
มติ กกต. ไม่นับคะแนนใหม่ ชลบุรี เขต 1-สั่งลงคะแนนใหม่ 3 หน่วยใน กรุงเทพมหานคร-น่าน-อุดรธานี

ที่มาของภาพ : Thai Records Pix
เป็นเวลาสามวันเต็มที่มวลชนกลุ่มหนึ่งสลับสับเปลี่ยนเวรยามกันเฝ้าหีบบัตรเลือกตั้ง สส.ชลบุรี เขต 1 ภายในสนามแบดมินตันเทศบาลเมืองชลบุรี ระหว่างที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอเวลาพิจารณาข้อเรียกร้องนับคะแนนใหม่ หลังประชาชนพบความผิดปกติหลายประการในการเก็บหีบบัตรและอุปกรณ์การเลือกตั้ง
ช่วงเย็นวันนี้ (12 ก.พ.) กกต. เปิดแถลงข่าวถึงมติของคณะกรรมการชุดใหญ่โดยมีมติให้ “ยุติเรื่อง” ข้อร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใสที่เขตเลือกตั้ง ชลบุรี เขต 1 เพราะไม่ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งชลบุรี เขต 1 เป็นไปอย่างไม่สุจริตและเที่ยงธรรม หรือการนับคะแนนไม่ถูกต้อง
สามวันที่เฝ้ารอข้อพิจารณาของ กกต. ชุดใหญ่ สิ่งที่ได้กลับมาแกนนำกลุ่มประชาชนที่เรียกร้องขอให้มีการนับคะแนนใหม่ในเขตนี้ คือคดีความและการถูกขุดคุ้ยเรื่องส่วนตัว
นอกจากนี้ยังเกิดข้อสงสัยเพิ่มมากขึ้นถึง กกต. กรณีมีผู้พบว่ามีบาร์โค้ดที่สแกนได้ อยู่บนบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ
.รวบรวมคำชี้แจงของ กกต. และสรุปความคืบหน้ากรณีชลบุรีเขต 1 ไว้ในชิ้นนี้
กกต. แจงบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง เป็น “มาตรการ รปภ. ชั้นดี”
ข้าม Facebook โพสต์ ยินยอมรับเนื้อหาจาก Facebookบทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Facebook เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Facebook และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Facebook ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก “ยินยอมและไปต่อ”
สิ้นสุด Facebook โพสต์
ช่วงเย็นที่ผ่านมา โพสต์บนบัญชีเฟซบุ๊ก Thanarat Kuawattanaphan ของนายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ ซีโอโอของ บจก.โดมคลาวด์ ตั้งข้อสังเกตว่าที่บัตรเลือกตั้งบัตรสีชมพูซึ่งใช้เลือก สส.แบบบัญชีรายชื่อ มีบาร์โค้ดที่เมื่อสแกนแล้วได้ตัวเลขสอดคล้องกับเลขต้นขั้วของบัตรลงคะแนน โดยโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ต่อกว่า 5,000 ครั้งบนเฟซบุ๊ก
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ตอบประเด็นนี้ในระหว่างการแถลงข่าวที่นำโดยประธาน กกต. เมื่อเวลา 17.00 น. ที่ผ่านมาว่า บาร์โค้ดดังกล่าวเป็น “มาตรการ รปภ. ชั้นดี” ในการควบคุมที่มาที่ไปของบัตรเลือกตั้ง โดย “สามารถรู้ได้ว่ามันคือบัตรล็อตไหน ของหน่วยไหน เพื่อเป็นมาตรการในการควบคุมของ กกต.”
ในการตอบคำถามครั้งแรก เขาบอกว่าบาร์โค้ดดังกล่าวสามารถอ้างอิงได้ว่าเป็นบัตรของ “หน่วยไหน” แต่ในการตอบคำถามเดิมเพิ่มเติมในคนละช่วงของการแถลงข่าว เขาบอกว่าบาร์โค้ดดังกล่าวไม่สามารถอ้างอิงไปยัง “หน่วยไหน” ได้
Skip ได้รับความนิยมสูงสุด ได้รับความนิยมสูงสุดConclude of ได้รับความนิยมสูงสุด
“ในบาร์โค้ดมันเป็นล็อตสำหรับการจัดพิมพ์ หรือเป็นข้อมูลเพื่อจะให้รู้ที่ไปที่มาว่าอันนี้พิมพ์เมื่อไหร่อย่างไรตรงไหน รวมถึงสามารถจะแจกจ่ายไปที่เขตไหนอย่างไร เป็นมาตรการในการควบคุม ซึ่งตรงนี้จะไม่มีใครสามารถไปรู้ได้ว่าเป็นข้อมูลของหน่วยไหนอย่างไร เป็นมาตรการที่ รปภ. ไว้ครับ” เขาตอบคำถามในการแถลงข่าว
กกต. สั่ง “ออกเสียงลงคะแนนใหม่” 3 หน่วยเลือกตั้ง
ส่วนความคืบหน้าเรื่องกระบวนการตรวจสอบการเลือกตั้ง ว่าที่ ร.ต.ภาสกร รองเลขาธิการ กกต. ระบุว่า กกต. ชุดใหญ่มีมติให้ “ออกเสียงลงคะแนนใหม่” ใน 3 หน่วยเลือกตั้ง ในวันที่ 22 ก.พ. ด้วยสาเหตุแตกต่างกันได้แก่
- หน่วยเลือกตั้งที่ 15 กรุงเทพมหานคร เขต 9 สั่งเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต, สส.บัญชีรายชื่อ และออกเสียงประชามติใหม่ทั้งหมด สาเหตุจากพายุฝนทำให้บัตรเลือกตั้งเสียหาย
- หน่วยเลือกตั้งที่ 3 จ.น่าน เขต 1 สั่งออกเสียงลงคะแนนใหม่เฉพาะการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต สืบเนื่องจากกรรมการประจำหน่วย (การประปานครหลวง) ฉีกบัตรเลือกตั้ง ทำให้ไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าบัตรเลือกตั้งเป็นบัตรดีหรือบัตรเสีย
- หน่วยเลือกตั้งที่ 4 จ.อุดรธานี เขต 6 สั่งออกเสียงลงคะแนนใหม่เฉพาะการเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ สืบเนื่องจาก การประปานครหลวง ฉีกบัตรเลือกตั้งคร่อมหมายเลขพรรคการเมือง
โดย กกต. ยังมีคำสั่งให้เปลี่ยนแปลงกรรมการชุดใหม่ในการทำหน้าที่ สำหรับ จ.น่าน และ จ.อุดรธานี ด้วย

ที่มาของภาพ : Thai Records Pix
ส่วนกรณี จ.มหาสารคาม เขต 1 ที่มีการทักท้วงเรื่องป้ายรวมคะแนนรายงานผลคลาดเคลื่อน ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ระบุว่า กกต. ได้ตรวจสอบพบว่าเป็นความผิดพลาดจากการรวมคะแนนไม่ครบและมีการแก้ไขแล้ว ไม่มีเหตุปรากฏว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตเที่ยงธรรมหรือการนับคะแนนไม่ถูกต้อง จึงไม่มีเหตุให้ต้องนับคะแนนใหม่
อย่างไรก็ดี คณะกรรมการ กกต. ชุดใหญ่ ได้สั่งนับคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จ.ปทุมธานี ที่มีนักศึกษาเข้าไปคัดค้านและมีการนับคะแนนใหม่ไปแล้ว โดยที่ต้องออกคำสั่งมาเพราะเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายที่ให้อำนาจการสั่งให้นับคะแนนใหม่เป็นอำนาจของ กกต. ชุดใหญ่
สั่ง “ยุติเรื่อง” ชลบุรี เขต 1 ไม่มีเหตุให้นับคะแนนใหม่

ที่มาของภาพ : Thai Records Pix
ส่วนข้อเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ จ.ชลบุรี เขต 1 นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. อีกรายระบุว่า กกต. มีมติ “เห็นควรยุติเรื่อง” เพราะไม่ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้ง สส.ชลบุรี เขต 1 ไม่สุจริตเที่ยงธรรม หรือการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง ซึ่งจะเป็นมูลเหตุที่ทำให้สั่งนับคะแนนใหม่ได้
เขาไล่เรียงข้อมูลจากการตรวจสอบในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ระบุว่าใน จ.ชลบุรี มีผู้ยื่นคำร้องรวม 10 รายใน 3 ประเด็นคือ กรณีไฟดับในระหว่างเลือกตั้ง, กรณีผู้มาลงคะแนนกับจำนวนบัตรไม่ตรงกัน และกรณีการนับคะแนนไม่ถูกต้อง โดยในจำนวนนี้มีผู้มาให้ถ้อยคำเพียง 6 ราย และทั้งหมดไม่ใช่ผู้เห็นเหตุการณ์โดยตรง รวมถึงในบางเหตุการณ์เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในจังหวัดอื่น
อย่างไรก็ดี เมื่อ กกต. ไปตรวจสอบทุกเหตุการณ์ที่มีการร้องเรียนมา ก็ไม่พบความผิดปกติและไม่พบว่ามีผู้ทักท้วงในระหว่างที่มีการนับคะแนน
รองเลขาธิการ กกต. ผู้นี้ ชี้แจงต่อถึงกรณีการเก็บบัตรเลือกตั้งในสนามแบดมินตันเทศบาลเมืองชลบุรี ระบุว่าเป็นสถานที่ชั่วคราวที่เจ้าหน้าที่จะทำการยุบรวมหีบบัตร ก่อนขนย้ายไปที่ศาลาประชาคมและโกดังที่สำนักงาน กกต. จังหวัดเช่าอยู่ โดยช่วงที่ผู้ทักท้วงมาเห็น เป็นช่วงที่ดำเนินการยุบรวมหีบบัตรไปได้แล้ว 90% และเอกสารต่าง ๆ ยังกองอยู่ที่พื้น
เขายืนยันว่า เอกสารที่ผู้ชุมนุมหยิบมาแสดง ไม่ใช่เอกสารที่จะนำไปทิ้ง แต่เป็นเอกสารที่เตรียมจะเคลื่อนย้าย และในโรงยิม “ไม่มีถังขยะ” ตามที่มีการกล่าวอ้างว่าเก็บแบบขีดคะแนนได้จากที่นั่น
ส่วนกรณีที่ผู้ทักท้วงตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงไม่ใส่สายรัดหรือเคเบิลไทร์ที่หีบบัตร เขาชี้แจงว่าเป็นเพราะอยู่ในกระบวนการยุบรวมหีบบัตร ซึ่งบัตรถูกใส่สายรัดมาจากหน่วยเลือกตั้งแล้ว เมื่อถึงขั้นตอนนี้เจ้าหน้าที่ต้องตัดสายรัดออกเพื่อยุบรวมหีบ

ที่มาของภาพ : Thai Records Pix
ผู้เรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ถูกแจ้งความ – ขุดคุ้ยเรื่องส่วนตัว
สื่อไทยหลายสำนัก อาทิ เดลินิวส์ มติชนออนไลน์ เปิดเผยว่านายประยูร วัฒนศิริบรรจง ในนามผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี ได้แจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.มนัสนนันท์ กรเกษม และ น.ส.กนกวรรณ สร้อยสม ซึ่งอยู่ในกลุ่มผู้เรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ ไปเมื่อช่วงค่ำวานนี้ (11 ก.พ.) ฐานบุกรุกขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น อันน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน จากการร่วมกันนำใบรวมคะแนนดิบของหน่วยเลือกตั้งที่ 15 เทศบาลเมืองแสนสุข ออกจากความครอบครองของทางราชการ
ต่อมาไม่นานก็มีรายงานว่ามีการดำเนินคดีกับ น.ส.เบญจพร สุขสว่าง เพิ่มเติมอีก 1 ราย ฐานเปิดหีบเลือกตั้งและบุกรุก จากการรายงานของเดอะ สแตนดาร์ด
อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ผู้ถูกดำเนินคดีทั้ง 3 รายเดินทางไปแจ้งความกลับ ผู้อำนวยการ กกต. ชลบุรี เขต 1 ในข้อหาแจ้งความเท็จ
เมื่อถูกถามถึงเรื่องนี้ในระหว่างการแถลงข่าว ประธาน กกต. ตอบสั้น ๆ ว่า “ทุกคนก็อยู่ภายใต้กฎหมาย ขอให้ดำเนินการตามขั้นตอน ก็ไม่เป็นไร”
ขณะที่ว่าที่ ร.ต.ภาสกร รองเลขาธิการ กกต. บอกว่า การแจ้งความ “เป็นกรณีของผู้เสียหาย” ซึ่งเมื่อมีการบุกรุกเข้าไปในสถานที่ และนำเอกสารราชการไปเผยแพร่ คณะกรรมการประจำเขตเลือกตั้งก็ต้องตรวจสอบและแจ้งความเพื่อคุ้มครองตัวเอง

ที่มาของภาพ : Thai Records Pix
ผู้เรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้ง จ.ชลบุรี เขต 1 ซึ่งรวมถึงเบญจพร และกนกวรรณ ยังถูกขุดคุ้ยประวัติชีวิตส่วนตัว ทั้งที่อยู่ และอาชีพการงาน โดยเพจเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า ‘เจ้จุก คลองสาม' คือหนึ่งในเพจโซเชียลที่ออกมาเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวดังกล่าว
ทั้งนี้ เพจ ‘เจ้จุก คลองสาม' เคยมีงานศึกษาจากสถาบันศึกษาของแคนาดาชี้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของ “ปฏิบัติการชักจูงข้อมูลข่าวสารโดยอินฟลูเอ็นเซอร์ หรือ ไอโอ (Impact operation- IO)” ของรัฐ ในการคุกคามผู้เห็นต่างในไทย ทว่าไม่มีการยืนยันจากหน่วยงานรัฐของไทยในเรื่องนี้
ฝ่ายการเมืองมีท่าทีอย่างไรต่อข้อเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่

ที่มาของภาพ : Thai Records Pix
เมื่อวันพุธ (11 ก.พ.) นายสุชาติ ชมกลิ่น ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 1 ที่ได้คะแนนมาเป็นอันดับหนึ่งจากผลคะแนนการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ แถลงข่าวต่อสื่อว่าเตรียมยื่นหนังสือส่ง กกต. แสดงตัวว่าเขายินดีที่จะให้มีการนับคะแนนใหม่ในพื้นที่ชลบุรี เขต 1 หลังจากที่เขาเพิ่งพูดถึงผู้ที่เรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ในพื้นที่ดังกล่าวไปว่า “เป็นเด็กอยากกินอมยิ้มแล้วไม่ได้กิน” ไปเมื่อวันอังคาร
ก่อนหน้านี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ประกาศผ่านเฟซบุ๊กว่า “ข้องใจ นับใหม่ได้ครับ พร้อมเสมอ”
ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยที่คว้าเก้าอี้สูงสุดในการเลือกตั้งครั้งนี้ จากผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ กล่าวในวันนี้ (12 ก.พ.) ถึงข้อเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ทั่วประเทศว่า “เป็นเรื่องของ กกต.” ที่จะเป็นผู้ตัดสินใจ ไม่เกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทย และเขาเชื่อว่าไม่มีการทุจริตในการเลือกตั้ง
ด้านพรรคประชาชน เปิดเผยเมื่อ 10 ก.พ. ว่าได้มีการยื่นเรื่องขอนับคะแนนใหม่รวมทั้งหมด 18 เขตแล้ว ได้แก่ ขอนแก่น เขต 3, ลำปาง เขต 2, สุราษฎร์ธานี เขต 1, ชลบุรี เขต 1, มหาสารคาม เขต 1, นครราชสีมา เขต 13, ชัยนาท เขต 1, สมุทรปราการ เขต 6, ตาก เขต 1, สระบุรี เขต 1 สุพรรณบุรี เขต 1-5 (ยกจังหวัด), นครราชสีมา เขต 2, เชียงราย เขต 6 และเชียงใหม่ เขต 6













