
ปปง.สั่งอายัดทรัพย์ 12 รายการ เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวม 1.2 แสน รายคดี ‘อิลฮัม' ลักลอบขนบุหรี่ต่างประเทศหนีภาษีศุลกากร-ฟอกเงิน
สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรม ที่ ย. 107/2569 เรื่อง อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว รายนายอิลฮัม ซึ่งเป็นกรณีมีพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบหนีศุลกากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร อันเข้าลักษณะเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (7) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 โดยเป็นการอายัดทรัพย์สินจำนวน 12 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่ารวมประมาณ 123,475 บาท
คำสั่งระบุพฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2566 เจ้าพนักงานตำรวจตระเวนชายแดน 4332 ได้ออกลาดตระเวนบริเวณถนนหมายเลข 43 บริเวณโค้งทางแยกไปจังหวัดสงขลา พบรถยนต์ประสบอุบัติเหตุและมีบุคคลกำลังขนถ่ายบุหรี่ต่างประเทศซึ่งมิได้เสียภาษี เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้ร่วมกับเจ้าพนักงานสรรพสามิต ภาค 9 เข้าจับกุมนายอิลฮัม นายนทีเทพ และนายคัมภีร์ พร้อมของกลางบุหรี่ต่างประเทศ ยี่ห้อ John จำนวน 35,500 ซอง นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรควนมีดดำเนินคดี
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบพฤติการณ์เชื่อมโยงว่า เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2566 นายนทีเทพ นายอับดุลบากี (พี่ชายของนายอิลฮัม) และนายปรัศม์ถกรณ์ ได้ร่วมกันใช้รถยนต์บรรทุกขนส่งบุหรี่ต่างประเทศซึ่งมิได้เสียภาษี จำนวน 51,000 ซอง จากจังหวัดสงขลาไปส่งที่จังหวัดจังหวัดภูเก็ตและถูกจับกุม ต่อมาเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 ศาลจังหวัดตรังได้มีคำพิพากษาว่า นายนทีเทพ นายอับดุลบากี และนายปรัศม์ถกรณ์ มีความผิดฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดฐานหลีกเลี่ยงการเสียอากรตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่านายอิลฮัม ได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดดังกล่าว ซึ่งเป็นทรัพย์สินประเภทเงินในบัญชีเงินฝากธนาคารอันสามารถโอน ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้นได้โดยง่าย คำสั่งมีรายละเอียดดังนี้
คำสั่งคณะกรรมการธุรกรรม ที่ ย. 107/2569 เรื่อง อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว ด้วยสำนักงาน ปปง. ได้รับรายงานจากสถานีตำรวจภูธรควนมีด กรณีร้องทุกข์กล่าวโทษนายอิลฮัม ซึ่งจากการรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อมูลการทำธุรกรรมปรากฏหลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่า นายอิลฮัม มีพฤติการณ์อันเข้าลักษณะเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (7) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 หรือเป็นผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดมูลฐานหรือความผิดฐานฟอกเงิน และได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด
@อายัด 12 รายการ 1.2 แสนบาท
คณะกรรมการธุรกรรมในการประชุม ครั้งที่ 5/2569 เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 จึงมีมติให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว จำนวน 12 รายการ พร้อมดอกผล มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 9 สิงหาคม 2569 รวมราคาจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 123,475 บาท
รายการทรัพย์สินที่อายัด 12 รายการ เป็นเงินฝากในบัญชีธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 123,475 บาท
ทั้งนี้ ผู้ซึ่งถูกอายัดทรัพย์สินตามคำสั่งนี้ หรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินดังกล่าว สามารถยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พร้อมหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอเพิกถอนคำสั่งอายัดได้ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งเป็นหนังสือ












