
สภาโหวตเลือกนายกฯ ภท. เสนออนุทิน – ปชน. ส่ง ณัฐพงษ์ แข่ง – มติกล้าธรรม งดออกเสียง

ที่มาของภาพ : TNP
ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เริ่มประชุมพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญ โดยพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะที่พรรคประชาชน (ปชน.) เตรียมเสนอชื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เข้าท้าชิง
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ในวันนี้ (19 มี.ค.) เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. โดยมีวาระการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี
นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. เป็นผู้เสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. เสนอชื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกฯ
ความเคลื่อนไหวก่อนเริ่มประชุมสภาที่เป็นที่จับตา คือ พรรคกล้าธรรม (กธ.) ซึ่งมีกระแสก่อนหน้านี้ว่าอาจมีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ให้สภาพิจารณาด้วย ทว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค กธ. เปิดเผยหลังประชุมหารือกับ สส. พรรคก่อนเปิดประชุมสภาว่า พรรคมีมติงดออกเสียงในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีวันนี้
ก่อนการโหวตเลือกนายกฯ เพียงหนึ่งวัน ที่ประชุมศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติ 6 ต่อ 3 วานนี้ (18 มี.ค.) ให้รับคำร้องจากผู้ตรวจการแผ่นดินที่ขอให้พิจารณาวินิจฉัยว่า การจัดการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง (barcode) และรหัสคิวอาร์โค้ด (QR Code) ซึ่งน่าเชื่อว่าอาจทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยลับ เป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
สำหรับพรรคร่วมรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นแกนนำ ประกอบด้วย ภูมิใจไทย (ภท.), เพื่อไทย (พท.) และพรรคเล็กรวมทั้งสิ้น 293 เสียง จาก 16 พรรคการเมือง โดยไม่มีพรรคกล้าธรรม (กธ.) และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ตามการเปิดเผยของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจาก ภท. เมื่อ 12 มี.ค. ซึ่งนายอนุทินบอกว่าเป็น “จำนวนที่เหมาะสม และสะดวกต่อการบริหาร”
ทว่าด้วยเขตเลือกตั้งที่ 2 จ.สุพรรณบุรี คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่ประกาศรับรอง ทำให้เสียงของรัฐบาลเหลือ 292 เสียง

ที่มาของภาพ : thai news pix
พรรคร่วมรัฐบาล 16 พรรค 292 เสียง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย (191 ที่นั่ง), พรรคเพื่อไทย (74 ที่นั่ง), พรรคพลังประชารัฐ (5 ที่นั่ง), พรรคประชาชาติ (5 ที่นั่ง), พรรคเศรษฐกิจ (3 ที่นั่ง), พรรคไทยสร้างไทย (2 ที่นั่ง), พรรคเพื่อชาติไทย (2 ที่นั่ง) และพรรคเล็กอีก 8 พรรคที่ได้เก้าอี้พรรคละ 1 ที่นั่ง ได้แก่ พรรคประชาธิปไตยใหม่, พรรคใหม่, พรรครวมใจไทย, พรรคไทยทรัพย์ทวี, พรรครวมพลังประชาชน, พรรคมิติใหม่, พรรคทางเลือกใหม่ และพรรคโอกาสใหม่
Kill of ได้รับความนิยมสูงสุด
นอกจากนี้ยังรวมถึงพรรคล่าสุดที่เปิดตัวเข้าเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเช้านี้ คือ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อีก 2 เสียง ซึ่ง 2 สส. ของพรรค ได้แก่ นาย ชัชวาลล์ คงอุดม และนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ซึ่งขยับลำดับ สส.บัญชีรายชื่อ แทนนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ลาออกไป แถลงข่าวร่วมกับ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรค ภท. ที่รัฐสภา เพื่อแสดงตนว่าพร้อมสนับนายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี
ส่วนพรรคการเมืองที่ไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมรัฐบาลและเตรียมเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านมีทั้งสิ้น 7 พรรค รวม 207 เสียง ประกอบด้วย พรรคประชาชน (120 ที่นั่ง), พรรคกล้าธรรม (58 ที่นั่ง), พรรคประชาธิปัตย์ (21 ที่นั่ง), พรรคไทรวมพลัง (6 ที่นั่ง), พรรคเสรีรวมไทย และพรรคไทยภักดี พรรคละ 1 ที่นั่ง
ทั้งนี้ หากพิจารณาผลการลงมติเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ซึ่งนายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรค ภท. ได้รับความเห็นชอบให้นั่งเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติแบบไม่พลิกโผ 289 เสียง ใกล้เคียงกับเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลที่ ภท. เปิดเผยก่อนหน้านี้ ทว่าเสียงการลงมติที่เลือกนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ซึ่งพรรคประชาชน (ปชน.) เสนอชื่อ พบว่ามีเสียงสนับสนุนอยู่ที่ 123 เสียง
สำหรับผู้งดออกเสียง 80 คน เป็นไปตามที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ซึ่งได้ สส. เข้าสภา 58 คน เปิดเผยก่อนการประชุมเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ว่าพรรคมีมติงดออกเสียง เช่นเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ซึ่งมี สส. 21 คน มติพรรคให้งดออกเสียงเช่นกัน
ในการลงมติเลือกนายกฯ จะใช้การลงคะแนนโดยเปิดเผย ด้วยการขานชื่อสมาชิกตามลำดับตัวอักษร
ผู้ได้รับเลือกเป็นนายกฯ ต้องได้รับเสียงโหวตมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ จาก สส. ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ทั้งหมด 499 คน กล่าวคือต้องได้รับเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 250 เสียง
ส่วนความเคลื่อนไหวก่อนวันโหวตนายกฯ พรรค ปชป. โดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ประธาน สส.พรรค เปิดเผยวานนี้ ว่า ปชป. มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าจะงดออกเสียง ในการลงมติเลือกนายกฯ
สภาให้เวลาอภิปรายก่อนโหวตฝ่ายละ 70 นาที
หลังเริ่มการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในเวลา 10.00 น. นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ปรึกษาที่ประชุมขอความเห็นชอบขั้นตอนในการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี โดยให้สมาชิกเสนอชื่อบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 และเป็นผู้มีรายชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 เฉพาะจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่มีสมาชิกที่ได้รับเลือกเป็น สส. ไม่น้อยกว่า 25 คน และมีผู้รับรองไม่น้อยกว่า 50 คน โดยการรับรองใช้วิธีเสียบบัตรแสดงตน
ส่วนวิธีการออกเสียงลงคะแนนจะกระทำโดยเปิดเผยตามแนวทางที่เคยปฏิบัติ คือเรียกชื่อสมาชิกตามลำดับหมายเลขประจำตัวของสมาชิก ให้ออกเสียงลงคะแนนเป็นรายคน โดยต้องมีเสียงเห็นชอบมากกว่ากึ่งหนึ่งของ สส. คือ 250 คน
เมื่อไม่มีผู้คัดค้านขั้นตอนดังกล่าว นายโสภณจึงเปิดให้ สส. เสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายไชยชนก ชิดชอบ สส.บัญชีรายชื่อพรรค ภท. ลุกขึ้นเสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. เสนอชื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
จากนั้นประธานสภาเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ และผู้ที่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น สรุปข้อตกลงในการประชุมตามที่พรรคการเมืองต่าง ๆ ได้พูดคุยหารือกันก่อนเข้าประชุม ซึ่งนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรค ภท. เปิดเผยว่าทั้งหมด 3 ข้อ คือ
- ฝ่ายที่สนับสนุนนายอนุทินและฝ่านที่เห็นเป็นอย่างอื่น จะได้รับเวลาในการอภิปรายเท่ากันคือฝ่ายละ 70 นาที ซึ่งในกรอบเวลาดังกล่าวรวมเวลาของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ การประท้วง และการใช้สิทธิพาดพิงต่าง ๆ อยู่ในกรอบนั้นทั้งหมด
- ขอให้แต่ละพรรคส่งตัวแทนในการอภิปรายพรรคละไม่เกิน 1 คน ไม่รวมตัวผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ ที่สามารถลุกขึ้นอภิปรายและใช้สิทธิเมื่อถูกพาดพิงได้
- กรอบเนื้อหาสาระในการอภิปราย ขอให้ประธานสภาควบคุมเนื้อหาสาระให้อยู่ในเรื่อง “คุณสมบัติของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ” เท่านั้น
ข้อตกลงทั้ง 3 ข้อนี้ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ลุกขึ้นเปิดเผยตามหลังนายกรวีร์ ระบุว่าเป็นไปตามข้อสรุปที่พรรคการเมืองต่าง ๆ มีร่วมกัน
ขั้นตอนโหวตเลือกนายกฯ
การพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ถูกบรรจุไว้ในวาระเรื่องด่วน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะเริ่มขึ้นเวลา 10.00 น. วันนี้
สำหรับรายชื่อบุคคลที่จะเสนอชิงเก้าอี้นายกฯ ได้ ต้องมีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้กับ กกต. ตั้งแต่ช่วงเลือกตั้ง และเป็นพรรคที่มี สส. ไม่น้อยกว่า 5% ของสภา หรือมี สส. 25 คน
สำหรับแคนดิเดตนายกฯ ที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ จากการที่พรรคต้องมี สส. ไม่น้อยกว่า 25 คน มีทั้งสิ้น 9 คน ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล (ภูมิใจไทย) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว (ภูมิใจไทย), นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (ประชาชน), ศิริกัญญา ตันสกุล (ประชาชน), วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร (ประชาชน), นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (เพื่อไทย), นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (เพื่อไทย), นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ (เพื่อไทย) และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า (กล้าธรรม)
ในการเสนอชื่อต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของสภา
ส่วนในการลงมติ ต้องลงคะแนนโดยเปิดเผย และมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวน สส. ทั้งหมดที่มีอยู่ หรือไม่น้อยกว่า 250 เสียง




































