
‘สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ’ มีมติชี้มูลความผิด ‘อดีตหัวหน้าฝ่ายโยธา’ กรุงเทพมหานคร ร่ำรวยผิดปกติ 8 ล้านบาท พร้อมส่งเรื่องให้ ‘ผู้บังคับบัญชา’ สั่งลงโทษ‘ไล่ออก’
……………………………………….
เมื่อวันที่ 18 พ.ค. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช. ) ในฐานะโฆษกสำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ แถลงว่าคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีมติชี้มูลความผิด นายวุฒิ เฮงวัฒนะ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายโยธา สังกัดกรุงเทพมหานคร ร่ำรวยผิดปกติ รวมมูลค่า 8,032,103 บาท
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า ขณะที่นายวุฒิ เฮงวัฒนะ ดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายโยธา สังกัดกรุงเทพมหานคร เมื่อปี พ.ศ. 2552-2562 มีทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของตน คู่สมรส และบุตร ซึ่งไม่สามารถพิสูจน์หรือแสดงที่มาของทรัพย์สินดังกล่าวได้ รวมมูลค่า 8,032,103 บาท ดังนี้
1.เงินฝากธนาคารในชื่อบัญชีคู่สมรส จำนวน 3 บัญชี รวมเป็นเงิน 1,360,000 บาท
2.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตั้งอยู่แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีชื่อคู่สมรสและบุตรถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน รวมมูลค่า 5,382,967 บาท
3.รถยนต์ยี่ห้อ TOYOTA รุ่น Fortuner ซึ่งมีชื่อนายวุฒิ เฮงวัฒนะ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ มูลค่า 1,289,136 บาท
คณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พิจารณาแล้วมีมติดังนี้
นายวุฒิ เฮงวัฒนะ ร่ำรวยผิดปกติ โดยมีทรัพย์สินมากผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ รวมมูลค่า 8,032,103 บาท ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสาร พยานหลักฐาน และความเห็นไปยังอัยการสูงสุด เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี เพื่อขอให้ศาลสั่งให้ทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดิน
และให้แจ้งคำวินิจฉัยพร้อมด้วยข้อเท็จจริงโดยสรุปไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อสั่งลงโทษไล่ออก โดยให้ถือว่ากระทำการทุจริตต่อหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 122 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม
หากไม่สามารถบังคับเอาแก่ทรัพย์สินที่คณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีมติว่าร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดินได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแล้ว ให้ขอให้ศาลบังคับเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของผู้ถูกกล่าวหาได้ ภายในระยะเวลาสิบปี ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 125 ด้วย
อนึ่ง การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด













