คดีหมิ่นประมาทที่หน่วยงานกำกับดูแลด้านโทรคมนาคมของมาเลเซีย MCMC ยื่นฟ้อง เมอร์เรย์ ฮันเตอร์ ผู้สื่อข่าวชาวออสเตรเลียซึ่งพำนักอยู่ในประเทศไทย ได้ถูกถอนคดีออกจากสารบบศาลไทยแล้วเมื่อวานนี้ (16 ก.พ. 2569) หลังผ่านกระบวนการไกล่เกลี่ยระหว่างจำเลยกับผู้เสียหาย โดยเขาได้รับหนังสือเดินทางคืนหลังจากถูกยึดตลอดการดำเนินคดีมาตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนปีก่อน ทั้งนี้แม้การฟ้องคดีจะยุติลง ผู้สื่อข่าวออสเตรเลียเห็นว่าคดี SLAPP ดังกล่าวทำให้เขาถูกถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมในช่วงที่ถูกดำเนินคดี และการกดปราบข้ามแดนเช่นนี้ยังคงมีอยู่และสามารถเกิดกับนักข่าวต่างประเทศคนใดอีกก็ได้ในประเทศไทย

เมอร์เรย์ ฮันเตอร์ และทีมทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน์ ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้
ภาพเมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2569
คดีหมิ่นประมาทที่หน่วยงานกำกับดูแลด้านโทรคมนาคมของมาเลเซีย MCMC ยื่นฟ้อง เมอร์เรย์ ฮันเตอร์ ผู้สื่อข่าวชาวออสเตรเลียซึ่งพำนักอยู่ในประเทศไทย ได้ถูกถอนคดีออกจากสารบบศาลไทยแล้วเมื่อวานนี้ (16 ก.พ. 2569) หลังผ่านกระบวนการไกล่เกลี่ย ตามรายงานของสื่อต่างประเทศ
ก่อนหน้านี้เมอร์เรย์ ฮันเตอร์ เดินทางมารายงานตัวต่อศาลเมื่อ 17 พ.ย. 2568 หลังอัยการมีคำสั่งฟ้องคดี ข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 จากการเผยแพร่บทความ 4 ชิ้นบนเว็บไซต์ Substack ระหว่างวันที่ 13 ถึง 29 เม.ย. 2567 เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ. 2120/2568 ระหว่าง พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดฯ โจทก์ รับมอบอำนาจผู้เสียหาย คือ คณะกรรมการสื่อสารและสื่อประสมประเทศมาเลเซีย (MCMC) และ เมอร์เรย์ วิคเตอร์ ฮันเตอร์ จำเลย
ตามความเห็นฟ้องของพนักงานอัยการ ระบุว่าเป็นการหมิ่นประมาทคณะกรรมการการสื่อสารและสื่อประสมแห่งประเทศมาเลเซีย (Malaysian Verbal substitute and Multimedia Price หรือ MCMC) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลมาเลเซีย ทั้งนี้รายงานในศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุว่า หากถูกตัดสินว่ามีความผิดตามฟ้อง ฮันเตอร์อาจถูกลงโทษจำคุกสูงสุด 8 ปี และปรับไม่เกิน 800,000 บาท
ส่วนการนัดไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาทที่ศาลอาญากรุงเทพฯ ใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2569 ถือเป็นนัดสุดท้าย โดยมีการนัดไกล่เกลี่ยก่อนหน้านี้เมื่อ 12 มกราคม 2569
โดยทั้งฝ่ายผู้เสียหายและจำเลยได้ปฏิบัติตามข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความลงวันที่ 12 มกราคม 2569 ครบถ้วนแล้ว ผู้เสียหายไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีกับจำเลยอีกต่อไป จึงขอถอนคำร้องทุกข์ ศาลจึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
อย่างไรก็ตามศาลกำชับไม่ให้คู่ความทั้งสองฝ่ายเปิดเผยรายละเอียดของข้อตกลงไกล่เกลี่ยฉบับสมบูรณ์ แต่พบว่ามีการปฏิบัติตามข้อตกลงไกล่เกลี่ยจากการรายงานข่าวของสื่อในประเทศมาเลเซียและสื่อต่างประเทศ
คณะกรรมการการ MCMC ของมาเลเซีย ยอมรับในแถลงการณ์เมื่อต้นเดือนนี้ว่า ได้บรรลุข้อตกลงยุติคดีเมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2569 ซึ่งจะนำไปสู่การยกเลิกกระบวนการดำเนินคดีอาญาต่อเมอร์เรย์ ฮันเตอร์ และ MCMC ระบุด้วยว่า จะถอนคดีแพ่งที่ยื่นฟ้องฮันเตอร์ในประเทศมาเลเซียเช่นกัน
ก่อนหน้านี้สื่อมวลชนในมาเลเซีย รายงานเมื่อ 13 ม.ค. 2569 ว่ามีการเผยแพร่แถลงการณ์ขออภัยในแพลตฟอร์ม Substack โดยฮันเตอร์ระบุว่า การขอโทษและการถอนบทความดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงยุติข้อพิพาทกับ MCMC
ในรายงานของ AP เมื่อวานนี้ (16 ก.พ. 2569) ระบุด้วยว่า ฮันเตอร์ยังถอนบทความราว 10 ชิ้น ขณะที่บล็อก Substack ของเขาถูกปลดบล็อกในมาเลเซียแล้ว ส่วน MCMC ระบุว่า ยังไม่สามารถให้ความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพิจารณาคดีเมื่อวันจันทร์ได้ เนื่องจากตรงกับช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีน
ความกังวลต่อการกดปราบสื่อมวลชนข้ามพรมแดน

“เมอร์เรย์ ฮันเตอร์” นักข่าวชาวออสเตรเลีย
ทั้งนี้ ฮันเตอร์ถูกฟ้องจากบทความที่เขาเผยแพร่ผ่านจดหมายข่าวออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Substack ของตน และคดีดังกล่าวสร้างความกังวลในหมู่นักรณรงค์ด้านเสรีภาพในการแสดงออก เนื่องจากถูกมองว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของการกดปราบข้ามพรมแดน (defective-border repression)
ในช่วงที่มีข่าวจับกุมและดำเนินคดีก่อนหน้านี้ IFEX เครือข่ายนานาชาติด้านเสรีภาพในการแสดงออก ระบุว่า การใช้กฎหมายหมิ่นประมาททางอาญาของมาเลเซียเพื่อเล่นงานบุคคลนอกประเทศเป็นเรื่องน่าตกใจ เพราะเป็นการข่มขู่นักเขียน ศิลปิน และผู้อื่นไม่ให้แสดงความคิดเห็นต่อประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะและความกังวลของสังคม
นอกจากนี้สมาคมนักเขียน PEN Worldwide, องค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์, สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) และคณะกรรมการคุ้มครองผู้สื่อข่าว (CPJ) เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ออกมาประท้วงการจับกุมฮันเตอร์
ผู้สื่อข่าวประชาไทรายงานเพิ่มเติมว่า ในเอกสารของตำรวจ ระบุว่ามูลเหตุฟ้องหมิ่นประมาทภายใต้ประมวลกฎหมายอาญา เกี่ยวกับบทความของเขาเกี่ยวกับ MCMC ในมาเลเซีย เผยแพร่ในเว็บบล็อก Substack (ซึ่งถูกปิดกั้นในมาเลเซีย) บทความของเมอร์เรย์ ฮันเตอร์ เผยแพร่วันที่ 13, 19, 25, 29 เม.ย. 2567 และ 21 มิ.ย. 2567 กรณีบทความที่โพสต์เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2567 พนักงานสอบสวนระบุว่าเป็นการโพสต์ที่โรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในพื้นที่ สน.ยานนาวา โดยคดียังอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา และถูกหน่วยงาน MCMC มอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจ มาฟ้องคดีหมิ่นประมาทภายใต้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328
โดยมีการขอหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ 404/2568 ลงวันที่ 27 มี.ค. 2568 เขาถูกจับกุมวันที่ 29 ก.ย. 2568 ระหว่างที่เขาเตรียมเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิไปยังฮ่องกง โดยหลังจากถูกคุมขังที่ สน.ยานนาวา forty eight ชั่วโมง จึงได้รับการปล่อยตัวหลังวางเงินประกัน 20,000 บาท และถูกยึดหนังสือเดินทางระหว่างรอพิจารณาคดี ทำให้ระหว่างที่เขาถูกดำเนินคดี เขาไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศไทยได้ จนกระทั่งศาลสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบเมื่อ 16 ก.พ. 2569 ดังกล่าว
“ผมได้พาสปอร์ตคืนแล้ว และจะสามารถเดินทางได้อีกครั้งภายในไม่กี่วันข้างหน้า” ฮันเตอร์กล่าวเมื่อวานนี้ (16 ก.พ. 2569) กับผู้สื่อข่าวเอพี
รายงานก่อนหน้านี้ใน AP เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2568 ฮันเตอร์กล่าวว่าเคยมีหมายจับหนึ่งส่งไปที่บ้านของเขาที่จังหวัดหนึ่งในภาคใต้ แต่ตอนนั้นเขาเดินทางไปอยู่ภาคอื่น และตำรวจท้องที่ที่เขาอาศัยอยู่แนะนำเขาว่า สำเนาหมายจับที่เพื่อนบ้านถ่ายรูปส่งมาให้นั้นเหมือนจะเป็นเอกสารของพวกสแกมเมอร์
รายงานใน Asia Sentinel ระบุว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เขาถูก MCMC ปิดกั้นพื้นที่บล็อกของเขาบน Substack และขัดแย้งกับซาลิม ฟาตี ดิน อดีตรักษาการประธาน MCMC และสมาชิกอาวุโสพรรคอัมโน
อย่างไรก็ตาม ฮันเตอร์เปิดเผยด้วยว่าเขายังไม่พอใจกับการยุติคดีโดยสิ้นเชิง เพราะมองว่าถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมระหว่างถูกจับกุมและระหว่างดำเนินคดี และภัยคุกคามจากคดี SLAPP และการกดปราบข้ามแดนเช่นนี้ยังคงมีอยู่และสามารถเกิดกับนักข่าวต่างประเทศคนใดอีกก็ได้ในประเทศไทย โดยเขากล่าวด้วยว่า ยังคงวางแผนพำนักในประเทศไทยต่อไป และให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ของวุฒิสภา และกำลังเขียนหนังสือเกี่ยวกับคดี SLAPP ที่เขาเผชิญ












