
ครม.รับทราบคำสั่งนายกฯ 2 ฉบับ สั่งเลิกให้ ‘พิพัฒน์’ กำกับดูแล EEC แล้ว ด้านเจ้าตัวยังไม่ทราบ ส่วนจะเกี่ยวกับการแก้ไขสัญญาไฮสปีดหรือไม่ ไม่รู้่
สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า วันที่ 17 มิถุนายน 2569 ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ (16 มิ.ย. 69) ครม.มีมติรับทราบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เสนอ คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 233 /2569 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี
เนื้อหาโดยสรุประบุว่า ตามที่ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 82/2569 เรื่อง มอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569 นั้น
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 10 และมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 มาตรา 11 (2) และมาตรา 12 แห่งพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 38 แห่งพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2550 มาตรา 90 แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ประกอบกับพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ว่าด้วยการมอบอำนาจ พ.ศ. 2550 จึงให้แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 82/2569 เรื่อง มอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569 ดังนี้
รองนายกรัฐมนตรี (นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ)
– ให้ยกเลิกข้อ 1.2 การมอบหมายให้กำกับดูแลหน่วยงานของรัฐ ดังนี้ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.)
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569
และครม.ยังมีมติคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เสนอ คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 234 /2569 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ และมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการในคณะกรรมการต่าง ๆ ตามกฎหมาย และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ 3)
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ และมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการในคณะกรรมการ ต่าง ๆ ตามกฎหมาย และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 10 และมาตรา 15 แห่งพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5)พ.ศ. 2545 มาตรา 11 และมาตรา 12 แห่งพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 38 แห่งพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2550 ประกอบกับพ.ร.ฎ.ว่าด้วยการมอบอำนาจ พ.ศ. 2550
จึงให้แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 96/2569 เรื่อง มอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ และมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการในคณะกรรมการต่าง ๆ ตามกฎหมาย และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569 ดังนี้
รองนายกรัฐมนตรี (นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ) ให้ยกเลิกข้อ 1.1.3 คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

นายพิพัฒน์เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร (7 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) และบริเวณหน้าตึกสันติไมตรีและหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 17 มิถุนายน 2569ที่มาภาพ: สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.20 น.ที่ผ่านมา ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ยังไม่ทราบคำสั่งดังกล่าว ซึ่งเป็นการอ่านผ่านในที่ประชุม ครม. เพื่อให้รับทราบ
เมื่อถามว่า เป็นเพราะว่า นายพิพัฒน์ กำกับดูแลไม่ไหวใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนนี้ต้องไปถามนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
เมื่อถามย้ำว่า เป็นการลดบทบาทหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่ เพราะถือว่าทุกคนทำหน้าที่ได้เท่ากัน ซึ่งหลังจากนี้นายกรัฐมนตรี คงจะมอบหมายงานอื่นๆ
เมื่อถามว่า มีการจับตาที่ถูกลดบทบาทแต่ไม่ได้กำกับดูแลพื้นที่ 3 จังหวัดสามชายแดนใต้ พรรคใช่หรือไม่เป็นเพราะปัญหาภายในพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ เราต้องการความสงบ จึงให้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้ดูแล
เมื่อถามว่า จนถึงขณะนี้นายกฯ ยังไม่ได้แจ้งเหตุผลใน EEC ไปดูแลเองใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขอให้รอนายกรัฐมนตรี กลับจากรัสเซีย
เมื่อถามย้ำว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการไม่แก้ไขสัญญาของภาคเอกชน กรณีรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ตอบว่า ไม่ทราบเหตุผล ก่อนย้ำว่าขอให้รอนายกรัฐมนตรี เดินทางกลับก่อน












