเขตลาดกระบัง บริเวณลานจอดรถสำนักงานเขตลาดกระบัง (ชั่วคราว) จำนวน 3.8 หมื่นคน

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX
ประชาชนที่ยื่นลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า สามารถไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งในวันที่ 1 ก.พ. ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. และไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ในวันที่ 8 ก.พ. ได้อีก แต่ต้องไปที่คูหาอีกครั้งเพื่อออกเสียงประชามติว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ในสถานที่ออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียง
ทั้งนี้ หากไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ต้องแจ้งเหตุที่ไม่ลงคะแนนเสียง เพื่อป้องกันการถูกจำกัดสิทธิตามที่กฎหมายกำหนดไว้
ขั้นตอนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า
ในการเลือกตั้งล่วงหน้า มี 7 ขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้
- ตรวจสอบรายชื่อ และลําดับที่จากบัญชีรายชื่อผู้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง ที่ประกาศไว้หน้าที่เลือกตั้งกลางที่ผู้มีสิทธิลงทะเบียนขอใช้สิทธิไว้ หรือตรวจสอบได้ทางแอปพลิเคชันสมาร์ทโหวต (Excellent Vote)
- ยื่นหลักฐานแสดงตน (บัตรประชาชน หรือหลักฐานแสดงตนอื่น) ให้กรรมการประจำที่เลือกตั้งกลาง เพื่อตรวจสอบข้อมูลและยืนยันตัวตน พร้อมลงลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง
- รับซองใส่บัตรลงคะแนน และบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ โดยสีเขียว เป็นบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และสีชมพู เป็นบัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ พร้อมลงลายมือชื่อ หรือพิมพ์ลายนิ้วหัวแม่มือขวา บนต้นขั้วบัตรเลือกตั้งทั้ง 2 ใบ โดยกรรมการประจําที่เลือกตั้งกลาง (การประปานครหลวง) ลงลายมือชื่อในต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง พร้อมลงรายการเกี่ยวกับจังหวัด เขตเลือกตั้งและรหัสเขตเลือกตั้งของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงบนซองใส่บัตรเลือกตั้ง (การรับใส่บัตรเลือกตั้งทั้ง 2 ใบลงในซองบรรจุบัตรเลือกตั้ง เป็นขั้นตอนเพิ่มเติมจากการเลือกตั้งในวันจริง)
- เข้าคูหาลงคะแนน ทําเครื่องหมายกากบาทลงในช่องทําเครื่องหมายในบัตรเลือกตั้งแต่ละประเภท โดยสามารถเลือกผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองได้เพียงบัตรละหมายเลขเดียว หากไม่ต้องการเลือกผู้สมัครใด หรือบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใดเลย ให้ทําเครื่องหมายกากบาทในช่อง “ไม่ประสงค์เลือกผู้สมัครผู้ใด”
- เมื่อลงคะแนนเสร็จแล้ว พับบัตรเลือกตั้งทั้ง 2 ใบ แล้วใส่ลงในซองใส่บัตรเลือกตั้ง ปิดผนึกให้เรียบร้อยก่อนออกจากคูหาเลือกตั้ง
- มอบซองใส่บัตรเลือกตั้งที่ให้ปิดผนึกเรียบร้อยให้ การประปานครหลวง ผู้ทําหน้าที่ควบคุมหีบบัตรลงลายมือชื่อ กํากับตรงรอยต่อผนึกซองดังกล่าว พร้อมปิดทับรอยต่อผนึกซองด้วยเทปกาวใส เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ การประปานครหลวง ยื่นซองใส่บัตรเลือกตั้งคืนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
- ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนําซองใส่บัตรเลือกตั้ง ใส่ลงในหีบบัตรเลือกตั้งด้วยตนเอง
ภายหลังปิดหีบเลือกตั้งล่วงหน้า เจ้าหน้าที่จะคัดแยกบัตรเลือกตั้งที่สำนักงานไปรษณีย์ ให้เจ้าหน้าลงนามกำกับ ก่อนส่งกลับไปที่เขตเลือกตั้งตามที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อนับคะแนนพร้อมกันในวันที่ 8 ก.พ.

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX
ข้อห้ามวันเลือกตั้งล่วงหน้า
ในวันเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. มีข้อพึงระวังสำหรับผู้สมัครรับเลือกตั้งและประชาชน ที่ต้องไม่กระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ดังนี้
- ห้ามขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิด ในเขตเลือกตั้ง ระหว่างเวลา 18.00 น. ของวันที่ 31 ม.ค. จนถึงเวลา 18.00 น. ของวันที่ 1 ก.พ. >> หากฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ห้ามไม่ให้ผู้สมัครจัดยานพาหนะนำผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปยังที่เลือกตั้ง หรือนำกลับไปจากที่เลือกตั้ง หรือจัดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปหรือกลับ เพื่อการออกเสียงลงคะแนน โดยไม่ต้องเสียค่าโดยสาร โดยห้ามไม่ให้ผู้ใดกระทำการเพื่อจูงใจ หรือควบคุมให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ไปลงคะแนนเลือกหรือลงคะแนนไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด >> หากฝ่าฝืน มีโทษจำคุก 1-10 ปี หรือปรับ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี ทั้งนี้ ไม่ใช้บังคับ หน่วยงานของรัฐในการจัดยานพาหนะเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
- ห้ามไม่ให้ผู้บังคับบัญชาหรือนายจ้างผู้ใดขัดขวาง หรือหน่วงเหนี่ยว หรือไม่ให้ความสะดวกพอสมควรต่อการไปใช้สิทธิ เลือกตั้งของผู้ใต้บังคับบัญชา หรือลูกจ้าง >> หากฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX
นอกจากนี้ สำนักงาน กกต. ยังออกแนวทางปฏิบัติในการหาเสียงเลือกตั้งในวันเลือกตั้งล่วงหน้า
- ห้ามมิให้ผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง หรือผู้ช่วยหาเสียงของผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง หรือผู้ใด ดำเนินการแจกเอกสาร หรือวิดีทัศน์เกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง หรือใช้พาหนะต่าง ๆ ที่ติดป้ายหาเสียง หรือใช้เครื่องขยายเสียงเพื่อช่วยในการหาเสียงเลือกตั้ง หรือจัดเวทีหาเสียงเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลาง
- ห้ามมิให้ผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง หรือผู้ช่วยหาเสียงของผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง หรือผู้ใด กระทำการหาเสียงที่บริเวณใกล้เคียงกับที่เลือกตั้งกลาง หรือบริเวณอื่นใดที่จะทำให้เกิดการรบกวน รับรู้ หรือรับทราบข้อมูล เมื่ออยู่ในที่เลือกตั้งกลาง
ขอหมายศาลค้นบ้านเตรียมซื้อเสียง จ.สุราษฎร์ฯ
ในระหว่างเปิดแถลงข่าว เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า กกต.สุราษฎร์ธานีได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปล้อมบ้านหลังหนึ่งและขอตรวจค้น ตอนแรกเจ้าของบ้านจะให้ตรวจ แต่ต่อมาไม่ยินยอม จึงต้องขออนุมัติหมายศาลตั้งแต่ 12.00 น. จนตอนนี้ (เวลา 18.00 น.) รอดูว่าศาลจะออกหมายให้ไหม ซึ่งเป็นกรณีการจัดเตรียมเพื่อจะซื้อเสียง ถือเป็นความผิด
อย่างไรก็ตามเขายังไม่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยบอกเพียงว่า “ได้ไปคุยและดูโทรศัพท์ มีข้อมูลพอสมควร แต่ยังไม่เปิดเผย จนกว่าจะได้หมายศาล”
ถึงขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนมาที่ กกต. จำนวน 77 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการใส่ร้าย และมี 7 กรณีที่ร้องเรียนเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียง
ก่อนหน้านี้ นายแสวงระบุว่า จากการรายงานของจังหวัด ซึ่งใช้คนของ กกต. กับตำรวจกว่าครึ่งประเทศ ในการป้องปรามและหาข่าว กดดันไม่มีการใช้เงินซื้อเสียงได้ “ความเคลื่อนไหวในการข่าว มีความเคลื่อนไหว แต่การกระทำผิด ยังไม่มีเหตุ ผู้สมัครยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะเราเน้นมาตรการป้องกัน”
เลขาธิการ กกต. อธิบายว่า กระบวนการซื้อเสียงแบ่งเป็น 1. การจับกุมในขั้นตอนการเตรียมการ 2. การซื้อเสียง 3. การหาคนมาเป็นพยานถ้าซื้อเสียงได้ กกต. จึงเน้นไปที่การหาข่าว ป้องกันและป้องปรามไม่ให้ซื้อเสียงได้

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX
ไอลอว์เผยร้องเรียน 669 กรณี
เครือข่ายภาคประชาชน นำโดยไอลอว์ได้ส่งผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งไปตามคูหาต่าง ๆ และเปิดช่องทางให้ประชาชนรายงานปัญหาและความผิดปกติของการเลือกตั้งล่วงหน้าเข้ามา ผ่าน “Vote62”
ภายหลังปิดหีบเลือกตั้ง ไอลอว์แจ้งว่า มีรายงานปัญหาเข้ามาทางเว็บไซต์ จำนวนกว่า 669 กรณี โดยปัญหาที่พบเยอะที่สุดคือการเขียนเลขบนหน้าซองส่งบัตรผิด
หน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าที่ รร.บางบ่อวิทยา จ.สมุทรปราการ เป็นจุดหนึ่งที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (การประปานครหลวง) กรอกรหัสเขตเลือกตั้งหน้าซองผิด ไม่ตรงกับเขตเลือกตั้งจริงของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อมีการทักท้วงจากผู้สังเกตการณ์ เจ้าหน้าที่ยังคงยืนยันในความถูกต้องของตน โดยให้เหตุผลว่ารหัสจังหวัดดังกล่าวไม่ใช่รหัสไปรษณีย แต่ต่อมาเมื่อตรวจสอบและยืนยันซ้ำในเวลาประมาณ 10.30 น. ทาง การประปานครหลวง จึงยอมรับว่าได้ลงรหัสจังหวัดผิดพลาดจริง และมีการเขียนผิดไปแล้วเป็นจำนวนมาก โดยผู้สังเกตการณ์ประเมินว่าจนถึงเวลานั้นมีคนมาใช้สิทธิที่หน่วยแห่งนี้ไปแล้วมากกว่า 100 คน
เจ้าหน้าที่ดำเนินการบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งแจ้งแนวทางการแก้ไขว่าจะดำเนินการเปิดหีบเพื่อนำซองบัตรเลือกตั้งออกมาแก้ไขรหัสจังหวัดให้ถูกต้องทั้งหมด ภายหลังจากปิดหีบเลือกตั้งในเวลา 17.00 น.
ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งรายหนึ่งบอกกับไอลอว์ว่า เธอมีสิทธิเลือกตั้งที่เขต 8 จ.บุรีรัมย์ และลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตที่ รร.สมุทรปราการ ตอนที่รับบัตรเลือกตั้งและซองบรรจุบัตร การประปานครหลวง เขียนรหัสเขตว่าเป็นเขต 7 แต่ตอนนั้นเธอไม่ได้สังเกตอะไร ระหว่างอยู่ในคูหา มีคนทักท้วงว่า การประปานครหลวง เขียนเขตผิด เธอจึงมองหน้าซองตัวเองและทราบว่าผิด จึงนำบัตรเลือกตั้งใส่ซองและเดินออกจากคูหาไปสอบถาม ตอนนั้นเห็นว่ามีคนทักท้วงประมาณ 3 คน ท้ายสุด การประปานครหลวง ก็ยอมรับว่า เขียนรหัสเขตผิด จึงขีดฆ่-ารหัสเขต 7 และเป็นเขต 8 และเซ็นชื่อกำกับ โดยไม่ได้เปลี่ยนซองใหม่ ทำให้ผู้ใช้สิทธิกังวลว่าจะเป็นบัตรเสียหรือไม่ แต่เจ้าหน้าที่ การประปานครหลวง ยืนยันว่าไม่เป็นบัตรเสีย
อีกจุดหนึ่งที่เกิดปัญหาในลักษณะเดียวกันคือ หน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าที่เทศบาลเมืองบางคูรัด จ.นนทบุรี ทั้งนี้ผู้ร้องเรียนต่อไอลอว์ มีภูมิลำเนาและสิทธิเลือกตั้งใน จ.นนทบุรี เขต 6 ได้เดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตที่เทศบาลเมืองบางคูรัด (เขต 8) ซึ่งปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยที่รับผิดชอบหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้า จ.นนทบุรี เขต 1-6 ได้เขียนเลขเขตที่หน้าซองใส่บัตรเลือกตั้งเป็น “เขต 8” ทั้งหมด แทนที่จะเป็น “เขต 6” แม้ผู้ร้องเรียนทักท้วงและสอบถามเจ้าหน้าที่ 3 คนเพื่อความถูกต้องก่อนหย่อนบัตร แต่ได้รับคำยืนยันตรงกันว่า “ให้เขียนระบุเขตที่มาเลือกตั้ง เขต 8” ผู้ร้องเรียนจึงจำยอมหย่อนบัตรลงหีบ
ภายหลังจากตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมและได้สอบถามกับประธาน การประปานครหลวง ได้รับการยืนยันว่า “ต้องระบุเขตตามสิทธิของผู้มาเลือกตั้งคือเขต 6 ไม่ใช่เขต 8” ซึ่งคาดการณ์ว่าซองใส่บัตรเลือกตั้งของผู้มีสิทธิในกลุ่มนนทบุรี เขต 1-6 ที่มาลงคะแนนที่หน่วยนั้นแล้ว ถูกเจ้าหน้าที่เขียนหน้าซองเป็นเขต 8 ทั้งหมด
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยยอมรับความผิดพลาดและได้กล่าวขอโทษ และชี้แจงว่าจะดำเนินการ
ภายหลังข่าวการกรอกรหัสเขตเลือกตั้งผิดแพร่สะพัดทั้งในสื่อกระแสหลักและสื่อสังคมออนไลน์ และเรียกเสียงวิจารณ์อย่างกว้างขวาง ในช่วงบ่ายของวันที่ 1 ก.พ. สำนักงาน กกต. ได้เผยแพร่ข้อมูลรหัสเขตเลือกตั้งที่ปรากฏบนซองใส่บัตรเลือกตั้งล่วงหน้า (สส. 5/2) โดยระบุว่าเป็นรหัสเขตเลือกตั้งตามบัญชีรายชื่อผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง สส. เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบความถูกต้องก่อนหย่อนบัตรลงหีบ
ข้อมูลผู้สมัครหาย

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX
อีกปัญหาที่พบในวันนี้ (1 ก.พ.) คือข้อมูลผู้สมัครรับเลือกตั้งผิดพลาด ซึ่งมีหลายกรณีที่เป็นผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน (ปชน.) และพวกเขาได้มาแจ้งความผิดปกติผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว
น.ส.ชลณัฏฐ์ โกยกุล ผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร เขต 28 (บางบอน จอมทอง หนองแขม) ระบุว่า ทีมงานไปสำรวจบรรยากาศที่หน่วยเลือกตั้งกลาง วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธิ เขตบางบอน แล้วได้สแกนคิวอาร์โคด (QR code) ที่แปะไว้ที่บอร์ดไว้ดูข้อมูลผู้สมัคร กลายเป็นว่าเป็นข้อมูลรายชื่อผู้สมัครจากปี 2566 ทั้งหมด
เธอตั้งคำถามว่า “พลาดขนาดนี้ได้ยังไง” คิวอาร์มาจาก กกต. คือมาจากส่วนกลาง
“ถามเพื่อนผู้สมัคร สส. ไปแล้ว เท่าพิภพ (ลิ้มจิตรกร ผู้สมัครเขต 33) ก็บอกว่าของเขตเท่าสแกนก็เป็นของปี 66” น.ส.ชลณัฏฐ์กล่าว
นายจรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ ผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร เขต 3 โพสต์ข้อความวิจารณ์ผู้จัดการเลือกตั้งว่า กกต. ทำงานกันแบบนี้ นี่ไม่ใช่แค่ความผิดพลาด แต่มันคือความหายนะของการจัดการเลือกตั้ง” และตั้งคำถามว่า “คือกระบวนการสกัดกั้นไม่ให้พี่น้องประชาชนเลือกพรรคประชาชน” หรือไม่
ผู้สมัครรายนี้อ้างว่า ได้รับหลักฐานยืนยันชัดเจนจากประชาชนผู้ไปใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้งล่วงหน้า อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ว่า เอกสารแนะนำตัวผู้สมัครของเขาหาย บนบอร์ดข้ามจากเบอร์ 8 ไปเบอร์ 10 และไม่มีรูปและข้อมูลของเขาซึ่งได้เบอร์ 9 เมื่อมีผู้สอบถาม “เจ้าหน้าที่กลับตอบหน้าตาเฉยว่า เบอร์ 9 โดนตัดสิทธิไปแล้ว” จึงขอขอประกาศว่ายังเป็นผู้สมัคร สส. ถูกต้องตามกฎหมาย 100% ไม่มีการโดนตัดสิทธิใด ๆ ทั้งสิ้น
เขายังเรียกร้องให้ กกต. สอบสวนและลงโทษเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวทันที การพูดว่า “โดนตัดสิทธิ” โดยไม่มีมูลความจริง คือการละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (มาตรา 157) หรือไม่ รวมถึงความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ซึ่งมีโทษจำคุก และให้ กกต. รับผิดชอบความเสียหาย ทุกคะแนนที่หายไปจากการทำงานชุ่ย ๆ ของ กกต.
เช่นเดียวกับนายไพศาล เรืองฤทธิ์ ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่ได้รับแจ้งจากผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าที่ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ ศูนย์โทรคมนาคม จ.นนทบุรี ว่า มีการนำภาพผู้สมัครจากพรรคอื่นปิดทับหน้าของตนเอง และเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งให้คำตอบว่านายไพศาลถูกตัดสิทธิเลือกตั้งไปแล้ว จึงขอให้ กกต. ชี้แจง เพราะ “คล้ายตั้งใจให้ประชาชนสับสน ผู้ใช้สิทธิถามทางหน่วยเลือกตั้งได้คำตอบว่าทนายไพศาลถูกตัดสิทธิ ทั้งที่ผมไม่ได้ถูกตัดสิทธิ”













