แชร์ลิ้งค์นี้ : https://ด่วน.com/238ppy 📋 | ดู : 10 ครั้ง
ก่อนครมมีมติรับทราบ-กรมประชาฯอ้างรธน-กมดึงเงินกทปส.หนุนซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก

เปิดข้อเสนอ ‘กรมประชาสัมพันธ์’ อ้าง ‘รัฐธรรมนูญ-พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ-พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียง’ ดึงเงิน ‘กทปส.’ สนับสนุนค่าซื้อลิขสิทธิ์ ‘บอลโลก’ 2026 ก่อน ครม. มีมติ ‘รับทราบ-มอบหมายประสานงานฯ’ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดให้มีการถ่ายทอดสดฯ

…………………………………….

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2569 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบการดำเนินการเกี่ยวกับการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ของสำนักนายกรัฐมนตรี (กรมประชาสัมพันธ์) ครั้งที่ 23 ระหว่างวันที่ 11 มิ.ย.-19 ก.ค.2569 ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และสหรัฐเม็กซิโก และให้กรมประชาสัมพันธ์ประสานความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) หน่วยงานของรัฐ

รวมทั้งภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไปให้ถูกต้อง เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ และมติ ครม. ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ให้กรมประชาสัมพันธ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับความเห็นของสำนักงบประมาณและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย นั้น (อ่านประกอบ : นายกฯยันคนไทยต้องดูฟรี! ครม.มอบ‘กรมประชาสัมพันธ์’ประสานงานให้มีการถ่ายทอดสด‘ฟุตบอลโลก’)

สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า จากหนังสือสำนักนายกรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร 0213.03/1878 เรื่อง การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) ลงวันที่ 11 พ.ค.2569 ลงนามโดย น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งส่งไปเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาเมื่อวันที่ 12 พ.ค.นั้น

ปรากฏว่าสำนักนายกรัฐมนตรี โดยกรมประชาสัมพันธ์ ได้เสนอให้ ครม. เห็นชอบและมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. และ/หรือหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สนับสนุนงบประมาณค่าจัดซื้อ ลิขสิทธิ์ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) ครั้งที่ 23 ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก อย่าวไรก็ดี ที่ประชุม ครม.ไม่ได้มีมติเห็นชอบ เพียงแต่มีมติรับทราบและมอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์ไปประสานงานกับสำนักงาน กสทช. หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนเท่านั้น

“สำนักนายกรัฐมนตรี โดยกรมประชาสัมพันธ์ เห็นควรเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ดังนี้

8.1 อนุมัติให้มีการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) ครั้งที่ 23 ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน-19 กรกฎาคม 2569 หรือในห้วงเวลาที่เกี่ยวข้อง

8.2 เห็นชอบและมอบหมาย ดังนี้

-สำนักงาน กสทช. และ/หรือหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สนับสนุนงบประมาณค่าจัดซื้อ ลิขสิทธิ์ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) ครั้งที่ 23 ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก และสนับสนุนการดำเนินการอื่น ๆ ตามภารกิจ

-สำนักนายกรัฐมนตรี โดยกรมประชาสัมพันธ์เป็นหน่วยงานหลัก รับผิดชอบดำเนินการ และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

-กระทรวงการคลัง ยกเว้นภาษีค่าใช้จ่าย ยกเว้นในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารพัสดุภาครัฐ การผ่อนผัน ฯลฯ ในการใดที่ไม่สามารถปฏิบัติตามระเบียบ หลักเกณฑ์ หนังสือเวียน กระทรวงการคลังที่เกี่ยวข้องอันไม่สามารถดำเนินการตามวิธีการโดยปกติได้

-กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สนับสนุนการรับ-ส่งสัญญาณ ป้องกัน สัญญาณรั่วไหล ปิดกั้นเว็บพนันออนไลน์ และดำเนินการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

-กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ ทรัพย์สินทางปัญญาหรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

-กระทรวงการต่างประเทศ ดำเนินการในภารกิจที่เกี่ยวข้องด้านต่างประเทศทุกด้าน

-สำนักงานอัยการสูงสุด ตรวจร่างสัญญา ให้ความเห็นและคำปรึกษาแนะนำด้านกฎหมาย ให้ถูกต้อง

-สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการในเรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อย ป้องกันการพนัน และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง หน่วยงาน

นอกเหนือจากนี้ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ให้สนับสนุนการดำเนินการตามภารกิจเพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทันเวลา เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะตามวัตถุประสงค์ของรัฐบาลทุกประการ” หนังสือสำนักนายกรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร 0213.03/1878 เรื่อง การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) ลงวันที่ 11 พ.ค.2569 ซึ่งเสนอให้ ครม. พิจารณา ระบุ

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ในการเสนอ เรื่อง การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) ดังกล่าว ได้มีการอ้างถึงข้อกฎหมายและมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

1.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 75 วรรคสอง รัฐต้องไม่ประกอบกิจการที่มีลักษณะเป็นการแข่งขันกับเอกชน เว้นแต่กรณีที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ การรักษาผลประโยชน์ส่วนรวม การจัดให้มีสาธารณูปโภค หรือการจัดทำบริการสาธารณะ

2.พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 52 ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นในสำนักงาน กสทช.เรียกว่า “กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กองทุน กทปส.) (1) ดำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมอย่างทั่วถึง ตลอดจนส่งเสริมชุมชนและสนับสนุนผู้ประกอบกิจการ บริการชุมชนตามมาตรา 51”

3.พระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 52 ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่ารายการใดเป็นประโยชน์ต่อสังคมหรือสมควรส่งเสริมให้มีการผลิตรายการ หรือผู้ประกอบการรายใดปฏิบัติตามมาตรการในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของคนพิการและคนด้อยโอกาส ตามมาตรา 36 คณะกรรมการอาจพิจารณาให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายจากกองทุนได้ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนด

อ่านประกอบ :

นายกฯยันคนไทยต้องดูฟรี! ครม.มอบ‘กรมประชาสัมพันธ์’ประสานงานให้มีการถ่ายทอดสด‘ฟุตบอลโลก’

ที่มา สำนักข่าวอิศรา ( isranews.org )

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

ผู้เรียบเรียง

ให้คะแนนความพอใจของคุณ :

0 / 5 คะแนน 0

คุณให้คะแนน:

แชร์ลิ้งค์นี้ : https://ด่วน.com/238ppy 📋 | ดู : 10 ครั้ง

    ใส่ความเห็น

    อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


    Share via
    Click to Hide Advanced Floating Content
    ×

    มีแจกคูปองส่วนลด จุกๆ

    ให้เราแนะนำสินค้าไหม มีจ่ายเงินปลายทางด้วยนะ

    ไปกันเล้ยยย
    Send this to a friend
    ล่าสุด
    ×