แชร์ลิ้งค์นี้ : https://ด่วน.com/9ghs8x 📋 | ดู : 10 ครั้ง
วันที่-7-มีค.-ที่ผ่านมา-มูลนิธิทำทางจัดกิจกรรมเปิดตัวคลินิก

วันที่ 7 มี.ค. ที่ผ่านมา มูลนิธิทำทางจัดกิจกรรมเปิดตัวคลินิกเวชกรรมทานตะวัน คลินิกให้คำปรึกษาท้องไม่พร้อมและทำแท้งปลอดภัย ในขณะที่กฎหมายปลดล็อกให้ทำแท้งได้มากว่าห้าปีแล้ว แต่ผู้รับบริการยังเผชิญอุปสรรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอคติจากบุคลากรทางการแพทย์ สถานพยาบาลที่มีไม่ทั่วถึง และการเข้าไม่ถึงสิทธิการรักษาต่างๆ

แผนที่สถานบริการยุติการตั้งครรภ์ในประเทศไทย รวบรวมข้อมูลโดยมูลนิธิทำทาง

คลินิกทานตะวันตั้งอยู่ในอาคารตึกแถวที่ชั้นบนเป็นสำนักงานของมูลนิธิทำทาง เมื่อผ่านประตูเข้ามาก็จะพบกับโซฟาสีเหลืองสดใส หมอนรูปดอกไม้ และโคมไฟโทนอุ่น ที่นี่ไม่มีเครื่องแบบเจ้าหน้าที่หรือเสื้อกาวน์ของแพทย์ ไม่มีการตัดสิน ไม่มีการถามหาเหตุผล เคารพสิทธิและทุกการตัดสินใจ เจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาจะดูแลทุกเคสตั้งแต่เข้ารับบริการจนสิ้นสุดกระบวนการ พร้อมพูดคุยให้คำปรึกษาไม่ว่าจะเรื่องการแพทย์หรือเรื่องอื่นๆ

พื้นที่ของคลินิกออกแบบบนแนวคิดที่อยากให้ดูเป็นธรรมชาติและเป็นพื้นที่ทางการแพทย์ให้น้อยที่สุด พญ.ชุตินาถ ชินอุดมพร แพทย์ประจำคลินิกเล่าระหว่างพาสื่อมวลชนชมพื้นที่คลินิกว่าไม่อยากให้รู้สึกเหมือนมาหาหมอ เนื่องจากมองว่าการทำแท้งเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทำมาแต่โบราณก่อนที่การแพทย์จะเข้ามาควบคุม

ข้อมูลจากป้ายข้อมูลในนิทรรศการเปิดตัวคลินิก ซึ่งจัดขึ้นที่ KINJAI As a lot as the moment ระบุว่าจุดเริ่มต้นของคลินิกทานตะวัน มาจากประสบการณ์ที่สั่งสมบนเส้นทาง 15 ปีของกลุ่มทำทาง (ซึ่งปัจจุบันจดทะเบียนเป็นมูลนิธิทำทาง) ที่ทำให้มองเห็นข้อจำกัดและโอกาสในการพัฒนาบริการทำแท้งในไทย คลินิกทานตะวันจึงเกิดขึ้นเพื่อทดลองค้นหามาตรฐานใหม่สำหรับการทำแท้งปลอดภัยในไทยที่ไปไกลกว่าแค่ “ปลอดภัยและถูกกฎหมาย” แต่ใส่ใจ เข้าใจ เคารพ และไม่กีดกันผู้รับบริการ

ปัจจุบันคลินิกทานตะวันเปิดให้บริการยุติการตั้งครรภ์ด้วยยาผ่านบริการโทรเวชกรรมหรือ Telemedicine ผู้ใช้บริการไม่จำเป็นต้องมาที่คลินิก แต่ถ้าต้องการมาที่คลินิกเพื่อความอุ่นใจก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยต้องนัดเวลามาก่อนเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว เจ้าหน้าที่ของคลินิกจะติดต่อกับผู้ต้องการรับบริการทางแอปพลิเคชันไลน์เพื่อยืนยันตัวตนว่าเป็นผู้ที่ต้องการรับบริการจริงและตัดสินใจด้วยตนเองจริง โดยจะต้องคุยกับเจ้าตัวเท่านั้นและไม่คุยกับญาติหรือคู่รักเพื่อป้องกันการบังคับทำแท้ง เจ้าหน้าที่ของคลินิกจะดูแลสอบถามอาการและให้คำปรึกษาด้านอื่นๆ จนถึงวันที่ที่ตรวจครรภ์ขึ้น 1 ขีด ซึ่งมักจะใช้เวลากว่าหนึ่งเดือน

แผนที่สถานบริการยุติการตั้งครรภ์ในประเทศไทย รวบรวมข้อมูลโดยมูลนิธิทำทาง

อุปสรรคหลายชั้น กีดกันคนจากสิทธิทำแท้งปลอดภัย

เมื่อ พ.ศ. 2564 ประเทศไทยผ่านกฎหมายอนุญาตให้ทำการยุติการตั้งครรภ์ได้ในอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ หรือไม่เกิน 20 สัปดาห์หลังผ่านกระบวนการให้คำปรึกษา และปัจจุบันบริการยุติการตั้งครรภ์จะอยู่ภายใต้งบส่งเสริมและป้องกันโรคหรืองบ PP ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่ทำให้ใช้สิทธิบัตรทองเบิกจ่ายได้

ในส่วนของผู้ประกันตน สำนักงานประกันสังคมออกประกาศ เมื่อ 1 ปีที่ผ่านมาว่าการยุติการตั้งครรภ์ถือเป็นสิทธิการรักษาเช่นเดียวกับการเจ็บป่วยทั่วไปที่ประกันสังคมจะรับผิดชอบค่าใช้จ่าย

แต่ในความเป็นจริงการทำแท้งปลอดภัยยังคงเข้าถึงได้ยาก ในประเทศไทยมีสถานพยาบาลเพียงร้อยกว่าแห่งที่ให้บริการทำแท้ง แต่ยังมีไม่ครบทุกจังหวัด ทำให้ผู้รับบริการในบางจังหวัดต้องเดินทางออกนอกพื้นที่ บางจังหวัดมีเฉพาะสถานพยาบาลของเอกชนที่คิดค่าให้บริการในอัตราที่สูง เริ่มต้นตั้งแต่หลายพัน จนถึงหลักหมื่นในอายุครรภ์ที่มากขึ้น และเบิกจ่ายตามสิทธิไม่ได้

ส่วนสถานพยาบาลของรัฐถึงจะใช้สิทธิเบิกจ่ายได้ แต่ส่วนมากมักไม่ประชาสัมพันธ์อย่างเปิดเผยว่ารับทำแท้ง โดยจะให้บริการเฉพาะกรณีที่มีการส่งต่อไปจากองค์กรภายนอก เช่น สายด่วนปรึกษาเอดส์และท้องไม่พร้อม 1663 หรือมูลนิธิทำทางเท่านั้น ถ้ามีใครเดินเข้าไปถามหาบริการก็จะถูกปฏิเสธหรืออาจถูกดุด่ากลับมา

ในส่วนของประกันสังคม ถึงจะมีประกาศออกมาแล้ว แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเข้ารับบริการได้ที่ไหน อย่างไร เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ที่ผ่านมา มูลนิธิทำทางได้เดินทางไปยื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้าเกี่ยวกับสิทธิดังกล่าวที่สำนักงานประกันสังคมด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น สถานพยาบาลหลายแห่งมีการตั้งเงื่อนไขที่มากกว่ากฎหมาย เช่น กำหนดให้มีผู้ปกครองมา ทั้งที่ตามกฎหมายไม่จำเป็นต้องมีในกรณีที่อายุเกิน 15 ปี กำหนดให้ต้องมีสามีมาด้วย บางที่วางเงื่อนไขให้ยินยอมทำหมันถาวรก่อนที่จะทำแท้งให้ หรือบอกกับผู้รับบริการว่าถ้าท้องมาอีกจะไม่ให้บริการ บางที่ต้องให้คณะกรรมการแพทย์รับรองก่อนจะยอมทำแท้ง

ในขณะเดียวกัน เมื่อรัฐต้องการให้คนมีลูก นโยบายเกี่ยวกับการทำแท้งก็เหมือนถูกลอยแพ ชุตินาถพบว่าเมื่อพันธกิจหลักของหน่วยงานรัฐอย่างกรมอนามัยหรือกระทรวงสาธารณสุขกลายเป็นการเพิ่มประชากร ภาครัฐก็ไม่พูดถึงเรื่องการทำแท้งอีกเลยและไปให้ความสำคัญกับนโยบายต่างๆ ที่เกี่ยวกับการมีลูก ไม่ว่าจะเป็นนโยบายสำหรับผู้มีบุตรยาก การกระตุ้นให้คนมีลูก หรือนโยบายเกี่ยวกับเด็ก ซึ่งเธอก็มองว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ประเด็นเหล่านี้ “ส่องแสงทับทุกอย่าง” ที่เกี่ยวกับการทำแท้ง ถึงแม้ว่าจะมีองค์กรภาคเอกชนเข้าไปพูดคุย แต่ภาครัฐก็ไม่ได้ยอมรับหรือเปิดให้เข้าถึงบริการง่ายขึ้น ไม่มีการเปิดเผยว่าจะเข้ารับบริการได้ที่ไหน หรือถ้าพูดถึงก็อ้อมๆ หรือทำให้สับสนว่าจะรับบริการทางไหน

อุปสรรคใหญ่อีกอย่างคืออคติของผู้ให้บริการ คำว่า “ต้องน่าสงสารพอ” ถึงจะทำแท้งให้ คือคำพูดที่ชุตินาถได้ยินจาก “ผู้ใหญ่” คนหนึ่งในห้องประชุมระหว่างกลุ่มทำทางและสภากรุงเทพมหานครระหว่างการเคลื่อนไหวให้การทำแท้งเข้าถึงง่ายขึ้น ราวกับว่าผู้รับบริการต้องมีเรื่องราวที่คุ้มค่ากับการที่หมอจะ “มือเปื้อนเลืoด” เป็นจุดเปลี่ยนให้เธอตัดสินใจเข้ามาทำคลินิกกับมูลนิธิทำทาง

พญ.ชุตินาถ ชินอุดมพร แพทย์ประจำคลินิกทานตะวัน

ชุตินาถมองว่าปัญหาหลักคือมายาคติและการตีตรากันในสังคม เธอเล่าว่ามีผู้รับบริการกับคลินิกทานตะวันบอกกับเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาว่า “รู้สึกว่างเปล่า” หลังทำแท้ง โดยเธอมองว่าการทำแท้งเป็นเหตุการณ์ที่ทิ้งรอยแผลไว้กับคนที่รับบริการเยอะมากโดยที่เจ้าตัวไม่ได้สร้างเองแต่เกิดจากสังคมที่ผลิตซ้ำอคติเหล่านี้จนถึงขั้นที่ว่าคำว่า “ทำแท้ง” กลายเป็นคำต้องห้าม สถานบริการหลายที่ไม่กล้าบอกตรงๆ ว่ารับทำแท้ง แต่เลี่ยงไปใช้คำว่า “รับปรึกษายุติการตั้งครรภ์” ซึ่งเธอตั้งคำถามว่ารับปรึกษาแล้วให้บริการหรือไม่ แม้แต่ สปสช. เองยังใช้คำว่า “บริการป้องกันการยุติการตั้งครรภ์ที่ไม่ปลอดภัย” ซึ่งต้องอ่านหลายรอบกว่าจะเข้าใจว่าแปลว่าอะไร

เมื่อเลี่ยงไม่พูดถึง คำว่า “ทำแท้ง” จึงกลายเป็นคำต้องห้าม เป็นเรื่องเล่าลึกลับที่มักไปปรากฎอยู่ในรายการเล่าเรื่องผีว่ามีผีเด็กมาตาม ซึ่งชุตินาถบอกว่าตั้งแต่ทำงานมายังนึกไม่ออกว่าผีเด็กจะหน้าตาเป็นแบบไหน เพราะเห็นแค่ก้อนวุ้นหลุดออกมา มายาคติเหล่านี้ถูกสร้างกันซ้ำๆ จนไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มแก้จากตรงไหน แต่เธอมองว่าควรจะมีคนสักกลุ่มที่ยืนหยัดว่าเรื่องการทำแท้งเป็นสิทธิ คือเรื่องที่ทุกคนตัดสินใจเองได้ และไม่ได้หนักอึ้งหรือเป็นตราบาปที่ใครต้องมาแบก

ชุตินาถมองว่าสถานการณ์ในภาพรวมก้าวหน้าขึ้น เพราะกฎหมายเปิดให้ทำแท้งถูกกฎหมายแล้ว แต่รู้สึกว่าการเติบโตยังช้าเกินไป บุคลากรทางการแพทย์ยังวนเวียนอยู่กับคำถามเดิมๆ เกี่ยวกับเรื่องศีลธรรม และยังไม่เข้าใจว่าการทำแท้งเป็นอำนาจของผู้รับบริการในการตัดสินใจ ในขณะที่มาตรา 301 ของประมวลกฎหมายอาญาที่เอาผิดผู้หญิงที่ทำแท้งก็ยังมีอยู่ ส่วนรัฐเองมีอำนาจในการทำงานเปลี่ยนแปลงความคิดคน แต่ก็ไม่ได้ทำ

“การปลดล็อกกฎหมายควรจะเป็นตัวนำให้สังคมเปลี่ยน แต่กลายเป็นว่าสังคมแช่อยู่ที่เดิม มีแค่บางส่วนที่เปิดให้เข้าได้” ชุตินาถระบุ

ใบปลิวรณรงค์บนเคาน์เตอร์ต้อนรับในคลินิกทานตะวัน ด้านหน้าคือกล่องยาที่ใช้ในการยุติการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นสูตรยามาตรฐานโลกที่ใช้กันทั่วไป

หมอบางส่วนไม่มั่นใจที่จะทำแท้ง สะท้อนปัญหาการสอนใน รร.แพทย์

ถึงชุตินาถจะบอกว่าเพื่อนแพทย์รุ่นเดียวกันไม่ได้มีอคติกับการทำแท้งเหมือนรุ่นอาจารย์หรือหมอผู้ใหญ่ แต่หลายคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการทำแท้งถูกกฎหมายแล้ว เธอได้รับคำถามว่าไม่กลัวติดคุกเหรอ หรือบางคนถามว่าสามารถประชาสัมพันธ์อย่างเปิดเผยได้เลยเหรอ และถึงหลายคนจะอยากให้บริการ แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง เนื่องจากไม่ใช่แพทย์เฉพาะทางด้านสูตินรีเวช ทำให้ไม่มั่นใจว่าให้บริการได้หรือไม่

ชุตินาถเล่าว่า 6 ปีในโรงเรียนแพทย์ มีการสอนเรื่องการยุติการตั้งครรภ์น้อยมาก โดยเนื้อหาเป็นเรื่องของการให้คำปรึกษาคนไข้และวิธีการยุติต่างๆ ซึ่งในโรงพยาบาลมักจะใช้เครื่องดูดสุญญากาศ แต่ก็ได้เห็นแค่ในตำรา ไม่ได้มีการสอนจนหมอมั่นใจที่จะให้บริการ เธอเชื่อว่าถ้าสามารถทำให้การทำแท้งเป็นเรื่องที่คุยกันได้ในโรงเรียนแพทย์โดยไม่มีคำถามเรื่องศีลธรรม แนวคิดของแพทย์รุ่นใหม่จะเปลี่ยนไปเยอะมาก

ชุตินาถยืนยันว่าถึงไม่ใช่หมอสูติฯ ก็สามารถให้บริการทำแท้งได้โดยปลอดภัย ดังนั้นอยากให้เพื่อนแพทย์มั่นใจว่าไม่ใช่หมอสูติฯ ก็ให้บริการได้ กฎหมายเองก็ไม่ได้ระบุว่าต้องเป็นแพทย์เฉพาะทาง แต่ระบุแค่ว่าต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งหมายถึงหมอ ชุตินาถยังระบุอีกว่าแพทย์เองก็มักจะติดภาพของการทำแท้งเถื่อนที่อันตราย ทำให้กลัวที่จะให้บริการ ทั้งที่ตัวยาที่ใช้ในปัจจุบันปลอดภัยมาก โอกาสแท้งสำเร็จสูง และยิ่งถ้าให้บริการโดยบุคลากร มีการติดตามอาการอย่างเหมาะสม โอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือเสียชีวิตน้อยมาก เธอมองว่าแนวคิดเหล่านี้ควรเปลี่ยน ถ้าแพทย์เชื่อว่าวิธีการเหล่านี้ปลอดภัยก็จะกล้าให้บริการ หรือถ้าไม่ให้บริการ ก็จะกล้าดูแลคนไข้ที่มีภาวะแทรกซ้อน แต่ทุกวันนี้ยังมีการปฏิเสธไม่รักษาภาวะแทรกซ้อนจากการทำแท้งอยู่ และผู้รับบริการที่มีภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ยาที่ไปโรงพยาบาลก็มักถูกตัดสินว่าเพราะไปซื้อยามาทำแท้งเองก็ต้องหาทางแก้ปัญหาเอง

หนึ่งในรีวิวจากผู้รับบริการคลินิกทานตะวันที่มีการนำมาจัดแสดงในงานเปิดตัวคลินิก

ในส่วนของคลินิกทานตะวัน ระหว่างเดือนสิงหาคม – ธันวาคม 2568 มีผู้เข้ารับบริการ 758 ราย ไม่นับรวมรายที่ติดต่อมาแต่ต่อมาแท้งเอง เลือกท้องต่อ หรือขาดการติดต่อ ในจำนวนนี้ 96.57% แท้งสมบูรณ์ 2.37% แท้งไม่สมบูรณ์ ซึ่งทั้งหมดถูกส่งต่อไปสถานบริการอื่น และที่เหลืออีกราวๆ 1% ท้องนอกมดลูก ซึ่งมีการส่งตัวต่อไปที่อื่นเช่นกัน

ชุตินาถมองว่าควรจะปรับให้คนเข้าถึงบริการได้เร็วที่สุด เธออธิบายว่าการให้บริการทำแท้งเป็นการทำงานแข่งกับเวลา เพราะอายุครรภ์ที่มากขึ้นแปลว่าผู้รับบริการจะเข้าถึงบริการได้ยากขึ้น เผชิญกับความเสี่ยงมากขึ้น ดังนั้นในอนาคตควรจะไปถึงจุดที่ยาทำแท้งเป็นยาที่ขายได้ในร้านยาโดยมีเภสัชกรแนะนำ ซึ่งเป็นวิธีการที่ทำกันในต่างประเทศ เช่น ฝรั่งเศส รวมถึงประเทศอื่นๆ แต่สภาพการเมืองที่หันขวาทำให้นโยบายของหลายที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไป จำกัดมากขึ้น แต่เธอมองว่าในประเทศไทยมีร้านขายยากว่าห้าพันแห่ง ต่อให้มีเพียง 30% ที่ให้บริการ ก็เท่ากันพันห้าร้อยแห่ง ซึ่งมากกว่าจำนวนโรงพยาบาล และจะทำให้การเข้าถึงบริการง่ายขึ้นมาก

สื่อรณรงค์ที่นำมาจัดแสดงในงานเปิดตัวคลินิก

คนมาทำแท้ง 90% คุมกำเนิดแล้ว แต่พลาด บ้างต้อง ‘ทำแท้ง’ เพื่อให้มีงานทำ

กว่า 7 เดือนที่คลินิกทานตะวันเปิดให้บริการมา (ส.ค. 68 – มี.ค. 69) มีผู้มารับบริการแล้วกว่า 1400 คน ราว 70% เป็นคนไทย ส่วนที่เหลือ 20% เป็นแรงงานข้ามชาติ และ 10% เป็นชาวต่างชาติที่บินมารับบริการกับคลินิกทานตะวันเพราะการทำแท้งยังผิดกฎหมายในประเทศต้นทาง ส่วนในกลุ่มคนไทยเองก็ยังมีกลุ่มคนที่เข้าถึงสิทธิการรักษาใดๆ ไม่ได้ เช่น กลุ่มชาติพันธุ์ หรือคนไร้สัญชาติ ที่เข้าไม่ถึงสิทธิเพราะปัญหาเรื่องเอกสารประจำตัว

ชุตินาถระบุว่ากลุ่มอายุที่มารับบริการมากที่สุดคือกลุ่มอายุ 20 – 30 ปี ไม่ใช่คนอายุน้อยอย่างที่มักจะคิดกัน ส่วนมากเคยมีลูกมาก่อนแล้ว และ 90% คุมกำเนิดแล้ว แต่เกิดความผิดพลาด

ถึงจะตั้งใจว่าจะให้บริการฟรี แต่คลินิกทานตะวันยังอยู่ระหว่างการรอขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และได้รับแจ้งว่าปีนี้ยังไม่เปิดรับหน่วยบริการเพิ่ม ทำให้ยังไม่สามารถเบิกจ่ายได้ ผู้รับบริการจึงต้องจ่ายค่าบริการเอง แต่ทางคลินิกก็พยายามกำหนดค่าบริการให้เข้าถึงได้มากที่สุด คือ 1,500 บาทสำหรับการยุติการตั้งครรภ์ด้วยยาในอายุครรภ์ไม่เกิน 10 สัปดาห์ และ 1,700 บาทสำหรับอายุครรภ์ 10 – 12 สัปดาห์ ซึ่งเป็นอัตราที่ถือว่าต่ำสำหรับคลินิกเอกชน แต่ถึงอย่างนั้นชุตินาถก็ยังเล่าว่าผู้รับบริการบางรายต้องผ่อนชำระค่าบริการเนื่องจากไม่สามารถชำระได้ในครั้งเดียว หรือต้องกู้ยืมเงินมา

ไม่เพียงเท่านั้น ผู้รับบริการหลายรายเป็นผู้ใช้แรงงานที่เลือกทำแท้งเพราะกลัวตกงาน นายจ้างบางเจ้ามีการสุ่มตรวจในที่ทำงานและถ้าท้องจะบีบให้ลาออก หรือพนักงานบางคนไม่มีเวลาแม้แต่จะมารับบริการด้วยซ้ำเพราะหนึ่งเดือนต้องทำงาน 30 วันและไม่มีวันลาป่วย

“ปัญหาเรื่องการยุติการตั้งครรภ์ไม่ใช่ปัญหาทางการแพทย์ จริงๆ คลินิกนี้ขับเคลื่อนด้วยผู้ให้คำปรึกษา และปัญหาหลักที่ปรึกษาคือปัญหาเรื่องแรงงานที่กดทับมากที่สุด เป็นไปได้ยังไงว่าผู้รับบริการต้องมายุติการตั้งครรภ์เพราะเขาต้องเลือกงานก่อนชีวิตส่วนตัว” ชุตินาถระบุ

“เราอยู่ในสังคมที่ความแตกต่างระหว่างรายได้และชนชั้นมันกว้างมาก ถ้าเราจะมองเรื่องนี้แค่ตัวผู้หญิงคนเดียว มันเป็นการมองที่ตื้นมาก มันทับซ้อนอยู่หลายชั้นมากจนตอนนี้มันเป็นการต่อสู้ของชนชั้นแล้ว”

ที่มา ประชาไท ( prachatai.com )

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

สหภาพรฟท. ค้านแผนเลิกรถไฟบริการสังคม ชี้รถไฟเป็นบริการที่ประชาชนทุกระดับเข้าถึงได้

‘พร้อมพงศ์’ แนะรัฐบาลตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจด้านพลังงาน-วัตถุดิ

🌊 อัปเดตสถานภาพ “หญ้าทะเล” ชลบุรี ทรัพยากรสำคัญใต้ผืนน้ำยังค

รวบชายหื่นตีสนิทลวงเหยื่อผ่านโซเชียลไปดูหนัง ก่อนลงมือทำอนาจ

13.20 น. ถนนมิตรภาพ ขาออก กม.26+700 อุบัติเหตุ รถบรรทุก ลงข้ 2026-03-21 06:26:00

วันป่าไม้โลก (World forestry day) ตรงกับวันที่ 21 มีนาคม ของ

แก๊งขโมยตู้เซฟ ยังปิดปากเงียบ ทองคำแท่ง 10 บาท "มดออย" อยู่ที่ไหน?!

CIB x Nation เตือนภัย โอนไว ใจเร็ว... ระวังติดกับดัก "เพจปลอ

โรคไตกับสัตว์เลี้ยง ตอนที่.3: FM91 คลินิกสัตว์เลี้ยง : 21 มีนาคม 2026-03-21 06:32:00

ผู้เรียบเรียง

ให้คะแนนความพอใจของคุณ :

0 / 5 คะแนน 0

คุณให้คะแนน:

แชร์ลิ้งค์นี้ : https://ด่วน.com/9ghs8x 📋 | ดู : 10 ครั้ง
  1. เร่งแกะรอยติดตามตัวผู้ก่อเหตุยิv-สส.นราธิวาส-ข่าวใต้แลได้ที เร่งแกะรอยติดตามตัวผู้ก่อเหตุยิv สส.นราธิวาส ข่าวใต้แลได้ที
  2. (21/3/69)-…กรมควบคุมมลพิษเผยผลการตรวจคุณภาพแม่น้ำกก-แม่น้ำ (21/3/69) …กรมควบคุมมลพิษเผยผลการตรวจคุณภาพแม่น้ำกก แม่น้ำ
  3. โรคไตกับสัตว์เลี้ยง-ep.3:-fm91-คลินิกสัตว์เลี้ยง-:-21-มีนาคม-|-2026-03-21-06:32:00 โรคไตกับสัตว์เลี้ยง ตอนที่.3: FM91 คลินิกสัตว์เลี้ยง : 21 มีนาคม 2026-03-21 06:32:00
  4. -ขอเชิญรับชมการอ่านสารรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย-ผู้บัญชา 📢 ขอเชิญรับชมการอ่านสารรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชา
  5. จะบอกเธอว่ารัก – The Parkinson | นักผจญเพลง FREE PLAY จะบอกเธอว่ารัก – The Parkinson | นักผจญเพลง FREE PLAY
  6. ขอเชิญรับชมบทสัมภาษณ์-ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยที่จะมาเป ขอเชิญรับชมบทสัมภาษณ์✨ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยที่จะมาเป
  7. 🔴  ข่าวค่ำช่องวัน 21 มีนาคม 2569 | ข่าวช่องวัน | one31 ข่าวค่ำช่องวัน 21 มีนาคม 2569 | ข่าวช่องวัน | one31
  8. แผ่นดินไหวขนาด-49-ประเทศเวียดนาม-2026-03-21-18:21:forty-five-ตามเวลาประเทศไทย-|-วันเสาร์ที่-21-มีนาคม-พศ.-2569 แผ่นดินไหวขนาด 4.9 ประเทศเวียดนาม 2026-03-21 18:21:Forty five ตามเวลาประเทศไทย | วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569
  9. เช้ามืดวันนี้(21-มีค.-69)-ชาวไทยมุสลิมในจังหวัดปัตตานีร่วมอ เช้ามืดวันนี้(21 มี.ค. 69) ชาวไทยมุสลิมในจังหวัดปัตตานีร่วมอ
  10. ทีมข่าวไทยพีบีเอส-ภาคเหนือได้ลงพื้นที่-เวียงหนองหล่ม-อ.แม่ ทีมข่าวไทยพีบีเอส ภาคเหนือได้ลงพื้นที่ เวียงหนองหล่ม อ.แม่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


Share via
Click to Hide Advanced Floating Content
×

มีแจกคูปองส่วนลด จุกๆ

ให้เราแนะนำสินค้าไหม มีจ่ายเงินปลายทางด้วยนะ

ไปกันเล้ยยย
Send this to a friend
ล่าสุด
×