
ที่ประชุมศบก.หารือผลกระทบความเชื่อมั่นเกี่ยวกับน้ำมัน ชี้ผู้ค้าเตรียมเพิ่มกำลังการส่งมอบน้ำมันเป็น 82-84 ล้านลิตร/วัน ส่วนน้ำมันดีเซล B20 ‘ปตท.-บางจาก-เชลล์’ เตรียมขายตรงให้อุตสาหกรรมภายในสัปดาห์นี้ ด้าน ‘พลังงาน’ จี้ผู้ค้า-โรงกลั่นรายงานตัวเลขน้ำมันรายวัน เหตุน้ำมันหายที่อ่างทองแจ้งความแล้ว
สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า วันที่ 23 มีนาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงผลการประชุมศบก.ว่า ปัจจุบันสถานการณ์น้ำมันในประเทศ ทราบว่าผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง 2543 ซึ่งหมายถึงผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ที่มีปริมาณการค้าตั้งแต่ 100,000 เมตริกตัน/ปีขึ้นไป (ประมาณ 120 ล้านลิตร) นั้น ได้อัดฉีดปริมาณน้ำมันเพิ่มเติมจาก 67 ล้านลิตร/วัน เป็น 82-84 ล้านลิตร/วัน แต่ยังไม่พอกับความต้องการในประเทศ
และจากการที่นายกรัฐมนตรีลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 3/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พ.ศ. 2569 ซึ่งมีระบุถึงการงดเว้นการเก็บน้ำมันสำรองของผู้ค้าตามมาตรา 7 และโรงกลั่นออกไปก่อน โดยให้คงการจัดเก็บน้ำมันสำรองที่ 1% ตามเดิม และนายกรัฐมนตรียังมีข้อสั่งการเพิ่มเติมว่า ในสัปดาห์นี้จะต้องไม่เห็นสถานีบริการใดไม่มีน้ำมันขาย โดยทุกบริษัทรับทราบและจะปฏิบัติตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีต่อไป
นอกจากนี้ นายพิพัฒน์ยังกล่าวว่า จากที่เคยมีข้อหารือถึงการนำน้ำมันดีเซลชนิด B20 จัดสรรให้กลุ่มอุตสาหกรรมเป็นการเฉพาะนั้น ล่าสุด ผู้ประกอบการทั้ง 3 ประกอบด้วย บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR, บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด จะมีน้ำมันสูตรนี้ให้บริการและขายผ่านพ่อค้าคนกลางหรือผู้ค้าส่ง (จ็อบเบอร์) ต่อไป
เมื่อถามว่า มีผู้ได้ประโยชน์จากการกระตุนน้ำมันหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า หน่วยเฉพาะกิจที่นายกรัฐมนตรีได้ตั้งขึ้นมาโดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย ขณะนี้ทางกระทรวงมหาดไทย โดยนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีข้อสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด กำชับให้นายอำเภอลงตรวจสถานีบริการทุกสถานีบริการและนั่นคือส่วนที่ 1
และในส่วนที่ 2 ตรวจสอบผู้ค้า ในลักษณะที่มีทั้งเก็บ ตามมาตรา 7 และผู้ค้ามาตรา 10 คือ พ่อค้าคนกลางหรือผู้ค้าส่ง ว่ามีการกักตุนน้ำมันหรือไม่ ซึ่งในขณะนี้จากการตรวจสอบยังไม่พบนอกเหนือจากที่มีการเจอที่จังหวัดอ่างทอง โดยเมื่อวาน (22 มี.ค. 69) ทราบมีความพยายาม ส่งน้ำมันออกประเทศเพื่อนบ้าน 20,000 ลิตร ซึ่งขณะนี้เราได้มีการตรวจสอบต่อไป จึงยืนยันไม่ได้ ณ เวลานี้ จะมีไอ้โม่งหรือไม่มีไอ้โม่ง แต่เราก็จะทำการตรวจสอบ โดยกระทรวงมหาดไทย และชุดเฉพาะกิจที่มีองค์ประกอบทั้งกระทรวงพลังงานกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงยุติธรรม
ซึ่งมีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นองค์ประกอบ เข้าตรวจสอบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโรงกลั่น คลังน้ำมัน สถานีบริการ และอื่นๆ ทั่วไป ทั้งประเทศไทย แต่ถ้าอย่างไรขอให้เพื่อนๆคนไทย หากคิดว่าตรงไหนมีปัญหาหรือสื่อมวลชนคิดว่าจุดไหน มีพฤติกรรมที่ไม่ดี ขอให้แจ้งเข้ามาที่ศูนย์เฉพาะกิจหรือ ศบก. เพื่อที่จะดำเนินการตรวจสอบต่อไป
‘พลังงาน’จี้ผู้ค้า-โรงกลั่นรายงานปริมาณน้ำมันทุกวัน ให้โปร่งใส กันการสูญหาย
ด้านนายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีประชาชนไปรอเติมน้ำมันหนาแน่นบริเวณด้านหน้าสถานี แม้ว่าปริมาณน้ำมันจะมีเพียงพอ แต่ความต้องการต่างจากที่เคยมีมาทำให้ซึ่งเกิดการบริหารจัดการ และผู้ค้าเน้นในเรื่องซัพพลายน้ำมันไปที่ปั๊ม ทำให้ปัญหาน้ำมันไปที่จ๊อบเบอร์ ซึ่งเป็นผู้ค้าส่งไปยังปั๊มเล็กและอุตสาหกรรมมีไม่เพียงพอ และการตั้งราคา ก็มีปัญหาตลอด จ๊อบเบอร์ได้รับน้ำมันราคาแพงกว่าบริเวณหน้าสถานีบริการ ทำให้ราคาสูงกว่าทำให้ลูกค้าอุตสาหกรรม และลูกค้าของผู้ค้าส่งหันมาเติมที่ปั๊มน้ำมัน ทำให้ตลาดค้าส่งกับตลาดค้าปลีกมาออกันอยู่ที่หน้าปั๊ม ทำให้เกิดปัญหาเรื่องหัวจ่ายไม่ทัน การขนส่งไม่ทัน เกิดความโกลาหลและแออัดบริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมัน
สิ่งที่ภาครัฐทำ คือพยายามจัดระบบและสร้างความโปร่งใส เพื่อที่จะไม่เกิดการตั้งคำถามว่าน้ำมันไปไหน โดยให้ผู้ค้ามาตรา 7 คือผู้ค้าน้ำมันขนาดใหญ่และโรงกลั่น รวมถึงจ๊อบเบอร์อีก 200 กว่าราย ต้องรายงานว่าได้รับน้ำมันหรือผลิตน้ำมันมาจำนวนเท่าใดในแต่ละวันและขายไปในปริมาณเท่าใด ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะต้องรายงานมายังกรมธุรกิจพลังงานทุกวัน เพราะฉะนั้นเมื่อได้ข้อมูลต่างๆก็จะสร้างความโปร่งใส ทำให้เห็นว่าน้ำมันเมื่อผลิตแล้วจากคนโรงกลั่น จะกระจายไปที่ใดบ้าง และตอนนี้เท่าที่ดูก็พยายามที่จะกระจายไปที่จ๊อบเบอร์ และสถานีบริการ ให้เหมือนกับหรือมากกว่าปริมาณ ที่เขาเคยได้ก่อนเกิดเหตุการณ์ ซึ่งหากจัดสรรเช่นนี้ก็จะสามารถรองรับความต้องการได้ ในระดับหนึ่งหากไม่มีนำไปใช้ผิดประเภท หรือ กักตุน ก็จะเกิดการกระจายน้ำมัน
@เหตุน้ำมันหายที่อ่างทองแจ้งความแล้ว
เรื่องของการป้องกัน พลังงานจังหวัดกระทรวงพาณิชย์ ผู้ว่าราชการจังหวัด ตำรวจ ได้สนธิกำลัง ออกตรวจในหลายๆแห่ง หากทราบว่ามีน้ำมันมาแล้วไม่ขายถือว่ามีความผิด และต้องไปดูว่าในแท-งค์เก็บน้ำมัน แห้งจริงหรือไม่ จึงไม่ขาย หากปั๊มใดปิดบริการทางประชาชน สามารถที่จะร้องเรียนเข้ามาจะส่งคนเข้าไปตรวจ ว่าน้ำมันหมดจริงหรือไม่ และจะประสานให้ทางผู้ค้ามาตรา 7 ในมาตรา 10 นำน้ำมันไปเติมให้ทางกรมธุรกิจพลังงานได้ประสานกับสำนักงานพลังงานจังหวัดอ่างทอง ซึ่งได้มีการดำเนินคดีร้องทุกข์กล่าวโทษเรียบร้อยแล้ว และส่งตัวอย่างการตรวจสอบคุณภาพนํ้ามันของบริษัทดังกล่าวให้กับทางตำรวจ เพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป
เมื่อถามว่า จะต้องมีการปรับตัวเลขนํ้ามันสำรอง จากเดิมที่ 103 วันหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า เราต้องติดตามว่าตัวเลขการใช้นํ้ามันยังเหมือนเดิมหรือไม่ เพราะอาจเกิดความตะหนกในช่วงแรก แต่สุดท้ายตัวเลขอาจจะกลับมาเหมือนเดิม ดังนั้นต้องดูไปอีกสักระยะ อย่างไรก็ตาม ประชาชนไม่ต้องห่วง ถึงจะปรับตัวเลขอย่างไร ก็อยู่ที่ 90-100 วัน
@อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานยัน 80 กว่าล้านลิตรจะกระจายให้ทั่วถึง
เมื่อถามว่าหากตัวเลขความต้องการดีเซลอยู่ที่ 84 ล้านลิตรต่อวัน แต่ผลิตได้ 80 ล้านลิตร จะมั่นใจได้อย่างไรว่าภายในสัปดาห์นี้ปั๊มน้ำมันจะมีปริมาณน้ำมันที่เพียงพอให้การบริการประชาชน อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ตลอดเดือนที่ผ่านมาก็เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ซึ่งมีปริมาณการใช้มากกว่าที่ผลิตได้ในทุกวัน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเอกชนก็นำสต๊อกสำรองออกมาใช้ และกระจายไปยังพื้นที่ และจะพยายามกระจายให้เร็วกว่านี้ ขณะที่ภาครัฐก็มีการผ่อนผันในการสำรองน้ำมันตามกฎหมายเพื่อให้เกิดการกระจายที่เพิ่มมากขึ้น
ส่วนที่บอกโควตาหมด และต้องรอน้ำมันใหม่ 1 เมษายน มีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างไร ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า จากที่กันจากที่ได้สอบถามผู้ค้า หรือบางจาก ที่บอกว่าน้ำมันรอบต่อไปจะมาช่วงต้นเดือนเมษายน ณ เวลานี้ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเนื่องจากปริมาณการขายน้ำมันต่อวันพุ่งสูงเกินกว่าที่เคยทำมาในช่วงเวลาปกติ ทำให้โควต้าน้ำมันในเดือนนั้นของผู้ประกอบการเต็ม ประกอบกับช่วงนั้นยังไม่ได้มีการผ่อนคลาย ตัวสำรองน้ำมันที่ให้เพิ่มขึ้น 0.5% แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีการผ่อนคลายแล้วและทางบางจากก็สามารถที่จะนำน้ำมัน ส่งไปยังผู้ค้าที่เป็นสถานีบริการ ที่ระบุว่ารอบต่อไปเป็นเมษายน เพราะฉะนั้นในช่วงนี้ภาครัฐจะต้องติดตามดูว่า จริงแล้วเกินเหตุการณ์แบบนี้โดยที่สถานีบริการเหล่านั้น บอกไว้หรือไม่
ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน













