
ประเดิม พ.ร.บ.กรมราง 2 บิ๊กเอกชน ‘ทีพีไอโพลีน-อิตาเลียนไทย’ ได้ใบอนุญาตประกอบกิจการขนส่งทางรางเพื่อกิจการของตนเรียบร้อยแล้ว ตามมาตรา 33 พ.ร.บ.ใหม่
สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า วันที่ 27 เมษายน 2569 แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า หลังจากพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้ ทางกรมการขนส่งทางราง (ขร.) จะต้องออกกฎหมายลูก จำนวน 77 ฉบับประกอบพ.ร.บ.นี้
ขณะที่กรมรางได้เริ่มดำเนินการในส่วนที่ไม่ต้องรอกฎหมายลูก ได้แก่ การจดทะเบียนการประกอบกิจการเพื่อกิจการของตน ตามมาตรา 33 ซึ่งไม่ต้องขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากอธิบดี และต้องปฎิบัติตามมาตรฐานการขนส่งทางรางที่กำหนด โดยให้อธิบดีมีอำนาจเรียกให้ผู้ประกอบกิจการขนส่งทางรางเพื่อกิจการของตน จัดส่งข้อมูล หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการขนส่งทางรางเพื่อกิจการของตน เข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณาให้ความเห็นชอบได้
แหล่งข่าวกล่าวว่า ปัจจุบันมีเอกชน 2 ราย ที่ประกอบการขนส่งสินค้าบนทางของ รฟท. สำหรับรองรับธุรกิจของตัวเอง ได้แก่ บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) (TPIPL) และบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) (ITD) โดยทั้ง 2รายได้จัดส่งข้อมูล และเอกสารที่เกี่ยวข้องต่อกรมรางแล้ว เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ได้ลงนามเห็นชอบให้ บริษัททีพีไอ โพลีนฯ และ บริษัท อิตาเลียนไทยฯ เป็นผู้ประกอบกิจการขนส่งทางรางเพื่อกิจการของตนเรียบร้อยแล้ว ตามมาตรา 33 พ.ร.บ.การขนส่งทางรางฯ
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเอกชนทั้ง 2 รายลงทุนจัดหารถจักรและแคร่ขนสินค้าเองโดยใช้คนขับของรฟท. โดย บริษัท ทีพีไอฯ มีรถจักร 12 คัน รถพ่วงจำนวน 577 คัน ใช้ในกิจการขนส่งผลิตภัณฑ์ของบริษัท มีการขนส่งสินค้า ประมาณ 3 ขบวน เส้นทางจากเชียงราก – หินลับ,คลองเปร็ง – หินลับ ,หินลับ -อุดรธานี ส่วน บริษัทอิตาเลียนไทยมีรถจักร 1 คัน รถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า (บทต.) 44 คัน ปัจจุบันใช้ขนส่งอุปกรณ์ของบริษัทเอง สำหรับก่อสร้างรถไฟทางคู่เส้นทางเด่นชัย – เชียงราย
หลังจากนี้ยังต้องดำเนินการจดทะเบียนตัวรถ เพื่อใช้สำหรับการเดินรถ และดำเนินการขอใบอนุญาตประกอบกิจการขนส่งทางราง ตามมาตรา 32 และดำเนินการขอ Slot เวลากับรฟท. และทำสัญญาใช้รางร่วมกันต่อไป ซึ่งในวันที่ 30 เมษายนนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางราง ครั้งที่ 1/ 2569 ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน เพื่อพิจารณาร่างกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เช่น กำหนดอัตราขั้นสูงของค่าใช้ประโยชน์จากราง กรณีรถขนส่งสินค้าทางราง พ.ศ. … เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมี บริษัท Jap & Oriental Specific (E&O) ให้บริการขบวนรถไฟท่องเที่ยวสุดหรู หยุดให้บริการไปตั้งแต่ช่วง โควิด 19 ระบาด ช่วงปี 256 ปัจจุบันยังไม่กลับมาให้บริการ ซึ่งหากต้องการกลับให้บริการใหม่ ก็จะต้องจัดส่งข้อมูล เพื่อขอประกอบกิจการขนส่งทางรางเพื่อกิจการของตน ฯ
ทั้งนี้ ผู้ให้บริหารเดินรถทุกราย จะต้องส่งข้อมูลของคนขับเพื่อขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำหน้าที่ตาม มาตรา 96 ของพระราชบัญญัตินี้ โดยขณะนี้มีผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำหน้าที่ จำนวน 2,629 คน ปัจจุบัน ขร.อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูล เพื่อออกใบอนุญาตให้ต่อไป













