
กรุงเทพมหานคร – ก่อนประตูร้านสุกี้บุฟเฟต์สาขาหนึ่งจะเปิด ในเวลา 10.30 น. การต่อเข้าแถว 2 แถวปรากฎขึ้น แถวแรกเป็นลูกค้ารับบัตรคิวเพื่อรับประทานอาหาร แถวที่สองคือคนที่มารอ ยื่นบัตรประชาชน เพื่อรับเอกสารไปกรอกเซ็นสำเนาถูกต้อง ก่อนรับชุดเดินหายไปหลังร้าน
เมื่อร้านสุกี้บุฟเฟ่ต์เปิดประตู แถวแรก ต่างพากันจับจองที่นั่ง ส่วนผู้คนแถวที่สองเปลี่ยนไป สวมเครื่องแบบพนักงาน เดินเข้ามาเสิร์ฟอาหารบริการตามโต๊ะ เมื่อแถวแรกใช้บริการเสร็จสิ้นชำระเงินแล้วกลับออกจากร้าน แต่แถวที่สองทำงานต่อ จนครบเวลาตามที่แอปพลิเคชันแจ้ง แล้วถ่ายรูป คืนชุดยูนิฟอร์มร้านสุกี้แล้วกลับออกไป
พลอย อายุ 22 ปี แรงงานพาร์ทไทม์ ประเภทบริการ ใช้แอปพลิเคชันจัดหางาน แพลตฟอร์มเทมป์ (TEMP) เธอเป็นนักศึกษาปีสุดท้าย หางานพาร์ทไทม์เพื่อหารายได้เรียนหนังสือ ทำงานเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ ในช่วงวันหยุดเรียน โดยรู้จักแพลตฟอร์มจากการแนะนำจากเพื่อน ๆ เดิมทีเธอทำพาร์ทไทม์โดยตรงกับร้านอาหาร เมื่อรู้ว่ามีผ่านแพลตฟอร์มเธอจึงได้สมัครทำงาน
แพลตฟอร์ม ‘หางาน-จ้างงาน’ ในยุคสมัยดิจิทัล
แพลตฟอร์มแอปพลิเคชัน เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ยุคเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตไร้พรมแดน มีแพลตฟอร์มบริการที่เราคุ้นชิน เช่น Take dangle of, Lineman ที่เป็นแพลตฟอร์มอาหารและการขนส่ง
และแพลตฟอร์มเพื่อหางานและการจ้างงาน เช่น Temp , Daywork เป็นแอปพลิเคชัน ตัวกลางหางาน โดยมีการจ่ายงานและค่าแรง ผ่านแพลตฟอร์ม หนึ่งในช่องทางการหานายจ้างยุคใหม่ ที่สะดวกง่ายด้วยปลายนิ้ว ไม่ใช่เพียงแต่เป็นตัวเชื่อมระหว่างลูกค้าที่ต้องการหางาน และ บริษัทที่ต้องการหาลูกจ้างอีกต่อไป แต่แอปพลิเคชันหางานรูปแบบใหม่นี้จะทำหน้าที่ผู้คัดกรอง จัดตารางหาลูกค้า รวมไปถึงระบบจ่ายเงินที่มาพร้อมกับระบบเครดิต เป็นการลดภาระฝ่ายนายจ้างไม่ต้องจัดการส่วนนี้โดยมีด้วยกันหลากหลายรูปแบบและประเภทของการใช้บริการ
สำนักงานสถิติแห่งชาติเผยผลสำรวจด้านแรงงาน ในปี 2567 พบว่า มีแรงงานนอกระบบกว่า 21.1 ล้านคน และแรงงานในระบบ 18.9 ล้านคน จากแรงงานทั้งหมด 40 ล้านคน กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ
ในส่วนของแรงงานแพลตฟอร์มแม้จะไม่มีจำนวนแน่ชัด แต่ตัวเลขรายได้จากเศรษฐกิจดิจิทัลเพิ่มขึ้นมาก จากรายงาน e-Conomy SEA 2023 ระบุว่าเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยมีอัตราเติบโตเฉลี่ยราว 16% ต่อปีและคาดว่าจะมีมูลค่าสินค้ารวมสูงถึง 1.8 พันล้านบาทในปี 2025
‘แรงงาน’ แพลตฟอร์ม สะดวกหางาน แต่เลือกงานไม่ได้
“วันแรงงานจำได้ว่าต้องไปทำงาน เพราะไม่เป็นวันหยุดในตาราง แต่พอเงินเดือนที่ได้กับแอปฯ ทำไมเราไม่ได้โอทีเพิ่ม เราก็สงสัย แต่ก็ไม่ได้ถาม เพราะทุกอย่างอยู่ที่แอปฯ จะกำหนดให้เราทำ”
แบงค์ วัย 34 ปี ลูกจ้างในคลังจัดเตรียมสินค้า ธุรกิจส่งวัตถุดิบร้านอาหาร ผู้ใช้บริการแพลตฟอร์มหางาน Daywork ในรูปแบบงานประจำ เล่าย้อนไปถึงวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ซึ่งตรงกับวันแรงงานสากล ที่ได้ทำงาน แต่ไม่ได้โอทีตามที่เขาคิดไว้
แพลตฟอร์ม Daywork เป็นแอปพลิเคชันจ้างงาน-หางาน ที่มีทั้งรูปแบบพาร์ทไทม์ และงานประจำ ในรูปแบบการจ้างงานประจำ แพลตฟอร์มทำหน้าที่กำหนดวันทำงาน – จ่ายเงินเดือน ผ่านแอปพลิเคชัน มีผู้สมัคงานในบัญชีประมาณ 1 ล้านบัญชี อายุเฉลี่ย 18-24 ปี
“ในตารางงานก็กำหนดชัดเจนว่าหยุดทุกวันอาทิตย์ แต่ทว่าเวลาทำงานจริง ต้องดูด้วยว่าแอปพลิเคชัน ให้เราทำงานวันไหน ถ้าสาขาไหนไม่พอ เขาก็จะให้คนเข้าไปเพิ่ม โดยที่มีค่ารถให้นิดหน่อย แต่ไม่เพียงพอ ทำให้ต้องมีคนในสาขานั้น ไปทำงานสาขาอื่นบ่อยครั้ง ”
แบงค์กล่าวและเล่าต่อว่า ในบางครั้งเขาต้องไปทำงานในสาขาอื่นที่ไกลจากเดิม ที่คนไม่พอ หรืออยู่ในช่วงรับคนงานเพิ่มขึ้นอยู่กับแอปพลิเคชัน เป็นหลักว่าจะให้ไปทำงานที่ไหนอย่างไร เมื่อไร
แพลตฟอร์มที่ไร้กฎหมายอ้างอิงชัดเจน
ศศิวิมล เสียงแจ้ว ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์ม Daywork ให้สัมภาษณ์ว่า บริการของแพลตฟอร์มในส่วนของงานประจำ มี 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นนายจ้างลงประกาศหางาน และอีกส่วนเป็นส่วนที่ Daywork เป็นตัวกลาง บริษัทนายจ้างสามารถกำหนด เงื่อนไข (Situation) ได้ทั้งหมดเลย โดยที่แพลตฟอร์ม รวบรวมการเข้า-ออกงาน (Attendance) ทำจ่ายเงินและจ่ายสมทบประกันสังคมให้แรงงานในนามของ Daywork ซึ่งในส่วนของข้อกำหนดบริษัทนายจ้างต้องอยู่ภายใต้กฏหมายแรงงาน
“การจัดสรรวัน(ทำงาน) เป็นลูกค้า(นายจ้าง) หมดเลย โซลูชั่นทุกอย่าง การทำงานทุกอย่าง การให้คุณ ให้โทษพนักงาน เป็นของลูกค้า(นายจ้าง) เราแค่ดูแลการจ่ายเงินเดือน แล้วก็ยื่นประกันสังคม” ศศิวิมล กล่าว
ศศิวิมล อธิบายต่ออีกว่า ความสัมพันธ์การจ้างงานผ่านแพลตฟอร์มที่เธอกำลังทำอยู่ ไม่มี-ข้อกฎหมายอ้างอิง ระเบียบที่แน่ชัด ทำให้ข้อกำหนดบางอย่างไม่มีแหล่งอ้างอิง เคยทำหนังสือเข้าไปปรึกษากับทางกรมแรงงานแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้คำตอบ
ในกรณีของวันหยุด ที่ตรงกับวันทำงาน ศศิวิมล อธิบายว่า “ได้คุยกับลูกค้า (นายจ้าง) ในวันหยุดนักขัตฤกษ์ ต้องจ่ายให้ลูกจ้าง 2 แรง เพื่อเป็นค่าตอบแทน แต่ก็ไม่ใช่ลูกค้าทุกเจ้าจะให้”
เมื่อลูกค้าไม่ยอมให้ค่าแรงงานเพิ่มกับแรงงาน ทางแพลตฟอร์มก็ทำอะไรไม่ได้ และพบว่ายังมีช่องโหว่การบังคับด้วยกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
เพราะกรณีนี้ได้โทรไปสอบถามคอลเซ็นเตอร์ของกรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงานเพื่อสอบถาม ได้คำตอบว่าจะผิดกฎหมายในกรณีที่ลูกจ้างทำงานเป็นตาราง วันหยุดตรงกันทุกสัปดาห์ และวันทำงานตรงวันหยุดนักขัตฤกษ์ แต่ในกรณีนี้ เป็นการหาพนักงานมารับงานโดยตรง แล้วตกลงราคากัน ถือเป็นการจ้างเหมา จึงเข้าข่ายยกเว้น ซึ่งแพลตฟอร์มอยากให้ความสำคัญเช่นกัน แต่ด้วยกฎหมายยังไม่มีกำหนด ไร้เกณฑ์กลางแนวทางปฏิบัติ
กฎหมายแรงงานของไทยในตอนนี้มีเพียง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2568 ที่คุ้มครองแรงงานทั่วไป ส่วนแรงงานที่รับงานผ่านแพลตฟอร์มขณะนี้มีการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระ… ซึ่งออกโดยกระทรวงแรงงาน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2563 และเปลี่ยนชื่อจากเดิม ที่ใช้คำว่า แรงงานนอกระบบ เป็น แรงงานอิสระ ซึ่งมีข้อกำหนดกลไกคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์มแยกออกจากกฎหมายคุ้มครองแรงงานเดิม ซึ่งยังค้างในขั้นตอนเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา แต่ขณะนี้ยังถูกคัดค้านโดยแรงงานอิสระ และสหภาพคนทำงาน ที่ต้องการให้ถอนร่าง และประกาศเป็นกฎกระทรวงตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เพื่อรับรองสถานะคนทำงานแพลตฟอร์มเป็นลูกจ้าง เหมือนแรงงานทั่วไป
เส้นเบลอการจ้างงาน และ กฎหมายไม่เท่าทัน
“ตอนนี้ประเทศไทยมองว่า การจ้างงานผ่านแพลตฟอร์มแบบนี้ไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบลูกจ้างนายจ้าง คือเอาผลสัมฤทธิ์ของงานเพื่อแลกกับค่าแรง ถ้าจะให้เข้ากับลูกจ้างกับนายจ้าง คือต้องมีการจ่ายเงินแบบรายวันหรือรายได้ โดยเอาเวลามาเป็นผลตัดสิน ตอนนี้กฎหมายไทยเป็นแบบนี้”
อรรคณัฐ วันทนะสมบัติ นักวิจัยสถาบันเอเชียศึกษา ผู้ติดตามประเด็นแรงงานแพลตฟอร์มสรุปปัญหาให้ฟังและกล่าวต่อว่า การจ้างงานผ่านแพลตฟอร์ม ถึงแม้จะดูตามผลสัมฤทธิ์ แต่ก็มีข้อบังคับอื่นที่ต้องทำตามแอปพลิเคชันบอก เช่น เวลาในการเข้างาน ต้องเข้าตามที่แอปฯ สั่ง จะมีความแตกต่างกับงานฟรีแลนซ์ ดูที่ตัวงานโดยที่ไม่ต้องบังคับบัญชา กระบวนการเช่นนี้คือการจ้างทำของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
“ความสัมพันธ์ของแพลตฟอร์มหางาน ลูกจ้างกับนายจ้างไม่มีความสัมพันธ์ที่เข้ากับข้อบังคับกฎหมาย ดังนั้นแรงงานเหล่านี้ก็ตกไปอยู่ข้อกำหนด จ้างทำของ ไม่คุ้มครองด้วยกฎหมายแรงงาน นายจ้างก็ไม่จำเป็นต้องทำตามข้อกำหนด”
อรรคณัฐกล่าวต่อว่าประเทศไทยมีการขับเคลื่อน ผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระ… แต่ด้วยการปรับเปลี่ยนหลายเรื่อง ร่างกฎหมายนี้ยังไม่ประกาศใช้งานเพื่อรับรองของการเติบโตแรงงานแพลตฟอร์ม หรือหากออกมาแล้วก็ไม่รู้ว่ากฎหมายจะเท่าทันหรือไม่ และ ไม่รู้ จะผ่านออกมาได้หรือไม่
อรรคณัฐยังแสดงความกังวลว่าการจ้างงานผ่านแพลตฟอร์มจะมีมากขึ้น ทั้งนายจ้างและแรงงาน ก็จะใช้แอปพลิเคชันมากขึ้น สภาพเศรษฐกิจและความง่ายของเทคโนโลยีจะทำให้ แรงงานมาใช้แพลตฟอร์มมากขึ้น และสิ่งที่ตามมาคือแรงงานเหล่านี้ใครจะดูแล ทั้งเรื่องของการรักษาพยาบาลเงินเกษียณอายุ
ความมั่นคงของแรงงาน ในกลไกแพลตฟอร์มจ้างงาน
นอกจากความสัมพันธ์การจ้างงานที่คลุมเครือแล้ว แรงงานแพลตฟอร์มยังไม่มีการส่งเสริมสวัสดิการแรงงาน ลูกจ้างต้องเข้าร่วมประกันสังคมเองตามมาตรา 40 ที่ต้องจ่ายเงินสมทบเองเพียงฝ่ายเดียว และได้รับสวัสดิการน้อยกว่ามาตราอื่น
รองศาสตราจารย์ แล ดิลกวิทยรัตน์ สมาชิกวุฒิสภาและผู้ติดตามประเด็นกฎหมายแรงงานกล่าวว่ากฎหมายคุ้มครองแรงงานไทย มักมาช้ากว่าปัญ หาเสมอ เพราะสวัสดิการและการดูแลแรงงาน แพลตฟอร์มขณะนี้ถูกกำหนดให้เป็นแรงงานนอกระบบ
เขาเสนอว่าแรงงานแพลตฟอร์มเหล่านี้ต้องมีผู้รับผิดชอบ โดยเฉพาะรัฐ ต้องให้การคุ้มครองแรงงานอย่างเท่าเทียม โดยยึดกรอบ 3 เสาหลักของกฎหมายแรงงาน คือ
1.การคุ้มครองแรงงาน ค่าจ้างต้องพอกิน ชั่วโมงทำงานไม่เกินมาตรฐาน มีเวลาพักที่เหมาะสม
2. แรงงานสัมพันธ์ มีสิทธิเจรจาต่อรองเพื่อปรับปรุงสภาพการจ้าง ค่าจ้าง และสวัสดิการ และ
3. ประกันสังคม มีการคุ้มครองกรณีอุบัติเหตุ ว่างงาน หรือเกษียณอายุ
แพลตฟอร์ม ทางผ่าน หรือทางตันของแรงงาน
พลอยรับงานผ่านแพลตฟอร์มในช่วงเวลาชั้นปีสุดท้ายก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงานเต็มตัว เธอวางแผนว่าหลังเรียนจบจะสมัครงานประจำตามบริษัท และสมัครสอบข้าราชการไปด้วย ถึงแม้รายได้ของการใช้บริการแพลตฟอร์มจะไม่ต่างกับงานประจำ แต่ความไร้สวัสดิการและความมั่นคง ทำให้เธอมองเป็นเพียงทางผ่านชีวิต
“หนูว่า มันหางานง่ายมาก โหลดแอปฯ แล้วก็กรอกข้อมูล ถ้ามันตรงกับนายจ้างเราก็ทำ แต่ถ้าเราทำไปสักพัก เราไม่ชอบเราก็เลิกก็ได้ ไปแอปฯ อื่น ถ้าหนูเรียนจบหนูก็ไม่ใช้แล้ว”
สำหรับพลอยมองเป็นเพียงทางผ่านช่วงวัยก่อนเรียนจบมหาวิทยาลัย แต่สำหรับแรงงานอีกมาก การเข้าสู่วงจรแรงงานแพลตฟอร์ม อาจเป็นทางเลือกสุดท้าย
พร้อมก้มหน้ายอมรับชะตากรรม ไร้สวัสดิการ ความมั่นคง และการยังไม่ชัดเจนของกฎหมายคุ้มครองแรงงาน บนทางแพร่งของยุคสมัยเศรษฐกิจดิจิทัล
หมายเหตุ : งานเขียนชิ้นนี้จัดทำขึ้นโดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาทักษะด้านสื่อที่จัดโดยมูลนิธิทอมสัน รอยเตอร์ เนื้อหาทั้งหมดเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว












