
ทำไม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ถึงเลือกลงตรวจที่อำเภอสทิงพระ ทั้งที่จังหวัดนี้ก็มีงานลักษณะเดียวกันบนถนนอีกหลายจุด' ผมขออนุญาตชี้แจงหลักการทำงาน 3 ข้อ เพื่อให้เห็นภาพตรงกันดังนี้ครับ
1. ความชัดเจนเรื่อง “การทำผิดเงื่อนไขกฎหมายที่ต่างกัน”
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ไม่ได้ห้ามการจัดงานรื่นเริงหรือการกระตุ้นเศรษฐกิจครับ แต่สิ่งที่เราต้องเข้าตรวจสอบในเคส ถนนหน้าอำเภอสทิงพระ เนื่องจากพื้นที่ตรงนั้นเป็น ‘ทางหลวงแผ่นดิน' ซึ่งอยู่ในความดูแลของแขวงทางหลวง
กรณีสทิงพระ: มีประเด็นข้อร้องเรียนและข้อสังเกตที่ชัดเจนว่า อาจมีการอนุญาตหรือดำเนินการจัดงานที่ ขัดต่อ พ.ร.บ.ทางหลวง ซึ่งไม่เข้าเงื่อนไขระเบียบกระทรวงมหาดไทยฯ ข้อ 6 ที่ท่านกล่าวถึง เพราะไม่ใช่ทรัพย์สินของ อปท. เองตั้งแต่แรก มีความเสี่ยงเรื่องการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือการหาประโยชน์โดยมิชอบ
กรณีงานอื่น ๆ ในจังหวัด หลาย ๆ งานอาจจะตั้งอยู่บนถนนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ อปท. นั้น ๆ โดยตรง หรือมีการขออนุญาตใช้พื้นที่ตามกฎหมายเฉพาะอย่างถูกต้องแล้ว ทำให้ไม่เข้าข่ายความผิดพื้นฐานที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จะต้องเข้าไปแทรกแซงครับ
2. หลัก “การสุ่มตรวจตามเบาะแสความเสี่ยง” (Difficulty-Based Manner)
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีข้อจำกัดเรื่องอัตรากำลังเจ้าหน้าที่เมื่อเทียบกับจำนวนงานจัดขึ้นทั่วทั้งจังหวัด เราจึงไม่สามารถเดินสายตรวจทุกงานพร้อมกันได้ในคราวเดียว การลงพื้นที่ของ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จะขับเคลื่อนด้วย 2 ปัจจัยหลักคือ
มีเบาะแสหรือข้อมูลความเสี่ยงเฉพาะเจาะจง ที่ส่งเข้ามายังศูนย์ป้องปรามการทุจริต (CDC) ในจุดนั้น ๆ เป็นพิเศษ
ความรุนแรงของผลกระทบ เช่น การปิดทางหลวงแผ่นดินสายหลักที่ส่งผลกระทบต่อการจราจรและความปลอดภัยของประชาชนในวงกว้าง
เมื่อจุดใดจุดหนึ่งมี ‘ข้อมูลบ่งชี้ความเสี่ยง' และ ‘ผลกระทบสูง' สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จะขยับเข้าตรวจสอบจุดนั้นเป็นลำดับความสำคัญแรก (Priority) เสมอครับ ไม่ใช่การเลือกปฏิบัติ
3. สำหรับเคสสทิงพระ การที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ลงพื้นที่อย่างรวดเร็วที่อำเภอสทิงพระ ไม่ได้หมายความว่าเราจะละเลยงานอื่น ๆ ครับ แต่นี่คือการส่งสัญญาณแบบ ‘ป้องปรามเชิงรุก' ไปยัง อปท. และหน่วยงานรัฐอื่น ๆ ทั่วทั้งจังหวัดให้ตระหนักว่า
การจะจัดงานใด ๆ บนทางสาธารณะหรือทางหลวง ต้องทำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งหลังจากเคสนี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จะใช้เป็นมาตรฐานในการเฝ้าระวังจุดอื่น ๆ ต่อไปเช่นกันครับ
ต้องขอบคุณท่านมาก ๆ ครับ การตั้งคำถามแบบนี้ช่วยให้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้ทบทวนและทำงานอย่างรอบคอบขึ้น และหากท่านพบเห็นว่างานอื่น ๆ ในจังหวัด มีจุดไหนที่เข้าข่ายทำผิดกฎหมายคล้ายกรณีสทิงพระอย่างชัดเจน สามารถส่งข้อมูลเพิ่มเติมให้ผม หรือทาง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตรวจสอบในลักษณะเดียวกันได้เลยครับ ยินดีต้อนรับทุกเบาะแสจากประชาชนครับ” ปปชสงขลา สทิงพระ หาดใหญ่นิวส์
RSS) ——— ข่าวอัพเดทจาก : หาดใหญ่นิวส์ ——— www.ด่วน.com อัพเดท ข่าวด่วน ข่าวร้อนประเด็นดังทุกภาคทั่วไทย 🇹🇭












