“ฉันคิดว่าครอบครัวของฉันต่อต้านฮิตเลอร์ แต่แล้วฉันก็พบว่ามีทวดเป็นนาซี”

ที่มาของภาพ : Getty Images / Die Zeit / BBC Info

Article Info
    • Creator, ลิซา โฟคท์
    • Fair, บีบีซีแผนกภาษารัสเซีย
    • Reporting from, กรุงเบอร์ลิน
  • Printed
  • เวลาอ่าน: 9 นาที

“เมื่อฉันยังเด็ก ฉันเชื่อและรู้สึกภูมิใจว่าฉันมาจากตระกูลของผู้ต่อต้านฟาสซิสต์” โรซา ชาวกรุงเบอร์ลินวัย 57 ปี บอกกับบีบีซีแผนกภาษารัสเซีย โดยทางบีบีซีเปลี่ยนชื่อตามคำร้องขอของเธอ

ทว่าในท้ายที่สุดเธอก็ได้เรียนรู้ความจริงว่าลัทธิฟาสซิสต์ฝังรากอยู่ทั่วทั้งสังคมเยอรมันในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ภายใต้การปกครองของนาซี

สิ่งนี้ทำให้เธอออกเดินทางเพื่อค้นหาว่าบรรพบุรุษของเธอมีส่วนเกี่ยวข้องในระบอบของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ หรือไม่

การเดินทางของโรซาใกล้สิ้นสุดลง เมื่อมีการเผยแพร่เอกสารหลายล้านฉบับเกี่ยวกับอดีตสมาชิกพรรคนาซีให้สาธารณชนได้รับรู้ผ่านหนังสือพิมพ์ ดี ไซต์ (Die Zeit) ของเยอรมนี โรซากล่าวว่าสิ่งนี้ทำให้เธอปิดฉากเรื่องราวในใจลงได้ แต่ฐานข้อมูลชุดใหม่ก็จุดกระแสวิพากษ์จารณ์ขึ้นในสังคมอีกครั้งถึงวิธีที่ประเทศนี้จดจำอดีตอันโหดร้ายของตัวเอง

โรซาเติบโตขึ้นทางตอนเหนือของกรุงเบอร์ลินในเยอรมนีตะวันออกที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1949 โดยมีชื่ออย่างเป็นทางการว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุโรปตะวันออกที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของรัสเซียในช่วงเวลานั้น

ที่มาของภาพ : Die Zeit

ฐานข้อมูลของหนังสือพิมพ์ดี ไซต์ (Die Zeit) อนุญาตให้ผู้ใช้ค้นหาอดีตผู้เคยเป็นสมาชิกนาซีตามชื่อ วันเดือนปีเกิด และสถานที่เกิด หนังสือพิมพ์ดังกล่าวระบุว่าขณะนี้มีข้อมูลเกี่ยวกับสมาชิกพรรคนาซีในฐานข้อมูลประมาณ 90% จากจำนวนสมาชิกทั้งหมด

หลังจากนาซีพ่ายแพ้ในปี 1945 ฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และสหภาพโซเวียต (USSR) แบ่งเยอรมนีออกเป็น 4 เขต

เมื่อสงครามเย็นเริ่มต้นขึ้น เยอรมนีจึงแยกออกเป็น 2 ส่วน ฝั่งตะวันตกเข้าร่วมกับชาติตะวันตก ขณะที่ฝั่งตะวันออกเข้าร่วมกับสหภาพโซเวียต

หลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลายในช่วงปลายสงครามเย็น เยอรมนีทั้งสองส่วนจึงกลับมารวมประเทศกันอีกครั้ง

Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and proceed studyingได้รับความนิยมสูงสุด

Stop of ได้รับความนิยมสูงสุด

ที่มาของภาพ : Auschwitz: The Nazis and the ‘Final Solution', BBC

นาซีสังหารชาวยิวทั้งชาย หญิง และเด็กไปถึง 6 ล้านคน รวมถึงผู้บริสุทธิ์อื่น ๆ อีกหลายล้านชีวิต โดยจำนวนมากถูกสังหารในค่ายกักกัน เช่น เอาชวิทซ์-เบอร์เคอเนา ในโปแลนด์

เรื่องเล่าเท็จ

เมื่อโรซาเติบโตขึ้นในช่วงทศวรรษ 1970 ทุกแง่มุมของชีวิตในเยอรมนีตะวันออกอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวดของรัฐ

“พวกเราถูกบอกว่าชาวเยอรมันตะวันออกส่วนใหญ่สืบเชื้อสายมาจากผู้ต่อต้านฟาสซิสต์ ขณะที่ ‘คนเลว' มาจากฝั่งตะวันตก” โรซาระลึกถึงความหลัง

นอกจากนี้ เด็ก ๆ ในโรงเรียนของโรซาก็เติบโตขึ้นมากับการอ่านหนังสือเกี่ยวกับทหารโซเวียตผู้ปลดปล่อย

ที่มาของภาพ : Sahm Doherty / Getty Images

เมื่อโรซายังเป็นเด็ก กรุงเบอร์ลินถูกแบ่งด้วยกำแพง (จากภาพเป็นมุมมองจากฝั่งตะวันตก) ซึ่งเยอรมนีตะวันออกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนออกจากดินแดนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของสหภาพโซเวียต

ส่วนตัวเธอเองมองว่าสหภาพโซเวียตเป็นมิตรและเป็น “พี่ใหญ่” ด้วยเหตุนี้ เรื่องเล่าบางอย่างในครอบครัวเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงทำให้เธอสับสน

เป็นเวลาหลายปีที่โรซาไม่เข้าใจว่าทำไมคุณยายของเธอ “ต้องหนีจากกองทัพแดง ของสหภาพโซเวียต”

ที่มาของภาพ : ullstein bild / Getty Images

ผู้คนที่อาศัยอยู่ฝั่งตะวันตกของกำแพงเบอร์ลินสามารถเข้าถึงสื่อระหว่างประเทศได้ และได้รับการศึกษาอย่างถูกต้องเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของชาวเยอรมันในระบอบฮิตเลอร์

“เจาะลึกประวัติครอบครัว”

เมื่อโรซามีอายุ 16 ปี คณะผู้แทนชาวยิวจากสหรัฐฯ มาเยือนโรงเรียนของเธอเพื่อร่วมการอภิปรายในหัวข้อ “ลูกหลานของผู้รอดชีวิตพบกับลูกหลานของผู้กระทำ”

จนกระทั่งช่วงท้ายของกิจกรรม เธอจึงตระหนักว่าเธออยู่ในกลุ่มหลัง ไม่ใช่กลุ่มแรก

“ทันใดนั้น ทุกอย่างก็ชัดเจนขึ้น ฉันตระหนักว่า ชาวเยอรมันถูกมองว่าเป็นศัตรู”

เธอจดจำได้ว่าช่วงเวลานั้นได้เปลี่ยนแปลงความเข้าใจต่าง ๆ ไปอย่างฉับพลัน ไม่ต่างจากการ “เปิดประตูระบายน้ำ”

“นั่นคือช่วงเวลาที่ฉันเริ่มเจาะลึกประวัติครอบครัวของฉัน”

โรซาเริ่มค้นคว้าเอกสารในคลังข้อมูล และขอให้พ่อแม่ รวมถึงญาติผู้ใหญ่เล่าอดีตของพวกเขา

หลายปีผ่านไปเธอค้นพบว่าน้องชายของคุณยายของเธอเข้าร่วมกองทัพนาซีตอนอายุ 18 ปี เขากลายเป็นนักบินเครื่องบินทิ้งsะเบิด และถูกยิvตกเหนือประเทศกรีซก่อนจะอายุครบ 21 ปี

ที่มาของภาพ : Bettmann / Getty Images

กองทหารยืนแสดงความเคารพ ขณะที่ฮิตเลอร์กล่าวสุนทรพจน์ที่เมืองนูเรมเบิร์กในปี 1936

พ่อของคุณยายเป็นเจ้าหน้าที่ที่สนับสนุนนาซี แม้ยังไม่ทราบว่าเขามีตำแหน่งอะไร และยังมีตาทวดอีกคนหนึ่งชื่อว่าอ็อตโต ซึ่งอยู่ในความสนใจของโรซามานานหลายสิบปี

เขาเป็นตำรวจในเมืองเบียลีสตอคของโปแลนด์ ใกล้ชายแดนเบลารุส”

เมืองนี้เป็นสถานที่ที่เกิดเหตุการณ์อันน่าสยดสยองหลายครั้งในช่วงเหตุการณ์ฆ่-าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว ซึ่งรวมถึงเหตุการณ์ที่มีผู้คนหลายร้อยรายถูกเผาทั้งเป็นภายในธรรมศาลา

เมื่อมีการเผยแพร่ฐานข้อมูลสมาชิกพรรคนาซี โรซาจึงเริ่มค้นหาข้อมูลของอ็อตโตทันที

ที่มาของภาพ : ullstein bild Dtl / Getty Images

ทวดของโรซาเป็นตำรวจที่เมืองเบียลีสตอคของโปแลนด์ในปี 1940

การค้นหานับล้าน ๆ ครั้ง

“ฉันพบบัตรสมาชิกของเขาทันที เขาเข้าร่วมพรรคตั้งแต่ปี 1933 ซึ่งเป็นปีที่นาซีขึ้นสู่อำนาจ

“ฉันประหลาดใจไหม ไม่เลย ณ จุดนั้น มันเป็นเพียงการยืนยันครั้งสุดท้าย ฉันต้องการมัน และฉันก็ได้มันมา” โรซา กล่าว “มันเหมือนกับการปิดฉากเรื่องราวอันยาวนาน”

การค้นหาของโรซาเป็นเพียงส่วนหนึ่งในจำนวนหลายล้านครั้งที่เกิดขึ้นในฐานข้อมูลนี้ นับตั้งแต่ชุดข้อมูลถูกเผยแพร่สู่สาธารณะเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา

ที่มาของภาพ : Reuters

หอจดหมายเหตุแห่งสหพันธรัฐเยอรมนีในกรุงเบอร์ลิน เก็บรักษาเอกสารใบสมัครเป็นสมาชิกพรรคนาซีในรูปแบบเอกสารฉบับจริงเอาไว้

เดิมทีการตรวจสอบว่าญาติคนหนึ่งเป็นสมาชิกนาซีหรือไม่ต้องดำเนินการยื่นคำร้องไปยังหอจดหมายเหตุแห่งสหพันธรัฐเยอรมนี แต่ฐานข้อมูลดิจิทัลซึ่งเผยแพร่ครั้งแรกโดยหอจดหมายเหตุแห่งชาติสหรัฐฯ และหนังสือพิมพ์ดี ไซต์ได้พัฒนาเครื่องมือค้นหาในปีนี้ ได้ทำให้การค้นหาเร็วขึ้นมาก

ยูดิธ บุช โฆษกของหนังสือพิมพ์ดี ไซต์บอกกับบีบีซีแผนกภาษารัสเซียว่าเครื่องมือนี้มีผู้เข้าใช้งานหลายล้านครั้ง และก่อให้เกิดความคิดเห็นและข้อความนับพันรายการ

สมาชิกพรรคนาซี

ที่มาของภาพ : Die Zeit / BBC Info

ภาพบัตรสมาชิกพรรคนาซีในฐานข้อมูลของดี ไซต์ ช่วยให้ผู้คนสามารถค้นหาประวัติบรรพบุรุษของตน

พรรคนาซีของฮิตเลอร์มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า พรรคแรงงานสังคมนิยมแห่งชาติเยอรมัน หรือ เอ็นเอสดีเอพี (National Socialist German Workers' Celebration – NSDAP) มีสมาชิกมากกว่า 10 ล้านราย ก่อนที่ฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ 2 จะเอาชนะพรรคนี้ได้ในปี 1945

คลังเอกสารสมาชิกซึ่งเก็บรักษาไว้ในเมืองมิวนิก เกือบถูกทำลายในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่สอง เอกสารจำนวน 50 ตันถูกส่งไปยังโรงงานกระดาษ แต่ผู้อำนวยการโรงงานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งและส่งมอบเอกสารเหล่านั้นให้แก่กองกำลังสหรัฐฯ

การเป็นสมาชิกนาซีถือเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันในเยอรมนีมาตั้งแต่ระบอบนาซีล่มสลาย

ที่มาของภาพ : Topical Press Agency / Getty Images

นาซีชักชวนให้เด็ก ๆ เข้าร่วมด้วย ดังที่เห็นในภาพนี้เมื่อฮิตเลอร์กล่าวปราศรัยต่อสมาชิกขบวนการเยาวชนฮิตเลอร์ที่เมืองนูเรมเบิร์กในปี 1938

ทุกคนที่พูดคุยกับบีบีซีแผนกภาษารัสเซียเกี่ยวกับการค้นหาข้อมูลของพวกเขาขอไม่เปิดเผยตัวตน เพื่อหลีกเลี่ยงคำวิจารณ์หรือความอับอายเมื่อผู้อื่นรับรู้ถึงความเชื่อมโยงของครอบครัวกับนาซี บีบีซีจึงเปลี่ยนชื่อของพวกเขาเพื่อปกป้องตัวตน

“ผมคิดว่ามันเกี่ยวข้องกับความรู้สึกภักดีของผู้คนต่อสมาชิกในครอบครัว แม้ว่าคนเหล่านั้นจะไม่ได้มีชีวิตอยู่แล้วก็ตาม” โยฮันเนส ชพอร์ นักประวัติศาสตร์ชาวเยอรมันผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติครอบครัว กล่าว

“เป็นเวลานานแล้วที่หัวข้อนี้ถือเป็นเรื่องต้องห้ามอย่างเคร่งครัด” เขาบอกกับบีบีซีแผนกภาษารัสเซีย

“ทุกคนที่ฉันรู้จักซึ่งตรวจสอบเรื่องนี้ ต่างก็พบญาติของตัวเองอยู่ในเอกสารเหล่านั้น” บุคคลที่บีบีซีเรียกว่าแฮร์ธา กล่าว

เธอพบว่าตาทวด 2 คนซึ่งคนหนึ่งเป็นตำรวจและอีกคนเป็นครู ปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลของนาซี แต่เชื่อว่าพวกเขาไม่ได้ก่ออาชญากรรม

“การเป็นสมาชิกพรรคนาซีไม่ใช่เรื่องผิดปกติในสมัยนั้น และบางคนถึงกับจำเป็นต้องเข้าร่วมเพียงเพราะหน้าที่การงานของพวกเขา”

ที่มาของภาพ : Hulton Archive /Getty Images

ฮิตเลอร์พบปะผู้สนับสนุนในปี 1937

“อย่าไปเข้าร่วมกับพรรคการเมืองใด”

มาร์ตินซึ่งเป็นชื่อที่บีบีซีใช้เรียกเขา ได้ค้นพบชื่อของคุณทวดของเขาเช่นกัน

“สำหรับผม มันค่อนข้างน่าตกใจ พ่อของผมเคยบอกว่าคุณทวดมักพูดว่า ‘อย่าไปเข้าร่วมพรรคการเมืองใดเลย ฉันเคยเข้าร่วมพรรคหนึ่ง แต่ต่อมาก็ตระหนักว่ามันเป็นพรรคที่ผิด'”

โดยทั่วไปนักประวัติศาสตร์เห็นพ้องกันว่า ไม่มีใครเข้าร่วมพรรค “โดยอัตโนมัติ” การเป็นสมาชิกต้องมีการยื่นสมัครและได้รับการอนุมัติ

“ไม่ใช่สมาชิกพรรคทุกคนจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมโดยตรง” คริสเตียน ชตาส หัวหน้าฝ่ายประวัติศาสตร์ของดี ไซต์ เน้นย้ำ

“แต่ทุกคนที่เลือกเข้าร่วมกับพรรค NSDAP ก็ได้สนับสนุนระบอบนาซี ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบต่อสงคราม การฆ่-าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติอีกมากมาย”

อย่างไรก็ตาม บัตรสมาชิกเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบ่งชี้ได้ว่าบุคคลนั้นมีบทบาทมากเพียงใด หรือได้ก่ออาชญากรรมหรือไม่ ซึ่งจำเป็นต้องมีการสืบหาข้อมูลเพิ่มเติม

โรซายังคงไม่มีรายละเอียดว่าคุณทวดอ็อตโตทำอะไรในเมืองเบียลีสตอค

มีผู้ถูกควบคุมตัวชาวยิวหลายหมื่นรายถูกส่งผ่านมาทางเมืองนี้ และมีการค้นพบบันทึกการประหารชีวิตหมู่และความโหดร้ายอื่น ๆ หลังสงครามผ่านไป

หลังจากยืนยันความสงสัยว่าคุณทวดอ็อตโตเป็นสมาชิกนาซีแล้ว โรซากล่าวว่าเธอรู้สึกถึง “ความรับผิดชอบที่จะต้องทำให้มั่นใจว่าสิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก”

ที่มาของภาพ : Imagno / Getty Images

ผู้สนับสนุนนาซีเดินขบวนในกรุงเบอร์ลินในปี 1938 ระหว่างการชุมนุมต่อต้านสนธิสัญญาแวร์ซาย ซึ่งยุติสงครามโลกครั้งที่ 1 และกำหนดข้อจำกัดและค่าปฏิกรรมสงครามอย่างหนักต่อเยอรมนี

ความหวาดกลัวต่อความเป็นส่วนตัว

ขณะที่บางคนหลั่งไหลเข้าไปใช้ฐานข้อมูลนี้ แต่ก็มีอีกจำนวนหนึ่งที่วิพากษ์วิจารณ์การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว

บางคนโต้แย้งว่าการเผยแพร่ข้อมูลเช่นนี้เป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัว ขณะที่บางคนเชื่อว่าการย้อนกลับไปทบทวนความผิดพลาดและบาดแผลในอดีต ทำให้เยอรมนีไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้

“เป็นความจริงที่ว่าชาวเยอรมันบางส่วนรู้สึกเหนื่อยล้ากับการพูดคุยเรื่องเหล่านี้” โรซากล่าว

“บางคนบอกว่าเราควรจะ ‘ขีดเส้นจบ' ได้แล้ว” เธอกล่าวว่าการทำเช่นนั้นก็เหมือนกับการลบประวัติศาสตร์

“เราไม่สามารถหยุดสอนเรื่องนี้ให้เด็ก ๆ รู้ได้” เธอกล่าว พร้อมกับความรู้สึกว่าคำพูดลักษณะเดียวกันนี้กำลังแพร่หลายมากขึ้นในเยอรมนีในปัจจุบัน

ด้านโยฮันเนส ชปอร์ แสดงความสงสัยว่าการศึกษาประวัติครอบครัวจะช่วยป้องกันไม่ให้ความผิดพลาดในอดีตเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้งได้หรือไม่ แต่เขากล่าวด้วยว่าการมีส่วนร่วมกับอดีตสามารถส่งเสริมความเป็นผู้ใหญ่และความรู้สึกรับผิดชอบได้

“สิ่งสำคัญคือการปลดปล่อยตัวเราออกจากตำนาน และแม้แต่คำโกหกทั้งหลายที่เราถูกเลี้ยงดูมา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็หล่อหลอมสังคมเยอรมันด้วย เพื่อที่จะเข้าใจว่าเราเป็นใคร และบรรพบุรุษของเราทำอะไรลงไป”

เรียบเรียงโดย แอนดรูว์ เว็บบ์ บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส