
เมื่อเดินเข้าไปในป่าเบญจพรรณหรือป่าโปร่งตามชายป่าในหลายจังหวัดของไทย คุณอาจได้พบกับไม้พุ่มเล็กๆ ที่มีดอกสีชมพูอมแดงสะดุดตา นี่คือ ทองพันดุล (Decaschistia parviflora)
แม้จะมีขนาดเล็ก สูงไม่ถึงเมตร แต่ทองพันดุลกลับมีดอกที่สวยงามน่าสนใจ ดอกสีชมพูหรืออมแดงขนาด 2-3.5 เซนติเมตร มีโคนสีขาวตัดกับกลีบดอกได้อย่างน่าประทับใจ ตรงกลางดอกมีเกสรเพศผู้จำนวนมากที่เชื่อมติดกันเป็นหลอด ประดับด้วยอับเรณูสีเหลืองรูปตัวยู และยอดเกสรเพศเมียสีแดงรูปโล่ที่โดดเด่น
.
ทองพันดุลมีชื่อเรียกที่หลากหลายตามท้องถิ่น สะท้อนความใกล้ชิดกับผู้คน ชาวนครสวรรค์เรียกว่า “ไก่อู” ชาวราชบุรีเรียก “ชบาหนู” เพราะดอกคล้ายชบาแต่ตัวเล็ก ส่วนชาวหนองคายเรียก “ปอดาน” และชาวนครราชสีมาเรียก “หัวไก่โอกใหญ่”
ส่วนชื่อสกุลวิทยาศาสตร์ Decaschistia มาจากภาษากรีก “deka” แปลว่า สิบ และ “schistos” แปลว่า แยก เพราะมีริ้วประดับแยกเป็น 10 กลีบ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์พิเศษของสกุลนี้
.
ทองพันดุลไม่ได้หายากนัก พบได้แทบทุกภาคของไทย ยกเว้นภาคเหนือตอนบนและภาคใต้ ชอบขึ้นตามชายป่า ที่โล่ง ป่าเบญจพรรณ และป่าดิบแล้ง ในระดับความสูงไม่เกิน 300 เมตร นอกจากไทยแล้ว ยังพบกระจายอยู่ทั่วภูมิภาคอินโดจีน ในไทยมีพี่น้องของทองพันดุลอีก 2-3 ชนิด ได้แก่:
– หัวอีอุ๊ก ใบรูปแถบ ดอกสีแดง พบทางภาคตะวันออกและกัมพูชา
– ฝ้ายผี ดอกสีเหลือง พบทางภาคตะวันออกและอีสาน
– D. crotonifolia ดอกสีเหลือง ซึ่งบางแหล่งข้อมูลบอกว่าอาจเป็นชนิดเดียวกับฝ้ายผี
ทองพันดุล: ดอกสีชมพูอมแดง โคนสีขาว เกสรเพศผู้เชื่อมติดกันเป็นหลอด ก้านเกสรเพศเมียเรียวยาว ปลายแยก 10 แฉก (ภาพ: ปรีชา การะเกตุ)
เอกสารอ้างอิง
Phuphathanaphong, L. (1999). Decaschistia (Malvaceae) in Thailand. Thai Woodland Bulletin (Botany) 27: 83–85.
RSS) ——— ที่มา : เพจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ——— www.ด่วน.com อัพเดท ข่าวด่วน ข่าวร้อนประเด็นดังทุกภาคทั่วไทย 🇹🇭












