
“เปแอสเช” ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยักษ์ใหญ่จาก ลีก เอิง ฝรั่งเศส ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกัน หลังบุกไปเสมอ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค 1-1 สกอร์รวม 2 นัด 6-5
ภายใต้การคุมทีมของ หลุยส์ เอ็นริเก้ กุนซือชาวสเปน ที่ตอนนี้หลายฝ่ายเริ่มมองว่าพวกเขามีศักยภาพพอจะครองเจ้ายุโรปเหมือนที่ บาร์เซโลน่า ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า หรือ เรอัล มาดริด ยุค “กาลาคติกอส” เคยทำมาแล้ว
ในประวัติศาสตร์ยุคแชมเปี้ยนส์ ลีก ตั้งแต่เปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันปี 1992 มีเพียง เรอัล มาดริด ชุดระหว่างปี 2016-2018 เท่านั้นที่ป้องกันแชมป์ได้สำเร็จด้วยการคว้าแชมป์ 3 สมัยติด
ส่วนก่อนหน้านั้นต้องย้อนกลับไปถึง เอซี มิลาน ปี 1989 และ 1990 รวมถึงยุคทองของ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์, อาแจ็กซ์, บาเยิร์น มิวนิค และ ลิเวอร์พูล ที่เคยสร้างยุครุ่งเรืองต่อเนื่องในศึกยูโรเปี้ยน คัพ สมัยก่อน
แต่สิ่งที่ เปแอสเช กำลังทำอยู่ตอนนี้ ทำให้หลายคนเริ่มเชื่อว่าพวกเขาอาจเป็นทีมแรก ในรอบหลายปีที่สร้างยุคทองใหม่ได้อีกครั้ง โดยเฉพาะการที่ เอ็นริเก้ นั้นเคยพาทีมเข้าชิงรายการนี้ได้ 2 หนกับ บาร์เซโลน่า และ เปแอสเช และพาทีมคว้าแชมป์ได้ทั้งหมด
ที่สำคัญนี่คือทีมที่ มีสถิติปราบทีมจาก อังกฤษ ได้แทบจะหมดทุกทีมแล้วในรอบ 2 ฤดูกาลหลังสุด ทั้ง เชลซี , ลิเวอร์พูล ,สเปอร์ส ,แอสตัน วิลล่า และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ทั้งนี้ เปแอสเช จะเข้าไปดวลกับ อาร์เซน่อล ที่ลุ้นแชมป์สมัยแรก ในรอบชิงชนะเลิศ ที่จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม นี้ที่สนามปุสคัส อารีน่า เมืองหลวงของประเทศฮังการี ในเวลา 23.00 น. เป็นต้นไป











