วันที่ 17 เม.ย. 2569 อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยรัฐมนตรีอีกหลายคน เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ชายแดนใต้ และยังเป็นการลงพื้นที่ชายแดนใต้ครั้งแรกหลังรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2 อีกด้วย
โดยหนึ่งในประเด็นที่ต่างฝ่ายต่างจับตามอง น่าจะหนีไม่พ้นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผู้อำนวยการรมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เพราะหลังจากเมื่อ 13 เม.ย. แม่ทัพภาค 4 ได้กล่าวพาดพิงไปยังโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม โรงเรียนปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกา ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุความไม่สงบในชายแดนใต้
จนตัวแทนสมาคมโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม ได้ออกมาเรียกร้องให้นายกฯ สั่งย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกจากพื้นที่ภาคใต้โดยทันที เนื่องจากไม่ได้มีทัศนคติในการสร้างสังคมสันติสุข ไม่งั้นจะไม่ให้ความร่วมมือกับฝ่ายความมั่นคงอีกต่อไป
ประชาไท ประมวลเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ ทำไมคำแถลงของพลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 พาดพิงโรงเรียนปอเนาะ – ตาดีกา ถึงถูกกระแสโต้กลับรุนแรง จนถึงขั้นเรียกร้องให้ย้ายออกนอกพื้นที่ชายแดนใต้
มทภ. 4 พาดพิง ‘ปอเนาะ-ตาดีกา' เอี่ยวไฟใต้
- ปมปัญหานี้ต้องย้อนไปเมื่อ 13 เม.ย. 2569 ตอนที่ พล.ท. นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และในฐานะ ผู้อำนวยการรมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน กรณีความคืบหน้าผลการสอบสวน คดีลอบยิv กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.พรรคประชาชาติ หน้าบ้านพัก อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อ 20 มี.ค. ที่ผ่านมา
- แต่ในระหว่างการแถลงข่าว ซึ่งเป็นช่วงที่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ซักถามข้อสงสัย แม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวถึงรากฐานปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ และได้มีการพาดพิงในลักษณะที่ว่า โรงเรียนปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกา เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาความรุนแรงของชายแดนภาคใต้
- “การแก้ปัญหา (ชายแดนใต้) ไม่ได้เพิ่งมาเริ่มเกิด แต่เริ่มเกิดมา 20 กว่าปีแล้ว ไปถามท่าน สส.ทวี เขาอยู่มากี่ปี เขาเป็นเลขาฯ ศอ.บต. เป็นอธิบดี DSI ด้วย เป็นรัฐมนตรีด้วย ท่านยังแก้ไม่จบเลย ปัญหามันมีต่อเนื่อง และเราต้องมองว่าการแก้ปัญหาของเราเป็นการแก้ที่ปลายเหตุด้วย
- “แต่ต้นเหตุคืออะไร การปลูกฝังความคิดเรื่องเหล่านี้ยังมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียนปอเนาะ ที่สถานศึกษาโรงเรียนตาดีกา คนที่ดีมีเยอะ แต่คนไม่ดีที่ไปปลูกฝังเรื่องอื่น มีแน่ๆ ถ้าไม่มีไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ผมยังบอกกับเจ้าหน้าที่หลายส่วนว่า กระทรวงศึกษาฯ คุณรับผิดชอบเรื่องโรงเรียนปอเนาะ โรงเรียนตาดีกา คุณต้องลองมาดูว่าหลักสูตรที่คุณกำหนด เขาได้ทำตามที่กำหนดไหม ถ้ามีการให้การศึกษาให้เขาเข้าใจเรียนรู้ภาษาไทย เรียนรู้ภาษามลายูไปด้วยกัน ผมว่าอันนี้คือการแก้ที่ต้นเหตุ แต่ปัจจุบันเรากำลังแก้ที่ปลายเหตุ แต่ถามว่าต้องทำไหม ก็ต้องทำ” พล.ท. นรธิป กล่าวระหว่างแถลงข่าว
พลโท นรธิป โพยนอก (ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า)
- นอกจากนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทย (Internal Thailand) ของช่อง MCOT ชี้แจงเพิ่มเติมว่า เหตุที่เขาพูดแบบนี้ เพราะเขามองว่าการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ต้องแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุควบคู่ไปด้วย คือการศึกษา การบ่มเพาะ และการปลูกฝัง กระทรวงศึกษาฯ ที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบต้องมาดูกันว่า หลักสูตรการศึกษาของโรงเรียนอิสลามเหล่านี้เป็นอย่างไร ไม่งั้นการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ก็ไม่มีวันจบ นั่นจึงเป็นจุดตั้งต้นของปัญหา และกระแสวิจารณ์การแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ที่เกิดขึ้นกับ แม่ทัพภาคที่ 4
- ก่อนไปกันต่อ อยากชวนอธิบายสักนิดว่า โรงเรียนปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกา คืออะไร
สรุปข้อมูลจากสำนักข่าวไทยพีบีเอส อธิบายว่า โรงเรียนตาดีกา หรือก็คือศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด เป็นโรงเรียนสอนจริยธรรมในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ คือ สงขลา ปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล มีจำนวนประมาณ 2,083 แห่ง เปิดสอนเยาวชนที่นับถือศาสนาอิสลามอายุระหว่าง 5-12 ปี ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ว่างเว้นจากการเรียนโรงเรียนรัฐในวันธรรมดา
ปกติ โรงเรียนตาดีกา จะตั้งอยู่ในมัสยิด หรือในชุมชน เพื่อให้สะดวกในการเดินทาง ขณะที่รูปแบบการสอนโดยคร่าว จะเน้นเรื่องการสอนจริยธรรมของศาสนาอิสลาม การประกอบศาสนพิธี รวมไปถึงการเรียนอ่าน-เขียนภาษามลายู โดยผู้สอนจะเป็นผู้นำชุมชน หรืออาสาสมัครของชุมชน
ส่วนโรงเรียนปอเนาะ หรือสถาบันการศึกษาศาสนาอิสลามในรูปแบบดั้งเดิม ในพื้นที่ 5 จังหวัด มีจำนวนราว 441 แห่ง แต่เดิมมักเป็นการเรียนใน ‘กระท่อม’ จึงเป็นที่มาของชื่อ ‘ปอเนาะ’ โรงเรียนปอเนาะเปิดรับทุกช่วงวัย เพราะเน้นการเรียนเรื่องศาสนาอิสลาม การอ่านคัมภีร์ และการใช้อิสลามผนวกในกิจวัตรประจำวัน
สมาคม ร.ร.สอนศาสนาอิสลาม ฮือเรียกร้องย้ายแม่ทัพภาค 4
- การแถลงข่าวของพลโท นรธิป สร้างความไม่พอใจอย่างมาก โดยเฉพาะเครือข่ายสมาคมโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามในภาคใต้ และออกมาเรียกร้องให้นายกฯ สั่งการย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกจากพื้นที่ภาคใต้ทันที
- เมื่อ 15 เม.ย. 69 สามสมาคมโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม ประกอบด้วย สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ สมาคมตาดีกาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสมาคมสถาบันศึกษาปอเนาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ร่วมกันยื่นหนังสือถึงเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เพื่อเรียกร้องให้แม่ทัพภาคที่ 4 ออกมาขอโทษ และให้นายกฯ มีคำสั่งย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกจากภาคใต้ทันที เนื่องจากไม่ได้มีทัศนคติในการสร้างสังคมสันติสุข
- ตัวแทนสมาคมฯ ระบุด้วยว่า หากไม่มีการสั่งย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 จะมีการยกระดับข้อเรียกร้องตามแนวทางสันติวิธี และจะระงับความร่วมมือกับหน่วยงานความมั่นคง
“เราขอปฏิเสธว่าสถาบันการศึกษาทั้ง 3 สถาบันไม่มีส่วนบ่มเพาะความรุนแรง หรือผู้ก่อการร้าย ซึ่งการพูดของแม่ทัพภาคที่ 4 ถือเป็นการพูดบิดเบือนความเป็นจริง เนื่องจากสถาบันเหล่านี้เป็นสถาบันการศึกษาที่สร้างให้เด็กในพื้นที่ได้รับความรู้ และได้เรียนรู้ และเราเรียกร้องให้แม่ทัพภาคที่ 4 ต้องออกมาขอโทษ” ดร.มังโสด หมะเต๊ะ ผู้แทนสถาบันการศึกษาโรงเรียนปอเนาะและโรงเรียนตาดีกาภาคใต้ หลังยื่นหนังสือถึง ศอ.บต.
บรรยากาศการยื่นหนังสือของเครือข่ายสมาคมโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามชายแดนใต้ เมื่อ 15 เม.ย. 2569 ที่ ศอ.บต. (ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก มังโสด หมะเต๊ะ)
- นอกจากประเด็นดังกล่าว ข้อเสนอของสมาคมฯ ยังมีความน่าสนใจ โดยเฉพาะการเรียกร้องและเชิญชวนให้รัฐบาล มองกลุ่มโรงเรียนปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกา เป็นหุ้นส่วน ‘ยุทธศาสตร์การพัฒนา’ ทำงานร่วมกัน เพื่อลดความขัดแย้ง และสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน แทนที่การตีตราว่าเป็นต้นตอของปัญหา
- หลังการยื่นหนังสือของสมาคมโรงเรียนอิสลามที่ ศอ.บต. แม่ทัพภาคที่ 4 ให้สัมภาษณ์ชี้แจงกับไทยพีบีเอสว่า การพาดพิงสถาบันปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกา เป็นเพียงการกล่าวถึงสถาบันบางแห่ง ไม่ใช่การเหมารวมทั้งหมด เพราะมีข้อมูลว่าบางโรงเรียนหรือครูบางคน สอนโดยใช้ทัศนคติของตัวเอง
- รายการ “เจาะลึกทั่วไทย” สัมภาษณ์ อับดุลเราะมัน มอลอ รองเลขาธิการพรรคประชาชาติ มาร่วมให้ความเห็นว่าทำไมคำพูดของพลโท นรธิป แม่ทัพภาคที่ 4 ถึงโดนปฏิกิริยาตอบโต้ และถูกวิจารณ์หนักเหลือเกิน
อับดุลเราะมัน อธิบายว่า เรื่องนี้ต้องย้อนไปในช่วง 10 ปีแรกของการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ พอมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ออกมากล่าวทำนองว่า โรงเรียนปอเนาะ หรือโรงเรียนตาดีกา เป็นต้นตอของปัญหา มันเปิดทางให้ผู้ก่อเหตุไม่ทราบฝ่ายใช้ความรุนแรงลอบยิvครู ผู้บริหารโรงเรียนสอนศาสนา การลอบยิvอุสตาซ บาบอ (ผู้นำศาสนาโรงเรียนปอเนาะ) หรือบุคลากรทางการศึกษาอื่นๆ ตัวเลขสถิติในช่วงนั้นมีผู้ได้รับเสียหายจำนวนสูงเกือบ 200 คน และนำไปสู่การเอาคืนตอบโต้ด้วยการลอบยิv พระภิกษุ หรือครูสอนศาสนาอื่นๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราไม่อยากให้เหตุการณ์มันซ้ำรอย
รองเลขาฯ พรรคประชาชาติ มองว่า ถ้าแม่ทัพภาคที่ 4 ยังอยู่ในตำแหน่งต่อ อาจทำให้ความร่วมมือในพื้นที่ระหว่างฝ่ายความมั่นคง และประชาชนย่ำแย่ลง จนกลายเป็นการบ่มเพาะความเกลียดชังต่อรัฐมากยิ่งขึ้น เขาจึงเสนอว่า ถ้าทางสมาคมโรงเรียนสอนศาสนาไม่ถอยให้ แม่ทัพภาคที่ 4 ควรย้ายออกจากพื้นที่เอง ไม่งั้นมันทำงานแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ร่วมกันไม่ได้
มทภ. 4 ยอมขอโทษแล้ว
- ล่าสุดวันนี้ (17 เม.ย.) ทางตัวแทนสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา โรงเรียนปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกา ได้ยื่นหนังสือถึงนายกฯ อนุทิน ระหว่างลงพื้นที่พบปะให้กำลังใจข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ศอ.บต. และตรวจสอบสถานการณ์ชายแดนใต้ โดยยังยืนยันข้อเรียกร้องเดิมให้มีคำสั่งย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกจากพื้นที่
- ขณะที่ท่าทีของ พล.ท.นรธิป อ่อนลงอย่างชัดเจน เพราะว่าหลังจากนั้น พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ควงแขนแม่ทัพภาค 4 แถลงขอโทษกรณีพาดพิงโรงเรียนปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกา มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบภาคใต้
“ก่อนอื่นผมต้องขอโทษพี่น้องประชาชน อาจจะเป็นเพราะการสื่อสารของผมที่ทำให้ประชาชนไม่สบายใจ โดยเฉพาะโรงเรียนปอเนาะ ที่สอนศาสนา ผมขอยืนยันว่าผมในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน.ภาค 4 มีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาให้เกิดสันติสุขในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้” พล.ท. นรธิป กล่าว
เมื่อสื่อถามว่าจากนี้ไปจะมีการลงไปพูดคุยกับโรงเรียนสอนศาสนา เพื่อทำความเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่ พล.ท.นรธิป กล่าวเพียงว่ามี เพราะเรามีกิจกรรมที่เข้าไปทำในโรงเรียนต่างๆ อยู่แล้ว
- ด้านนายกฯ อนุทิน กล่าวถึงกรณีที่ผู้แทนสมาคมสถาบันศึกษาอิสลามมายื่นหนังสือวันนี้ว่า เขาได้กล่าวกับทางผู้แทนของสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ ขดดะรี บินเซ็น ซึ่งเป็นประธานที่ปรึกษา กอ.รมน.ในส่วนของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รับรองว่าคำพูดของแม่ทัพภาคที่ 4 ไม่ได้พูดว่าทุกที่เป็นอย่างนั้น อาจมีบางที่บางจุด ซึ่งเราเชื่อว่าทุกคนต้องการสร้างความสงบที่จะอยู่ด้วยกัน อย่างที่บอกเวลาพูดภายใต้สภาวะกดดัน อาจมีการสื่อสารผิดพลาด แต่รับรองว่าในใจมีแต่ความรักและห่วงใยประชาชนชายแดนใต้ ทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา
หลังจากนี้ต้องจับตาดูว่าสถานการณ์เหตุความรุนแรงชายแดนใต้จะดำเนินต่อไปอย่างไร หรือท่าทีของสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา โรงเรียนปอเนาะ หรือโรงเรียนตาดีกา จะเปลี่ยนไปหรือไม่ หลังจากแม่ทัพภาคที่ 4 ออกมาขอโทษ












