
“เขาเริ่มจามได้เองก็จามออกมาเป็นเลืoด” สำรวจผลกระทบมลพิษทางอากาศในเชียงใหม่ ต่อสุขภาพของเด็กเล็ก

ที่มาของภาพ : Benjamas Ben Kanyana/FACEBOOK
“ลูกชายเลืoดกำเดาไหล เขาเป็นตอนหลับ ตื่นเช้าขึ้นมาเราก็ตกใจ แล้วพอทีนี้ส่งเขาไปโรงเรียน ครูก็โทรมาบอกว่าลูกชายเลืoดกำเดาไหลอีกแล้ว” เบญจมาศ ใจประการ คุณแม่วัย 35 ปี ที่อาศัยอยู่ใน จ.เชียงใหม่ บอกกับ.
เธอบอกด้วยว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลูกของเธอมีอาการเช่นนี้ เมื่อปีที่แล้วช่วงที่มีฝุ่น PM2.5 ปกคลุมหนาที่ จ.เชียงใหม่ ลูกชายของเธอก็เคยเลืoดกำเดาไหลในลักษณะนี้มาแล้ว
ทว่า ลูกชายของเธอไม่ใช่เด็กเล็กคนเดียวใน จ.เชียงใหม่ ที่กำลังเผชิญชะตากรรมเช่นนี้
“ภรรยาเอารูปมาให้ผมดูว่าเนี่ยเด็กยังเล็กอยู่เลย แล้วก็มีเลืoดเป็นลิ่มไหลออกจมูกมาเลย เราก็โอ้โห ออกอย่างนี้เลยเหรอ ต่อมาอีกวันลูกเราเป็นเลย เราก็ไม่คิดว่ามันจะใกล้ตัวขนาดนี้” ถิรายุทธ์ วงษ์สันติสุข วัย 41 ปี คุณพ่อลูกสามชาว อ.เมือง จ.เชียงใหม่ บอกกับ.ถึงปัญหาสุขภาพของลูกสาวคนโตวัย 6 ขวบ
เขาเล่าด้วยว่า ลูกสาวต้องขาดเรียนไปเกินครึ่งของวันเรียนทั้งหมด เพราะต้องไปพบแพทย์จากอาการโรคภูมิแพ้ที่ถูกกระตุ้น
“สมมติว่าเรียน 100% ลูกผมหยุดไป 50% คือมันเกินครึ่ง เพราะว่าเขาป่วยภูมิแพ้ คือช่วงสองสามปีที่แล้ว ลูกคนโตผมคือเข้าโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น”
ช่วงเช้าวันนี้ (31 มี.ค.) ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 (ศปก.ปกป.ภาค 3) รายงานสถานการณ์ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ พบจุดความร้อน รวม 1,469 จุด โดยมีจำนวนสูงสุดที่ จ.เชียงใหม่ เกิน 300 จุด
นอกจากนี้ เว็บไซต์ IQAir ซึ่งรายงานสภาวะคุณภาพอากาศในเมืองหลัก ๆ ทั่วโลก วันนี้เวลา 19.00-20.00 น. จ.เชียงใหม่ อยู่ในอันดับสองเมืองที่คุณภาพอากาศแย่ที่สุด โดยดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 153 ตามดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI⁺) ของสหรัฐอเมริกา และถูกจัดเป็นสีแดง ซึ่งคือขั้น “ไม่ดีต่อสุขภาพ”
Skip ได้รับความนิยมสูงสุด ได้รับความนิยมสูงสุดCease of ได้รับความนิยมสูงสุด

ที่มาของภาพ : Wasawat Lukharang/BBC THAI
“อย่างตอนเช้ามาความจริงมันต้องสว่างใช่ไหมคะ ตอนออกมาจากบ้านลูกก็จะถามว่า คุณแม่ มันยังมืดอยู่เหรอ” เบญจมาศ บอกกับ.
เธอย้ำหลายครั้งว่าปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองใน จ.เชียงใหม่ ปีนี้รุนแรงกว่าปีที่แล้ว โดยเมื่อวานนี้ฝุ่นหนามากจน “มองแทบจะไม่เห็นถนน”
เช่นเดียวกัน ถิรายุทธ์ ที่บอกกับ.เช่นกันว่าสถานการณ์ฝุ่นใน จ.เชียงใหม่ ปีนี้ “หนักมาก”
“ตอนแรกมันเหมือนไม่มีวี่แววว่าจะมา อยู่ ๆ ก็มาแบบหนักมาก เราแค่เดินลงมาจากห้องนอน เราก็รู้สึกว่าเราแสบตา ทั้ง ๆ ที่อยู่ข้างในบ้าน เริ่มได้กลิ่นควันเยอะขึ้น พอดูหน้าบ้านก็เลยเห็นว่าฝุ่นมาเต็มข้อ” เขาบรรยาย
สำนักข่าวเชียงใหม่นิวส์ รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลเพื่อการวางแผนและการเข้าระงับเหตุในพื้นที่ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าวันนี้พบจุดความร้อนใน จ.เชียงใหม่ 303 จุด สะสมอยู่ที่ 4,735 จุด และสถิติยอดสะสมมากกว่าปี 2568 ในห้วงเวลาเดียวกัน 1,261 จุด เพิ่มขึ้นคิดเป็น 36%
“อาการของลูกชายจะเตือนก่อนเลยว่าฝุ่น PM มาแล้ว”
“เราจะรู้ได้ทุกปีเลยว่าช่วงใกล้ ๆ ที่ฝุ่น PM จะมา อาการของลูกชายจะเตือนก่อนเลยว่า PM มาแล้ว” เบญจมาศ บอกกับ.
เธอเสริมว่าลูกชายวัยสี่ขวบของเธอมักมีอาการป่วยจากปัญหาฝุ่นแทบทุกปี โดยเมื่อปีที่แล้วช่วงที่มีฝุ่น PM2.5 ปกคลุมหนาในจังหวัด ลูกชายของเธอก็เริ่มมีอาการผิดปกติ

ที่มาของภาพ : Wasawat Lukharang/BBC THAI
“อาการเริ่มแรกของเขาก็คือมีขี้ตา ตื่นเช้ามาขี้ตาจะเยอะมาก คุณแม่ก็นึกว่าเขาเจ็บตาก็เลยพาไปหาหมอ” เธอเล่าพร้อมบอกว่า ในตอนนั้นคุณหมอไม่ได้แนะนำให้ทำอะไรนอกจากให้ล้างจมูกลูกชาย
แต่ขณะเดินทางกลับจากคลินิก เธอ “แวะไปกินข้าว หันไปอีกที ลูกชายเลืoดกำเดาไหลออกมาเลย” เบญจมาศบอก พร้อมเสริมว่าการได้เห็นลูกตัวเองมีอาการเช่นนี้ทุกครั้งที่เกิดมลภาวะทางอากาศก็ “สงสารเพราะหัวอกคนเป็นแม่ ถึงแม้ว่าเราจะข่มใจบอกว่าไม่เป็นไร”
เธอบอกด้วยว่าเธอเป็นห่วงปอดของลูกชายวัย 4 ขวบเป็นพิเศษ เพราะเขาเคยเป็นโรคโควิด-19 มาแล้วสองรอบ
“ลูกชายเป็นโควิดมาแล้วสองรอบ เขาก็จะมีอาการไอแห้ง ๆ อยู่แล้วเวลาอากาศมันเปลี่ยน พอมาเจอฝุ่น PM อีก เราก็สงสาร เพราะเราไม่รู้ว่าปอดข้างในเขามันจะรับได้อีกแค่ไหน” เธอบอก
ขณะที่ ถิรายุทธ์ ได้เล่าถึงอาการของลูกสาวคนโตที่มีอาการคล้ายกับลูกชายของเบญจมาศ
ถิรายุทธ์บอกว่าอาการจากปัญหาฝุ่น PM2.5 ของลูกสาวคนโตที่ปัจจุบันอายุ 6 ขวบ เริ่มต้นขึ้นเมื่อสองปีก่อน โดย “มีเลืoดกำเดาออก มีผื่นขึ้น แล้วก็มีคล้าย ๆ ภูมิแพ้ขึ้นตา เป็นถึงขั้นหนักตาปิดแล้วก็บวม” เขาบอก

ที่มาของภาพ : Mee Ball/FACEBOOK
เขายอมรับว่าแม้ผู้ปกครองจะมีอาการภูมิแพ้เช่นกัน แต่อาการที่รุนแรงกว่าของลูกก็ทำให้ผู้เป็นพ่อรู้สึก “ตกใจมาก” และเมื่อพาลูกสาวไปพบแพทย์ก็ได้ทราบว่าอาการเหล่านี้เกิดจากภูมิแพ้และมลพิษทางอากาศ
เขาเสริมว่าอาการนี้ของลูกสาวคนโตไม่เคยหายไป เมื่อไหร่ที่ฝุ่นมาอาการก็จะกำเริบและเธอต้องทานยาตลอด
และเมื่อวานนี้นี่เอง ลูกสาวคนกลางวัย 2 ขวบของเขาก็จามพร้อมกับมีเลืoดออกทางจมูกด้วยอีกคน
“อยู่ ๆ ก็เหมือนเขาคันจมูก เขาเริ่มจามได้เองก็จามออกมาเป็นเลืoด ภรรยาผมก็ตกใจเรียกให้ผมมาดู เลืoดออกก็รีบห้ามเลืoดกัน มันเป็นอย่างนี้เรื่อย ๆ เราก็ไม่สบายใจหรอก” เขาเล่า
ทั้งถิรายุทธ์และเบญจมาศยอมรับว่า พวกเขากังวลถึงผลกระทบด้านสุขภาพในระยะยาวของลูกน้อยของตน
“กลัวแน่นอน คือตอนนี้ก็เป็นแล้ว ลูกสาวผมทั้งสองคนเป็นภูมิแพ้กันทั้งสองคน แต่คนเล็กยังไม่รู้เพราะเขายังเล็กมากเพิ่งอายุขวบหน่อย ๆ แต่สองคนเป็นภูมิแพ้แล้วก็จะมีผื่นขึ้น” ถิรายุทธ์บอก
ขณะที่ เบญจมาศ เผยว่าแม้แพทย์ยังไม่ได้เตือนถึงผลกระทบระยะยาวของอาการที่ถูกกระตุ้นจากฝุ่นของลูกชาย แต่ตน “ก็คิดหนัก ยิ่งช่วงที่มีข่าวคนป่วยเป็นมะเร็งปอด เราก็กลัว”
ครอบครัวต้องแก้ปัญหากันเอง
“ตื่นมาสิ่งแรกที่ผมเปิดหน้าจอมือถือคือ ผมจะเช็กค่าฝุ่นว่าวันนี้ฝุ่นหนักหรือน้อยขนาดไหน คือถ้าฝุ่นหนักผมก็จะกดสั่งในแอปฯ ให้เปิดเครื่องฟอกอากาศก่อน” ถิรายุทธ์บอกถึงกิจวัตรประจำวันของเขาที่เปลี่ยนไปหลังเกิดสถานการณ์ฝุ่นใน จ.เชียงใหม่ ที่เพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง

ที่มาของภาพ : Wasawat Lukharang/BBC THAI
เขาบอกด้วยว่าจากที่เคยได้ออกไปเดินเล่นสวนสาธารณะกับลูก ๆ ทั้งสามในตอนเย็น ตอนนี้เขาต้องยกเลิกกิจกรรมนี้ไปโดยปริยาย
หลังจากที่ลูกสาวคนที่สองเริ่มป่วย ถิรายุทธ์ ก็เริ่มหาทางออกของปัญหาอย่างจริงจังมากขึ้น เช่น การย้ายที่อยู่ชั่วคราว
“ผมก็คิด หรือว่าเราควรต้องย้ายที่อยู่ช่วงนี้จริง ๆ คือควรไปอยู่ที่ปลอดภัยต่อลูกมากกว่านี้ เพราะถ้าเกิดลูกเป็นอะไรหนักมากกว่านี้ หรือหาทางแก้ไขไม่ได้ หรือลูกเป็นอะไรขึ้นมา ชีวิตเราจะรู้สึกแย่ไปตลอด” ถิรายุทธ์บอก แต่ก็เสริมด้วยว่าตนคิดไม่ตกว่าจะไปที่ไหน
“ถามว่าถ้าผมจะย้ายไปอยู่แพร่ แพร่ก็เป็นแต่อาจจะน้อยกว่าเชียงใหม่ พิจิตรก็เป็นแต่ไม่ได้เยอะ คือผมว่าจริง ๆ ปัญหาฝุ่นขอบเขต (scope) มันเริ่มใหญ่ขึ้น” เขาเสริม
นั่นทำให้ถิรายุทธ์และภรรยาที่เลือกย้ายมาปักหลักที่เชียงใหม่เมื่อ 10 ปีที่แล้วกลุ้มใจ เพราะในตอนนั้นพวกเขาเลือกย้ายสำมะโนครัวมาก็เพราะ “อากาศเชียงใหม่” ที่สะอาดเย็นสบายและปลอดโปร่ง แต่ตอนนี้มันไม่เป็นอย่างนั้นเสียแล้ว
“ลูกเรา เราก็อยากจัดการให้ดีที่สุด เราก็จะรับผิดชอบให้เต็มที่ที่สุด แต่คือมันใช่แค่เราฝ่ายเดียวที่ต้องแก้ปัญหาเหรอ” เขาตั้งคำถามต่อการจัดการปัญหาฝุ่นของรัฐบาล

ที่มาของภาพ : ถิรายุทธ์ วงษ์สันติสุข
ด้าน เบญจมาศ บอกกับ.ว่า เธอได้ตัดสินใจส่งลูกกลับไปอยู่กับญาติที่ จ.พะเยา แล้ว เนื่องจากเป็นช่วงปิดเทอมและที่นั่นก็ประสบปัญหาเรื่องฝุ่นน้อยกว่า
เธอยอมรับด้วยว่าตนคิดอยากจะย้ายไปอาศัยที่ จ.พะเยา อย่างถาวรเพื่อที่ลูกจะได้รับคุณภาพอากาศที่ดีกว่า แต่นั่นไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนที่รับราชการครูอย่างเธอ
“ด้วยวิถีทางราชการมันก็ยากที่จะเปลี่ยนงาน แต่ก็เขียนขอย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านทุกปี อย่างพะเยาก็ฝุ่นไม่ค่อยเยอะเท่ากับเชียงใหม่หรือเชียงราย” เธอบอก
กลัวรัฐบาลจะลืมปัญหามลพิษทางภาคเหนือ
เบญจมาศแสดงความคิดเห็นกับ.ว่า รัฐบาล “น่าจะลืมจ.เชียงใหม่ทุกปี” เพราะเธอยังไม่เห็นว่าปัญหาได้รับการแก้ไขอย่างเบ็ดเสร็จ เธอเชื่อด้วยว่าที่รัฐบาลไม่มีการแก้ปัญหาอย่างจริงจังก็เพราะ “เขารัฐบาลไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง”
“ถ้าเรื่องเกิดที่เมืองหลวงก็คงจะได้รับการแก้ไขปัญหาที่เร็วกว่า อาจจะเป็นเพราะคนในเมืองเขามีสิทธิที่จะพูดมากกว่าคนต่างจังหวัดหรือเปล่า หรือว่าเขารัฐบาลได้รับผลกระทบด้วย เขาถึงจะคิดแก้ปัญหาได้เร็วขึ้น อย่างรัฐบาลอยู่กรุงเทพฯ หมด ไม่ได้มาอยู่เชียงใหม่ เขาก็เลยไม่รู้ว่าความรุนแรงมันแค่ไหน เขาก็มองว่ามันก็แค่ไฟป่า” เธอแสดงความคิดเห็น

ที่มาของภาพ : Wasawat Lukharang/BBC THAI
ถิรายุทธ์ ยอมรับเช่นกันว่า เขา “กลัว” ว่ารัฐบาลจะยุ่งจัดการกับปัญหาอื่นจนลืมปัญหามลพิษทางอากาศของคนเชียงใหม่
“อย่างมากเท่าที่เห็นก็คือมีป้ายติดโฆษณาว่าห้ามเผา ถ้าเผาจะปรับนู่นปรับนี่ แล้วก็มีตั้งที่พ่นน้ำที่เป็นจุดใหญ่ ๆ ต่าง ๆ ผมรู้สึกว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรเรื่องอากาศเลย เปลืองงบประมาณด้วยซ้ำ” เขาบอก
เขายังเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหานี้อย่างจริงจังและเป็นระบบด้วย เพราะเขา “อยากให้ลูกมีประสบการณ์เหมือนที่เราเคยสัมผัส ผมอยากให้เขาเห็นเชียงใหม่ในมุมที่พ่อแม่เสียชีวิตายปู่ย่าเคยเห็นว่าเชียงใหม่หรือทางภาคเหนือสวยงามแค่ไหน”
ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาฝุ่นควันในพื้นที่ภาคเหนือวันนี้ว่า ได้มีการสั่งการให้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและผู้ว่าราชการหลายจังหวัดให้เน้นความเข้มงวดในเรื่องของการเผาแล้ว
“ขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดก็ได้รับคำสั่งที่ชัดเจนว่าต้องดำเนินการอย่างเฉียบขาด ซึ่งถือเป็นการวัดประสิทธิภาพของผู้ว่าราชการจังหวัดด้วย” นายอนุทินกล่าว
ขณะที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เดินทางไปถึง จ.เชียงใหม่ แล้วตั้งแต่วานนี้ เพื่อติดตามการจัดการปัญหามลภาวะและได้สั่งการกรมควบคุมมลพิษให้เร่งประสานประเทศเพื่อนบ้านควบคุมจุดความร้อน ลดปัญหาหมอกควันข้ามแดนแล้ว
นายสุชาติ เผยเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ว่า จุดความร้อนในจังหวัดเชียงใหม่หลายจุดได้ลดลงแล้ว โดยเขาระบุว่า จากการลงพื้นที่ติดตามอย่างเข้มข้นและการทำงานของทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ตอนนี้สถานการณ์ใน จ.เชียงใหม่ “เริ่มคลี่คลาย” บ้างแล้ว
นอกจากนี้ จ.เชียงใหม่ ยังได้ออกประกาศwื้นที่ประสบสาธารณภัยไฟป่าในบางพื้นที่ของ อ.สะเมิง และประกาศให้บางพื้นที่ของ อ.ฮอด เป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว





































