
‘สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ’ มีมติชี้มูลความผิด ‘สุดารัตน์ อนุพันธ์’ เจ้าหน้าที่การเงินฯ อบต.หนองอึ่ง จังหวัดศรีสะเกษ ร่ำรวยผิดปกติ 17.4 ล้าน ยื่นคำร้อง ‘ศาลฯ’ สั่งให้ทรัพย์ฯตกเป็นของแผ่นดิน ส่งเรื่อง ‘ผู้บังคับบัญชา’ ลงโทษไล่ออกภายใน 60 วัน
………………………………….
เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช. ) ในฐานะโฆษกสำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ แถลงว่า จากกรณีคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มอบหมายคณะไต่สวนเบื้องต้นเพื่อดำเนินการไต่สวน กรณีกล่าวหานางสาวสุดารัตน์ อนุพันธ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี องค์การบริหารส่วนตำบลหนองอึ่ง อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ร่ำรวยผิดปกติ มูลค่ารวม 17,410,400 บาท นั้น
จากการไต่สวนปรากฏข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า นางสาวสุดารัตน์ อนุพันธ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หนองอึ่ง อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ มีรายได้จากเงินเดือน ในระหว่างปี พ.ศ. 2550-2556 ประมาณ 60,000-72,000 ต่อปี และมีรายได้จากการขายสินค้ารับเหมาก่อสร้าง รับจ้างไถนาและเกี่ยวข้าว รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 15,548,950 บาท แต่มีทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นไม่สัมพันธ์กับรายได้ และไม่สามารถชี้แจงถึงที่มาของทรัพย์สินได้ เป็นเงินทั้งสิ้น 17,410,400 บาท ดังนี้
1.เงินฝากธนาคารในชื่อบัญชี นางสาวสุดารัตน์ อนุพันธ์ จำนวน 3 บัญชี เป็นเงิน 16,410,400 บาท
2.ที่ดิน ตั้งอยู่ตําบลตาเกษ อําเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ มูลค่าประมาณ 1,000,000 บาท
คณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้ นางสาวสุดารัตน์ อนุพันธ์ ร่ำรวยผิดปกติ โดยมีทรัพย์สินมากผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ หรือได้ทรัพย์สินมาโดยไม่มีมูลอันจะอ้างได้ตามกฎหมายสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติตามหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ เป็นเงินทั้งสิ้น 17,410,400 บาท
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสาร พยานหลักฐาน และความเห็นไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี เพื่อขอให้ศาลสั่งให้ทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดิน และให้ส่งคำวินิจฉัยพร้อมด้วยข้อเท็จจริงโดยสรุปไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อสั่งลงโทษไล่ออกนางสาวสุดารัตน์ อนุพันธ์ ภายในหกสิบวัน โดยให้ถือว่ากระทำการทุจริตต่อหน้าที่ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 122 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม ต่อไป
หากไม่สามารถบังคับเอาแก่ทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหาที่คณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีมติว่าร่ำรวยผิดปกติ ตกเป็นของแผ่นดินได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแล้วแต่กรณี ให้ขอให้ศาลบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของผู้ถูกกล่าวหาได้ภายในระยะเวลาสิบปี ตามนัยมาตรา 125 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ด้วย
อนึ่ง การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด













