แชร์ลิ้งค์นี้ : https://ด่วน.com/ffi0uy 📋 | ดู : 10 ครั้ง
นักศึกษาลาวที่ถูกเจ้าหน้าที่สภาแห่งชาติลาวบุกห้องพักพยายามล่

นักศึกษาลาวที่ถูกเจ้าหน้าที่สภาแห่งชาติลาวบุกห้องพักพยายามล่วงละเมิดทางเพศระหว่างงานประชุมรัฐสภาที่หลวงพระบางเมื่อเดือนเมษายน 2567 ยังคงไร้ความยุติธรรมหลังเกือบ 2 ปี ผู้กระทำไม่ถูกดำเนินคดีและยังทำงานในตำแหน่งเดิม ขณะที่ครอบครัวของเธอถูกตำรวจเรียกสอบ โทรศัพท์ถูกตรวจสอบ และไม่มีทนายความรายใดกล้ารับคดีนี้อีก เธอต้องใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศโดยไม่มั่นใจในอนาคต

นันทิดา (Assemblée parlementaire de la Francophonie: APF) 8-12 เมษายน 2024 (ที่มา: เผยแพร่ทางเฟซบุ๊กNanthida Phoumichit, 14 มิถุนายน 2567)

นันทิดา พูมีจิด อดีตนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ภาควิชาภาษาฝรั่งเศสเพื่อการสื่อสาร คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว ได้ถูกมอบหมายให้เข้าร่วมสนับสนุนงานประชุมสมัชชารัฐสภาแห่งประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส (Assemblée parlementaire de la Francophonie: APF) ระหว่างวันที่ 8-12 เมษายน 2024 ณ โรงแรม Santi Resort & Spa ณ แขวงหลวงพระบาง ประเทศลาว

งานประชุมนี้ เป็นเครือข่ายความร่วมมือและองค์กรหลักที่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาขององค์การระหว่างประเทศของกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส ทำหน้าที่เป็นเวทีแลกเปลี่ยนและเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสภาและภูมิภาคที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสทั่วโลก

ภายใต้ข้อจำกัดด้านงบประมาณที่ทำให้ต้องจัดที่พักแบบรวม แต่ในคืนวันที่ 10 เมษายน 2024 นันทิดาต้องพักอยู่เพียงลำพัง ก่อนที่นาย จ. คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาแห่งชาติลาว บุกเข้าห้องในช่วงกลางดึกและพยายามล่วงละเมิดทางเพศ ทั้งนี้ แม้เวลาจะล่วงเลยไปกว่า 2 ปี แต่คดีความดังกล่าวนี้ กลับไม่คืบหน้า โดยที่นาย จ. ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ และยังคงทำงานอยู่ในตำแหน่งเดิม

ควบคุม คุกคาม

“น้ำเสียงแม่ตอนนั้น เฮารับรู้ได้ถึงความผิดปกติว่า เป็นน้ำเสียงที่แปลกแล้วก็สั่น มันบ่คือปกติ” นันทิดา เล่าย้อนถึงเหตุการณ์ ขณะคุยโทรศัพท์กับแม่ ภายหลังจากที่เธอตัดสินใจบอกเล่าเหตุการณ์ที่เธอถูกคุกคามทางเพศโดยเจ้าหน้าที่สภาแห่งชาติลาว ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในช่วงเดือนมิถุนายน 2024 ขณะที่เธอพักอาศัยอยู่ไทย

นันทิดา อธิบายว่า การพูดคุยกับแม่ในครั้งนั้น เกิดขึ้นขณะที่แม่ พ่อ และอ้าย (พี่ชาย) ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตัวไปสอบสวนที่สถานีตำรวจ จากนั้น ตำรวจก็สั่งให้แม่โทรศัพท์หาเธอ เพื่อบอกให้เธอหยุดเคลื่อนไหว ซึ่งจะช่วยให้โทษเบาลง

“ตำรวจเอาแม่ไป แล้วก็ได้ยึดโทรศัพท์แม่ เอาไปเสียบใส่คอม หลังจากนั้น แม่ก็เล่าว่า บางที Facebook หรือ WhatsApp ต่างๆ มีการแจ้งเตือนว่า มีอุปกรณ์เครื่องอื่น เข้าล็อกอินใช้งาน คือมันถูกพวกเขาเอาไปตรวจค้นแล้ว… ก็ต้องเว้นระยะห่างในการพูดคุย และเลือกช่องทางที่ปลอดภัย” นันทิดา เล่าเพิ่มว่า เมื่อโทรศัพท์ของแม่ถูกตรวจสอบ ทำให้สมาชิกในครอบครัวของเธอรู้สึกไม่ปลอดภัย แม่ต้องเปลี่ยนโทรศัพท์และเบอร์โทรฯ ใหม่ ส่วนพ่อก็ตัดสินใจออกจากไลน์กลุ่มครอบครัว

ขณะเดียวกัน นอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ครอบครัวของเธอยังถูกสังคมรอบข้างตั้งคำถามบ่อยครั้งในเชิงต่อว่า หลังจากที่เธอออกมาเล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เธอถูกคุกคามทางเพศว่า เธอไม่ควรออกมาบอกเล่าเรื่องราวในทำนองนี้ให้สังคมรับรู้ เพราะเป็นการตัดอนาคตตัวเอง

“เขาเห็นแม่ เขาก็รู้เรื่อง เขาก็จะถามว่าเป็นแนวใด ลูกสาวเดี๋ยวนี้ อยู่นะโจเซฟบ่ เว้าว่า โอ้ย น่าสงสาร อนาคตกำลังจะไปได้ดี ทำไมถึงเฮ้ดแนวนั้น ทำไมทำให้ตัวเองเดือดร้อน” นันทิดา เล่าด้วยน้ำเสียงไม่สบายใจ

พัวพันกับบุคคลอันตราย ?

นันทิดาเป็นผู้ถูกคุกคามทางเพศ แต่เมื่อเรื่องราวของเธอถูกเผยแพร่ออกไป สังคมและคนรอบข้างกลับมุ่งประเด็นไปว่า เธอไม่ควรติดต่อหรือเกี่ยวข้องกับ โจเซฟ อักคะละวง แทนที่จะมุ่งประเด็นไปในเรื่องที่เธอเป็นผู้ถูกกระทำ เนื่องจากนันทิดา เปิดเผยว่า โจเซฟเป็นผู้ที่แนะนำให้เธอเปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้น

โจเซฟ เป็นนักเคลื่อนไหวด้านสังคมและสิทธิมนุษยชนในลาว ลี้ภัยออกจากลาวในปี 2018 ภายหลังออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ในการให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตก เขาจำเป็นต้องใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ อยู่ในไทยเป็นเวลาหลายปี จนกว่าจะได้ลี้ภัยไปอยู่ฝรั่งเศสในปี 2022

เขาเป็นหนึ่งในคนลาวเพียงไม่กี่คน ที่กล้าออกมาวิจารณ์การบริหารประเทศของรัฐบาล และเปิดโปงประเด็นเรื่องทุจริตคอรัปชันในลาว ซึ่งเป็นประเด็นที่คนลาวสนใจ แต่ไม่มีใครกล้าออกมาพูด เพราะเหตุผลด้านความปลอดภัย ส่งผลให้เพียงในระยะเวลาไม่กี่ปี เขามีผู้ติดตามผ่านทาง Facebook มากกว่า 7 แสนคน ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่รัฐบาลลาวมองว่า โจเซฟ เป็นบุคคลที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ

ล่าสุดในเดือนมิถุนายน 2025 โจเซฟถูกลอบแท-งที่คอ อกข้างขวา และอกข้างซ้าย รวม 3 จุด กลางเมืองโป ประเทศฝรั่งเศส และจากการสืบสวนพยานหลักฐานพบว่า เหตุการณ์ลอบสังหารนี้ มีเหตุผลหลายประการบ่งชี้ได้ว่า เกี่ยวข้องกับเหตุผลทางการเมืองและรัฐบาลลาว ซึ่งก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์นี้ คนที่เกี่ยวข้องกับการลอบสังหาร โจเซฟ ได้โทรชักชวนนันทิดา ให้ไปพบด้วย แต่นันทิดาไม่ได้ไป

และจากการสนทนาทางโทรศัพท์ร่วมกับอาจารย์หัวหน้าภาควิชาภาษาฝรั่งเศส มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว อาจารย์ของเธอก็ได้บอกว่า “รัฐบาลก็รู้แล้ว (ว่านันทิดาไม่ได้อยู่ลาวแล้ว) แล้วก็บอกว่า เรื่องของเฮา (นันทิดา) นี้ เป็นเรื่องใหญ่แล้ว แล้วถามว่าเฮาไปพัวพันกับโจเซฟนี้ รู้บ่ว่าเป็นบุคคลอันตราย เป็นผู้ที่สร้างความปั่นป่วนให้กับประเทศชาติลาว”

อาจารย์ยังบอกอีกว่า อยากให้เธอเดินทางกลับลาว เพื่อมาเรียนต่อให้จบ แต่อาจารย์ก็ไม่สามารถรับรองได้ว่า เธอจะปลอดภัยหรือไม่

“อาจารย์บอกกับเจ้าแล้วแม่นบ่ บ่ให้คนนอกรับรู้เรื่องนี้เด็ดขาด ยิ่งคนรู้น้อยที่สุดยิ่งดี แต่ว่าตอนนี้เรื่องของเจ้ามันถูกเผยแพร่บนสื่อโซเชียลออนไลน์แล้ว มันเป็นเรื่องใหญ่มากๆ แล้วตอนนี้ เจ้ารู้บ่ ประธานประเทศก็รับรู้เรื่องนี้แล้วและก็ได้โทรมาหาอาจารย์ เจ้าจะให้เฮ็ดจังได๋ มันเป็นเรื่องใหญ่แล้วเดี๋ยวนี้” นี่คือส่วนหนึ่งของคำพูด ที่อาจารย์หัวหน้าภาควิชา พูดกับนันทิดาด้วยความไม่พอใจ ที่เรื่องนี้ถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะ

ทั้งนี้ นับตั้งแต่เรื่องราวของนันทิดาถูกเผยแพร่ออกไป จนเป็นกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ของลาวในขณะนั้น กลับไม่มีสื่อของทางการ หรือสื่อท้องถิ่นใดในลาว ออกมาติดตามข้อเท็จจริงและความคืบหน้าของคดีความนี้อย่างเป็นจริงเป็นจัง

คดีความบ่มีความคืบหน้า

หลังจากเผยแพร่เรื่องราวสู่สาธารณะ นันทิดา ก็ไว้ว่าจ้างทนายความ ในสำนักงานทนายความขนาดใหญ่ และมีชื่อเสียงในนครหลวงเวียงจัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 3 เดือน สำนักงานทนายความแห่งนี้ ก็ได้ส่งหนังสือกลับมายังนันทิดา โดยมีสาระสำคัญ คือ

1. ทางสำนักงานทนายความ ได้ส่งรายละเอียดเรื่องราวให้แก่เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายแล้ว แต่คดีความยังค้างอยู่ที่แผนกตำรวจที่เกี่ยวข้อง และการดำเนินการไม่มีความคืบหน้า

2. เจ้าหน้าที่ ต้องการให้นันทิดาเดินทางกลับมายังประเทศลาว เพื่อให้การ จึงจะดำเนินการตามกฎหมายให้ ซึ่งถ้าหากนันทิดาเดินทางกลับ ทางสำนักทนายความก็มีความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะมีการโยงประเด็นว่า นันทิดา ติดต่อพัวพันกับ โจเซฟ อักคะละวง

สำนักงานทนายความผลประโยชน์ของเธอ. (ที่มา: Nanthida Phoumichit)

“ทนายความแจ้งมาบอกว่า บ่มีเลย บ่มีการดำเนินการอะไรเกี่ยวกับผู้นั้นเลย ทนายความได้แจ้งความไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว แต่ตำรวจบ่ดำเนินการ” นันทิดา บอกเล่าเกี่ยวกับผลความคืบหน้าในการดำเนินคดีความในรอบ 1 ปี 10 เดือนที่ผ่านมา

อิงตามหนังสือแจ้งการจากสำนักงานทนายความ ยังระบุอีกว่า ถ้าหากนันทิดา ต้องการเปลี่ยนที่ปรึกษาทางกฎหมายก็สามารถกระทำได้ เพราะทางสำนักงานฯ เองก็ดำเนินการเต็มที่แล้ว แต่ไม่สามารถติดตามความคืบหน้ามาได้

“บ่สามารถไปต่อได้แล้ว เพราะว่าตำรวจเขาบ่ดำเนินการให้แล้ว จะเป็นทนายคนอื่น เขาก็บ่เฮ็ดให้คือเก่า ก็เคยถามไปหลายทนาย ก็บ่มีทนายใดกล้าเฮ็ดแล้ว คดีนี้” นันทิดา อธิบายเพิ่มว่า นับตั้งแต่ได้รับหนังสือแจ้งการมา เธอก็พยายามหาที่ปรึกษาทางกฎหมายเรื่อยๆ แต่ก็ไม่มีสำนักงานใดรับ เพราะเหตุผลเรื่องความปลอดภัย

“มันบ่มีความคืบหน้า แล้วเขาก็บ่สามารถที่จะเฮ็ดให้ได้อีก… เจ้าหน้าที่ก็บอกว่า จะบ่เฮ็ดให้จนกว่านันทิดาจะกลับมาลาว เพราะว่าเฮา พัวพันกับโจเซฟ” นันทิดา กล่าวย้ำถึงรายละเอียดสำคัญที่ปรากฎในหนังสือแจ้งการของสำนักงานทนายความ

บ่แม่นแต่เฉพาะนันทิดา

ภายหลังจากที่ นันทิดา ออกมาเล่าประสบการณ์การถูกคุกคามทางเพศให้สาธารณชนได้รับรู้ ก็มีแม่หญิงลาวอีกหลายคนที่มีประสบการณ์ในลักษณะเดียวกัน ออกมาบอกเล่าเรื่องของตัวเอง เช่น กรณีของ สายฝน (นามสมมติ) เป็นเด็กพิการ อายุ 17 ปี อาศัยอยู่ทางภาคกลางของประเทศ เล่าให้เธอฟังส่วนตัวว่า เคยถูกอาจารย์ล่วงละเมิดทางเพศ แต่ก็ไม่มีความกล้าที่จะออกมาบอกเล่าเรื่องราวนี้ ให้สาธารณชนได้รับรู้ อีกทั้ง ยังไม่รู้ว่าเรื่องราวของเธอจะสามารถเอาผิดอาจารย์ผู้กระทำได้ เพราะหลักฐานต่างๆ ก็ไม่มี

เรื่องเล่าเหตุการณ์ที่แม่หญิงลาวอีกคนหนึ่งที่เคยมีประสบการณ์ถูกคุกคามทางเพศ (ที่มา: Nixa HF, 20 มิถุนายน 2024)

หรือกรณีของ Nixa HF แม่หญิงชาวลาวอีกคน ก็ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวการถูกล่วงละเมิดของตนเอง ภายหลังเหตุการณ์ของนันทิดา เพราะเธอเชื่อว่า ยังมีผู้หญิงลาวอีกหลายคนที่ตกเป็นเหยื่อการล่วงละเมิด แต่ไม่กล้าออกมาพูด

เธอเล่าว่าเป็นพนักงานเสิร์ฟในโรงแรมแห่งหนึ่งโดยผู้ชายที่พยายามจะข่xขืxเธอก็ทำงานอยู่ในโรงแรมเดียวกัน เธอได้ขึ้นไปส่งอาหารเช้าให้แขก แต่ห้องที่เธอไปส่งเป็นห้องที่ของคนจีนชื่อ Wei Zheng พักอยู่ เมื่อไปถึง ก็เคาะประตู พอเขาเปิดประตูออกมาเห็นว่าเป็นเขา เขาบอกว่าไม่ได้สั่งอาหาร เธอจึงกำลังจะเดินกลับ แต่เขากลับดึงแขนเธอเข้าไปในห้อง และพยายามจะข่xขืx เธอเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม 2564

เธอเล่าต่อว่า เธอพยายามร้องขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครมาช่วย เพราะแม่บ้านในโรงแรมคิดว่าเป็นเสียงแขกหยอกล้อกัน แต่สุดท้ายเธอก็ช่วยเหลือตนเองจนหลุดออกมาได้ และรีบวิ่งไปหาแม่บ้าน จากนั้น เธอแจ้งเจ้าของโรงแรมให้รับทราบ เพราะต้องการดำเนินคดี แต่เจ้าของโรงแรมกลับเสนอเป็นเงินชดเชย และไม่ให้ความช่วยเหลือเรื่องคดีความ

“ทางโรงแรมยังปกปิดเรื่อง และไม่เคยให้ความร่วมมือ ขอดูกล้องก็บอกว่ากล้องเสีย ขอพาสปอร์ตก็บอกว่าเขาหนีไปแล้ว เอาเอกสารไปหมด ทั้งที่จริงเขายังอยู่ โรงแรมกลับช่วยปกป้องอีกฝ่าย” เธอเล่ารายละเอียด

เธอเล่าเพิ่มว่า เธอพยายามยื่นเรื่องเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมาย ตั้งแต่ระดับหมู่บ้านจนถึงระดับแขวง แต่สุดท้ายกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ความยุติธรรม อยู่ไส?

“มืด มันมืดเลย ตอนนี้มันบ่เห็นช่องทาง บ่เห็นว่ามันจะเป็นไปในรูปแบบใดได้เลย เพราะว่ามันบ่มีสัญญาณหยังเลยที่จะมีความคืบหน้า หรือว่าอัปเดตบ่มีเลย” นันทิดา บอกเล่าถึงสถานการณ์ที่ต้องเผชิญอยู่ในขณะนี้ ด้วยน้ำเสียงไม่สบายใจ

เธอบอกอีกว่า การเป็นแม่หญิงและเด็กหญิงลาว นอกจากจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับสิทธิสตรีแล้ว การที่ผู้หญิงและเด็กหญิงจะเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมในลาว ยังเป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อมในปัจจุบัน

“การที่เป็นแม่หญิงอยู่ในเมืองลาว เฮาต้องได้มีสติระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา แล้วถ้าสมมติว่าเกิดเรื่องอี่หยังขึ้นกับเฮา ความยุติธรรม รู้สึกว่ามันเข้าถึงยากมากๆ สำหรับผู้เป็นเหยื่อ สิทธิแม่หญิงต่างๆ ในกระดาษ ในเอกสาร แต่ว่าในทางปฏิบัติจริง มันคือเฮ็ดบ่ได้เลย”

นันทิดา กล่าวอีกว่า “ก็อยากให้ผู้กระทำผิด ไม่ว่าใครก็ตามที่ทำแบบนี้ ต้องได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อเป็นตัวอย่าง บ่ให้เกิดกับผู้หญิงคนอื่น และบ่อยากให้แม่หญิงทุกคนที่อยู่ในลาว ต้องมาตกอยู่ในอันตรายในเรื่องแบบนี้”

“ก็มีความรู้สึกกังวล ถ้ากลับไปเมืองลาวก็รู้สึกว่าจะบ่ปลอดภัยแล้ว ส่วนเรื่องการลี้ภัยในอนาคต เฮาก็บ่รู้ว่าจะเป็นแบบใด แล้วชีวิตความเป็นอยู่ตอนนี้ ก็ต้องได้ปรับตัวหลายอย่าง ภาษา วัฒนธรรม การกินการอยู่ สภาพอากาศเพราะว่ามันบ่คืออยู่บ้านเฮา… ต้องเริ่มใหม่จากศูนย์เลย” นันทิดา กล่าวทิ้งท้ายถึงความไม่แน่นอนในชีวิต

ที่มา ประชาไท ( prachatai.com )

ผู้เรียบเรียง

ให้คะแนนความพอใจของคุณ :

0 / 5 คะแนน 0

คุณให้คะแนน:

แชร์ลิ้งค์นี้ : https://ด่วน.com/ffi0uy 📋 | ดู : 10 ครั้ง
  1. เปิดคลิปวินาที-3ป-บุกรวบปลัดอำเภอ-เจ้าหน้าที่เทศบาล-เครือข่ายขบวนการสวมสิทธิ์สัญชาติ เปิดคลิปวินาที 3ป. บุกรวบปลัดอำเภอ-เจ้าหน้าที่เทศบาล เครือข่ายขบวนการสวมสิทธิ์สัญชาติ
  2. -cib-ผนึก-acsc-ทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ-“lower-money-fl 🚨 CIB ผนึก ACSC ทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ “Lower Money Fl
  3. “อนุทิน”-ลงพื้นที่พะงัน-ตรวจสอบนอมินีต่างชาติ-ข่าวใต้แลได้ท “อนุทิน” ลงพื้นที่พะงัน ตรวจสอบนอมินีต่างชาติ ข่าวใต้แลได้ท
  4. วันนี้-(13-พค2569)-ปตท.-บางจาก-ปรับขึ้นน้ำมันดีเซล-–-เบนซิ วันนี้ (13 พ.ค.2569) ปตท.-บางจาก ปรับขึ้นน้ำมันดีเซล – เบนซิ
  5. เสรีพิศุทธ์ ขุดปมเขากระโดง ล่าชื่อยื่นถอดถอน อนุทิน-ไชยชนก อัพเดทข่าว เสรีพิศุทธ์ ขุดปมเขากระโดง ล่าชื่อยื่นถอดถอน อนุทิน-ไชยชนก อัพเดทข่าว
  6. -อสุวรรณคูหา-จ.หนองบัวลำภู-อั่นยายวัย-61-แจ้งความบอกว่าเจ้ ✅ อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู อั่นยายวัย 61 แจ้งความบอกว่าเจ้
  7. ️-ทานอิ่มแล้ว…-อย่าลืม-“แยกเศษอาหาร”-ก่อนทิ้งนะ-แค่-ไม-|-2026-05-13-06:24:00 🍽️ ทานอิ่มแล้ว… อย่าลืม “แยกเศษอาหาร” ก่อนทิ้งนะ 💚 แค่ ไม 2026-05-13 06:24:00
  8. ท่านที่เกิดวันอาทิตย์  -อิทธิพลของไพ่​-3-ถ้วย (three-of​-cup ท่านที่เกิดวันอาทิตย์   อิทธิพลของไพ่​ 3 ถ้วย (Three of​ Cup
  9. รมว.สุชาติ-ร่วมคณะนายกรัฐมนตรี-ตรวจสอบเข้ม-นอมินี-บุกรุก 📮รมว.สุชาติ ร่วมคณะนายกรัฐมนตรี ตรวจสอบเข้ม นอมินี-บุกรุก
  10. นักศึกษาลาวที่ถูกเจ้าหน้าที่สภาแห่งชาติลาวบุกห้องพักพยายามล่ นักศึกษาลาวที่ถูกเจ้าหน้าที่สภาแห่งชาติลาวบุกห้องพักพยายามล่

    ใส่ความเห็น

    อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


    Share via
    Click to Hide Advanced Floating Content
    ×

    มีแจกคูปองส่วนลด จุกๆ

    ให้เราแนะนำสินค้าไหม มีจ่ายเงินปลายทางด้วยนะ

    ไปกันเล้ยยย
    Send this to a friend
    ล่าสุด
    ×