
กกต. แถลงข่าวปิดหีบ กรุงเทพมหานคร-พัทยา ดำเนินไปเรียบร้อยแม้จะเผชิญกับฝนที่ตกหนัก
เวลา 17.30 น. ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงข่าว “ภาพรวมการปิดสถานที่ลงคะแนนเลือกตั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา และขอบคุณผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รายงานว่าหน่วยเลือกตั้งทั้งหมดในกรุงเทพมหานคร 6,628 หน่วย ส่วนการเลือกตั้งท้องถิ่นเมืองพัทยา 113 หน่วยได้ปิดการลงคะแนนเรียบร้อย และภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมสรุปสถานการณ์ตลอดทั้งวัน ซึ่งมีเหตุการณ์บางประการ เช่น เหตุเพลิงไหม้ย่านแจ้งวัฒนะที่ไม่กระทบหน่วยเลือกตั้ง และอุบัติเหตุป้ายล้มใส่ผู้มาใช้สิทธิในเขตบางกะปิซึ่งมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย รวมถึงฝนตกในช่วงบ่ายที่กระทบบางหน่วยในเขตลาดกระบัง แต่ยังคงดำเนินการลงคะแนนจนเสร็จสิ้นตาม
กกต. ยังชี้แจงประเด็นเรื่องคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยอ้างอิงตามกฎหมายว่าผู้มีสิทธิต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 1 ปี จึงจะมีสิทธิเลือกตั้ง ทั้งผู้ว่าฯ และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) หากย้ายทะเบียนบ้านไม่ครบกำหนดจะเลือกได้เฉพาะผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร เท่านั้น เว้นแต่มีการดำเนินการแจ้งนายทะเบียนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 10 วันก่อนวันเลือกตั้งจึงจะสามารถเลือกตั้ง ส.ก. ในเขตการเลือกตั้งเดิมที่ตนเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่า 1 ปีได้
สำหรับ ประชาชนที่อยากติดตามกระบวนการนับคะแนนเสียงสามารถช่องทางการติดตามผลคะแนนทั้งผ่านการสังเกตการณ์หน่วยเลือกตั้งซึ่งสามารถทักท้วงกรรมการประจำหน่วยได้หากเห็นพฤติกรรมผิดปกติ ขณะเดียวกันประชาชนที่ไม่สะดวกติดตามการนับคะแนนที่หน่วยได้สามารถติดตามได้ผ่านเว็บไซต์ เลือกตั้งกรุงเทพ69.com และของเมืองพัทยา ติดตามได้ที่เว็บไซต์ vote.pattaya.shuffle.th
นอกจากนี้ ยังแจ้งเตือนให้ประชาชนแจ้งเหตุจำเป็นหากไม่ได้ไปใช้สิทธิภายในระยะเวลาที่กำหนด ภายในวันที่ 23 – 29 ก.ค. 2569 ผ่านเว็บไซต์ของสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยการไปแจ้งกับนายทะเบียนในพื้นที่หรือจัดส่งไปรษณีย์ให้กับนายทะเบียนในพื้นที่ได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจำกัดสิทธิทางการเมือง 2 ปี
ส่วนกระบวนการหลังการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร สภากรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยาและสภาเมืองพัทยา กกต. ระบุว่าหากไม่มีเรื่องร้องเรียน สามารถประกาศผลได้ภายใน 30 วัน แต่หากมีข้อร้องเรียนหรือความผิดปกติ อาจต้องมีการเลือกตั้งใหม่หรือการนับคะแนนใหม่ โดยต้องประกาศผลไม่เกิน 60 วัน พร้อมขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างเรียบร้อย
ต่อข้อกังวลของผู้สื่อข่าวในประเด็นว่าจะมีความผิดพลาดในกรณีการแจกบัตรผิด โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ใช้สิทธิมีสิทธิเลือกเพียงผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร อย่างเดียวหรือไม่ กกต. ชี้แจงว่าได้มีการซักซ้อมขั้นตอนอย่างรัดกุม โดยผู้มีสิทธิการเลือกตั้งเช่นนั้นจะได้รับบัตรเพียงประเภทเดียว โอกาสเกิดความผิดพลาดจึงน้อยมาก อย่างไรก็ตาม หากพบความคลาดเคลื่อนจนจำนวนบัตรไม่ตรงกับผู้ใช้สิทธิ อาจเข้าสู่กระบวนการพิจารณาให้มีการเลือกตั้งใหม่หรือนับคะแนนใหม่ พร้อมเน้นการเปิดให้ประชาชนร่วมสังเกตการณ์และทักท้วงได้ทันที
นอกจากนี้ หากมีฝนตกหรือบัตรเลือกตั้งมีความเสียหายของบัตรเลือกตั้ง กกต. ระบุว่าเบื้องต้นเท่าที่มีการตรวจสอบ บัตรเลือกตั้งมีความเรียบร้อย แต่หากไม่สามารถนับคะแนนได้จนจบ จะมีคำสั่งให้งดการนับและจัดให้มีการนับใหม่ภายใน 15 วัน

ที่มาของภาพ : สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง “ชัชชาติ” ยังคงมีคะแนนนำทะลุ 3.5 แสนคะแนน
ผลการนับคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 19.27 น.นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (ผู้สมัครอิสระ) ได้คะแนนนำอยู่ที่ 352,925 คะแนน ทิ้งห่างนางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข (ผู้สมัครอิสระ) ที่ตามมาเป็นอันดับสอง ด้วย 73,200 คะแนน ส่วนนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครจากพรรคประชาชน ยังคงตามมาเป็นอันดับสามด้วยคะแนน 43,003 คะแนน

“ต่อศักดิ์”ยืนยันไม่มีระบบอากง มีแต่ระบบชัชชาติ เผยยังไม่ได้คุยเรื่องรองผู้ว่าฯ
เวลาราว 18.00 น. นายต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่สเตเดียม วัน (Stadium One) ต่อความคาดหวังหลังปิดหีบว่าคาดหวังจะได้คะแนนมากกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อน (2565) ยืนยันว่า “ทีมกรุงเทพทำงาน” พร้อมดำเนินงานหากได้รับตำแหน่งแต่ยังไม่มีการพูดคุยในรายละเอียดโครงสร้างผู้บริหารกรุงเทพมหานครภายใต้สมัย “ชัชชาติ 2” และปฏิเสธว่า ไม่มีสิ่งที่ถูกหลายคนกล่าวหาว่าเป็น “ระบบอากง” มีเพียง “ระบบชัชชาติ” เท่านั้น
ประเด็นแรกเขาประเมินสถานการณ์เลือกตั้งและบรรยากาศการออกมาใช้สิทธิซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีแนวโน้มต่ำกว่าครั้งก่อน โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากสภาพอากาศ อย่างไรก็ดี หลายโพลชี้แนวโน้มคะแนนของนายชัชชาติอาจเพิ่มขึ้น ทีมงานระบุว่าเป็นความคาดหวัง เพราะหากได้คะแนนเท่าเดิมย่อมสะท้อนว่าการทำงานด้อยลง
ด้านนโยบายและการบริหาร นายต่อศักดิ์กล่าวว่าหากได้รับตำแหน่งต่อ มีการเตรียมแผนงาน 100 วันแรกไว้แล้วมากกว่า 200 ข้อ ซึ่งครอบคลุมระยะสั้น กลาง และยาว และสามารถเริ่มดำเนินการได้ทันที ขณะที่จำนวนรองผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ยังคงมีจำนวนเท่าเดิม และยังไม่ได้มีการหารืออย่างเป็นทางการว่าใครจะมาดำรงตำแหน่ง โดยเชื่อว่าทุกคนทำงานได้หมดแล้ว แต่ต้องการให้มีสัดส่วนคนรุ่นใหม่มากขึ้น
ส่วนประเด็นที่ก่อนหน้านี้ นายต่อศักดิ์ถูกนายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ วิพากษ์วิจารณ์ว่าใช้บทบาทในฐานะที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ในสมัยของนายชัชชาติ สร้าง “ระบบอากง” เพื่อเอื้อประโยชน์โดยมิชอบ
เขาชี้แจงว่า “ระบบที่ทำอยู่ปัจจุบันนี้คือ ‘ระบบชัชชาติ' นะ คือท่านผู้ว่าฯ เนี่ยเป็นกองหน้า เดินตลอด … ตอน พ.ร.บ. ใหม่เนี่ยเราก็เพิ่มขึ้นไปเยอะนะ แต่เพียงแต่ว่าการกระจายอำนาจต่าง ๆ มันจะเกิดขึ้นอีก เพราะฉะนั้นอย่าคิดว่ามีระบบอากง มันคือระบบที่ท่านผู้ว่าฯ วางไว้ เป็นระบบใหม่ แล้วผมไม่เชื่อว่าระบบที่ไหนเคยทำ”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เขาจะดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ดังเดิมหรือไม่ นายต่อศักดิ์ตอบว่า “ต้องถามผู้ว่าฯ ผู้ว่าฯ เป็นคนตั้ง”
ย้อนอ่าน “เปิดใจ ต่อศักดิ์ โชติมงคล ผู้อยู่ท่ามกลางข้อครหา “ระบบอากง” ในทีมผู้ว่าฯ ชัชชาติ”

ที่มาของภาพ : HATAIKARN TREESUWAN/BBC THAI
นายต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำพรรคประชาชนอาจพลาดเป้าลำดับสอง ผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX
นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาชน นายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิเคราะห์การเมือง ระบุในรายการ “เลือกผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร อีกสักตั้ง: ไทยรัฐ เลือกตั้ง 69” ทางสถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวีว่า มีสองสาเหตุที่ทำให้ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาชน (ปชน.) อาจพลาดเป้าไม่ได้อันดับสองในการเลือกตั้งครั้งนี้
- สาเหตุแรก คือ การเปิดตัวช้า การจัดการของพรรคที่ช้าไม่สามารถหาคนมาลงสมัครได้ ขณะที่กระแสของผู้สมัครรายอื่นที่มาแรง
- สาเหตุที่สอง คือ ประสบการณ์การทำงานในฐานะ สส. ที่มีอยู่อย่างจำกัดของตัวแคนดิเดตพรรคอย่าง นายชัยวัฒน์ ซึ่งการอภิปรายส่วนใหญ่เป็นแนววิชาการทำให้ไม่มีความโดดเด่น โหวตเตอร์ชาว กรุงเทพมหานคร อาจเข้าไม่ถึง
“โจ นายชัยวัฒน์ เป็นคนเรียนเก่ง โปรไฟล์เรื่องการศึกษาดี แต่สำหรับชาวบ้าน ถ้าไม่มีชื่อพรรคประชาชนไปเกี่ยวข้อง ต้องยอมรับความจริงว่าชื่อของเขาคนไม่รู้จัก…พูดตรง ๆ แกไม่ แมส (มีชื่อเสียงในหมู่มาก)” นายศิโรตม์ กล่าว
“ชัชชาติ” หวังได้ ส.ก. ที่ “สะอาด สุจริต ทำงานเพื่อประชาชน”
เวลา 18.15 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ปรากฏตัวในห้องส่งของสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 (ช่อง 33) ซึ่งกำลังออกอากาศสดรายการ “ศึกชิงผู้ว่าฯ ชี้ชะตามหานคร” โดยใช้เวลาราว 3 นาที
นายชัชชาติกล่าวขอบคุณประชาชนชาว กรุงเทพมหานคร ทั้งที่เลือกและไม่เลือกเขา โดยระบุว่า ผู้ว่าฯ ต้องรับใช้ทุกคนเท่าเทียมกัน “สมัยสองก็เป็นอะไรที่หนักหนา คนที่ชนะก็ไม่ได้ดีใจ มีภารกิจหนักหน่วงรออยู่ข้างหน้า”
ผู้ดำเนินรายการถามว่า กลับมารอบนี้การตรวจสอบต้องเข้มข้นมาก นายชัชชาติตอบว่า “ดีเลยครับ เราก็พร้อม” ที่ผ่านมาประชาชนให้ความสำคัญมาก ไม่เฉพาะ กรุงเทพมหานคร ถ้าไม่ทำเรื่องนี้ก็อยู่ไม่ได้ ส่วนจะใช้ทีมงานเก่าหรือไม่ เขาบอกว่ายังมาได้คุยกัน
อย่างไรก็ตาม ว่าที่ผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร สมัยที่ 2 พูดถึง ส.ก. ที่คาดหวังว่า ขอให้สะอาด สุจริต ทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ให้เกียรติข้าราชการและประชาชนในการทำงาน

ที่มาของภาพ : Thai Recordsdata Pix
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร กกต.แถลงโต้ คริส โปตระนันทน์ ปมการใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ก. กรณีย้ายทะเบียนบ้าน
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ข่าวชี้แจงหลักเกณฑ์การใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร) และ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) หลังนายคริส โปตระนันทน์ สส.พรรคเศรษฐกิจ ระบุว่าไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ก. ได้ เนื่องจากเหตุย้ายทะเบียนบ้านไม่ถึง 1 ปี
เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เวลา 11.30 น. นายคริส ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนเรียกร้อง กกต. ให้เร่งแก้ไขระเบียบการเลือกตั้งท้องถิ่น หลังเขาเข้าลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร แต่ไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ก.ในเขตเดียวกันได้เนื่องจากได้ย้ายทะเบียนบ้านจากเขตพญาไทมายังเขตบางกอกใหญ่
เขาชี้ว่าตนเองและประชาชน “หลายพันคน” ต้อง “ถูกตัดสิทธิโดยไม่ตั้งใจเพราะความไม่ชัดเจนของระเบียบและการสื่อสารที่ไม่ทั่วถึง” จาก พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 ที่อนุญาตให้กลับไปใช้สิทธิในเขตเดิมได้ แต่ขณะเดียวกันกลับมีข้อกำหนดที่ระบุให้ผู้ย้ายทะเบียนบ้านไม่ถึง 1 ปี ต้องลงทะเบียนล่วงหน้ากับนายทะเบียนท้องถิ่นในเขตเลือกตั้งไม่น้อยกว่า10 วัน
หลังปิดหีบเวลา 17.00 น. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเผยแพร่ข่าวเลขที่341/2569 ชี้แจงต่อ ข้อร้องเรียนของนายคริสโดยแบ่งออกเป็นสองกรณี
- กรณีแรก ผู้มีสิทธิเลือกตั้งย้ายทะเบียนบ้าน สามารถไปใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือก ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้บริหารท้องถิ่น) ในหน่วยเลือกตั้งที่เขตใหม่ ตามที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านปัจจุบันได้เลย
- ส่วนกรณีสิทธิการเลือกตั้ง ส.ก. (สมาชิกสภาท้องถิ่น) นั้น ผู้มีสิทธิเลือกตั้งส.ก. จะต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจนถึงวันเลือกตั้งจึงจะมีสิทธิเลือกตั้งส.ก.ได้ หรือหากย้ายมาจากเขตการเลือกตั้งอื่น สิทธิการเลือกตั้งส.ก.จะยังคงอยู่ในเขตเดิมที่เคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเป็นครั้งสุดท้ายติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี (ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 แก้ที่แก้ไขเพิ่มเติม ม. 38)
ทั้งนี้ กกต. อธิบายเพิ่มเติมว่า หากต้องการให้สิทธิเลือกตั้ง ส.ก. ในเขตที่เคยมีชื่อในทะเบียนบ้านอยู่เดิมนั้น ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องยื่นคำขอเพิ่มชื่อในบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้งตาม แบบ ส.ถ./ผ.ถ. 1/7 ต่อ “นายทะเบียนท้องถิ่นในเขตเลือกตั้ง” ก่อนถึงวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 วัน
ปลัด กรุงเทพมหานคร ระบุหน่วยเลือกตั้งแก้ไขสถานการณ์ฝนตกได้เรียบร้อยจนปิดหีบ
เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร รักษาการผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้ง กรุงเทพมหานคร แถลงข่าวสรุปสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ (28 มิ.ย.) ตั้งแต่ช่วงเช้าจนปิดหีบในเวลา 17.00 น.
ส่วนหนึ่งในการแถลงข่าว เขาระบุถึงเหตุการณ์ฝนตก-พายุลมแรงในหลายพื้นที่หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งทำให้เกิดความเสียหาย เช่น ป้ายประชาสัมพันธ์ หรือ การต้องขยับอย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่า การนับคะแนนคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเวลา 22.00 น. ตามที่เคยให้ข่าวก่อนหน้านี้

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX
เกิดเหตุฝนตก-ลมแรงในหลายพื้นที่หน่วยเลือกตั้ง “อนุชา” ประกาศยอมรับความพ่ายแพ้เป็นคนแรก พร้อมขอบคุณทุกคะแนนเสียง
นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครเข้าชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวที่พรรคประชาธิปัตย์ในเวลาราว 17.forty five น. ยอมรับผลการเลือกตั้ง หลังคะแนนโพลหลังปิดหีบเวลา 17.00 น. ระบุว่านายชัชชาติ สิทธิพันธุ์จะได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร อย่างท่วมท้น
นายอนุชาระบุว่า ตนยังคาดหวังว่านโยบายที่ตนและพรรคประชาธิปัตย์ทำขึ้นควรถูกนำไปใช้ประโยชน์ต่อ ไม่ควรจบลงเพียงผลการเลือกตั้ง ทั้งยังเปิดกว้างให้มีการต่อยอดหรือเสริมเข้ากับแนวทางของผู้นำคนอื่น เช่น นายชัชชาติ โดยพร้อมให้การสนับสนุน
ในขณะเดียวกันเขาขอบคุณประชาชน สื่อมวลชน ผู้สนับสนุน และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่ยังคงให้ความเชื่อมั่น รวมถึงผู้ที่ให้กำลังใจเขาและพรรคประชาธิปัตย์ ตลอดจนแสดงความขอบคุณต่อผู้บริหารพรรคและผู้สมัคร ส.ก. ทั้ง 50 เขต ที่ร่วมลงพื้นที่พบปะประชาชน และช่วยสะท้อนปัญหาจากหลากหลายกลุ่ม
“ขอบคุณประชาชนที่ให้กำลังใจกับ ปชป. ที่ผ่านมา แม้ไม่เคยเลือกพรรคประชาธิปัตย์ก็ตาม และหากครั้งนี้เป็นการเลือกครั้งแรกก็ขอให้ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย”
เขายังระบุอีกว่า เขาไม่ได้คิดว่า 6 สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นการขอคะแนนเสียง แต่เป็นโอกาสในการพบปะประชาชน นำเสนอนโยบายและให้เข้าใจพี่น้อง และยืนยันว่าแม้ไม่ได้รับการเลือกตั้งแต่ก็จะยังเป็นผู้ประสานงานที่ดีในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของประชาชนในทุกปัญหาที่เกิดขึ้น

ที่มาของภาพ : Thai Recordsdata Pix
นายอนุชา บูรพชัยศรี เสียงสะท้อนจากโหวตเตอร์หลังปิดหีบ
Article Recordsdata- Writer, ปณิศา เอมโอชา
- Arrangement, ผู้สื่อข่าว.
ประภา ชุมพลรักษ์ อายุ 53 ปี ผู้มีสิทธิเลือกตั้งฯ ที่อาศัยอยู่เขตคลองเตยบอกกับ. ณ บริเวณสเตเดียม วัน ว่าเธอลงคะแนนเสียงให้กับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว และพึงพอใจกับผลงานของเขาตลอด 4 ปีที่ผ่านมา
“รอบแรกโหวตให้มาแล้ว เห็นอาจารย์จะทำอะไรเยอะมาก เราก็เลยอยากลองดูว่าอาจารย์จะทำได้จริงไหม แล้วพอผ่านมา 4 ปี เราก็เห็นการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องถนน ต้นไม้สีเขียว ทางเท้า”
เมื่อถามต่อว่าหากนายชัชชาติชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ มีอะไรที่เธออยากให้เขาปรับปรุงหรือพัฒนาเพิ่มเติมหรือไม่ เธอบอกว่า ปัญหาในการดำเนินงานของเขตไม่เป็นระบบมากนัก “ระบบทำงานไม่มี คือ มันต้องทำงานตามหน้าที่ของตัวเอง นึกออกไหมคะ รับผิดชอบตัวเอง ไม่ใช่ว่าเป็นเด็กใคร… คิดว่าถ้าอาจารย์ ได้อีก 4 ปี น่าจะดีขึ้น”
ด้านวิฑูรย์ สุทธศิริ ชาวกรุงเทพมหานครที่ไม่ประสงค์ระบุว่าตัวเองสนับสนุนผู้สมัครชิงตำแหน่งเก้าอี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ผู้ใด บอกกับ.ว่า เขาคาดหวังให้ผู้ว่าฯ คนใหม่เข้ามาจัดการกับประเด็นเรื่องการจราจรเป็นอันดับแรก เนื่องจากเขามองว่าการจราจรของ กรุงเทพมหานครติดขัดขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ในฐานะเจ้าของสัตว์เลี้ยงเขาเสริมว่าอยากให้ กรุงเทพมหานครมีสถานที่หรือสวนสาธารณะที่รองรับสัตว์เลี้ยงเพิ่มมากขึ้น
“อยากให้มีสวนสาธารณะที่สามารถนำสุนัขไปวิ่งได้ แต่ดูในกรุงเทพฯ แล้วมัยไม่ค่อยจะมี มันน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นเอกชนเป็นส่วนใหญ่” วิฑูรย์ กล่าว
เมื่อสอบถามให้เขาวิจารณ์การทำงานของนายชัชชาติ ชาว กรุงเทพมหานครผู้นี้บอกว่า ประเด็นเรื่องฟุตบาท รวมไปถึงการจัดการหาบเร่แผงลอยนับว่าทำได้ดีขึ้น

ที่มาของภาพ : Wasawat Lukharang / BBC Thai
ประภา ชุมพลรักษ์ 
ที่มาของภาพ : Wasawat Lukharang / BBC Thai
วิฑูรย์ สุทธศิริ ชาว กรุงเทพมหานคร อยากให้ผู้ว่าฯ คนต่อไปแก้ปัญหาอะไร แล้วปัญหานั้นอยู่ในอำนาจผู้ว่าฯ จริงหรือ
ก่อนหน้านี้ .สัมภาษณ์ชาวกรุงเทพฯ โดยชวนจัดลำดับปัญหาที่ต้องการให้ผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร คนต่อไปช่วยจัดการ โดยปัญหาที่คนส่วนใหญ่ที่.พูดคุยด้วยบอกว่าอยากให้ “ทำทันที” ก็อย่างเช่น ปัญหารถติด, ทางเดินฟุตบาทเป็นหลุมเป็นบ่อ, การจัดการขยะ, และการระบายน้ำ
แต่ปัญหาเหล่านี้อยู่ในอำนาจของผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร แค่ไหน
รศ.ดร.วิศณุ ทรัพย์สมพล อดีตรองผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร บอกกับ.ว่าอำนาจของผู้ว่าฯ “ครอบคลุมในฟังก์ชัน (feature) ของกรุงเทพฯ ที่ให้บริการประชาชน แต่มันไม่เบ็ดเสร็จ”
เขาบอกด้วยว่าการจัดการขยะและการระบายน้ำเป็นหน้าที่ กรุงเทพมหานคร แต่ปัญหาทางเท้าในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ก็ไม่ได้อยู่ในความดูแลของ กรุงเทพมหานคร ทั้งหมด
เขายกตัวอย่างถนนที่อยู่ในพื้นที่ กรุงเทพฯ แต่ไม่ได้อยู่ในการดูแลของ กรุงเทพฯ เช่น ถนนพระรามสอง, ถนนวิภาวดี, และถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งล้วนอยู่ในความดูแลของกรมทางหลวง
“ถึงแม้อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ก็จริง แต่ทางเท้า ระบายน้ำ ไฟแสงสว่างไม่พอในถนนเส้นเหล่านี้จะอยู่ในความดูแลของหน่วยงานอื่น….เรามีข้อจำกัดว่าเราไม่สามารถเอางบประมาณเราไปลงพื้นที่ที่ไม่ใช่ของ กรุงเทพมหานคร หรือไม่ใช่พื้นที่สาธารณะได้” รศ.ดร.วิศณุ อธิบาย

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX
ชาวกรุงเทพฯ จัดลำดับปัญหาที่ต้องการให้ผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร คนต่อไปช่วยจัดการ โดยปัญหาที่คนส่วนใหญ่ที่.พูดคุยด้วยบอกว่าอยากให้ผู้ว่าฯ แก้ คือ ปัญหารถติด และ ทางเดินฟุตบาทเป็นหลุมเป็นบ่อ คำบรรยายวิดีโอ, ฟัง Gen Z จัดเทียร์ลิสต์แก้ปัญหาใน กรุงเทพมหานคร ตอนที่.2 กกต.กรุงเทพมหานคร คาดรู้ผลไม่เกิน 4 ทุ่ม
นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังการออกตรวจเยี่ยมการดำเนินการจัดเลือกตั้งบริเวณตลาดห้าแยกพระยาสุเรนทร์ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 08.00 น. ว่าภาพรวมตั้งแต่เช้าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งทั้ง 6,628 หน่วย ได้รับมอบหีบบัตรเลือกตั้งและวัสดุอุปกรณ์ตั้งแต่ช่วงเวลา 04.00–06.00 น. ก่อนนำไปประจำยังหน่วยเลือกตั้งทุกแห่ง
การคาดการณ์สภาพอากาศวันนี้ กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่ โดยอาจมีฝนตกในบางช่วงของวัน นายณรงค์ระบุว่า สำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขตทุกแห่งได้เตรียมแผนเผชิญเหตุ ทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำ และวัสดุอุปกรณ์ เพื่อรองรับและแก้ไขสถานการณ์
ส่วนการติดตามผลการเลือกตั้ง กรุงเทพมหานคร ได้จัดตั้งศูนย์รวบรวมและประมวลผลการเลือกตั้งที่ห้องรัตนโกสินทร์ ชั้นล่าง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เพื่อรวบรวมผลคะแนนแบบเรียลไทม์ หลังปิดหีบเลือกตั้งเวลา 17.00 น. แต่ละหน่วยจะนับคะแนน ส่งผลมายังสำนักงานเขตเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ก่อนส่งเข้าสู่ศูนย์กลาง ซึ่งคาดว่าจะสามารถรวบรวมผลคะแนนจากทั้ง 6,628 หน่วยได้ภายในเวลาไม่เกิน 22.00 น. หากไม่มีเหตุขัดข้อง

ที่มาของภาพ : กรุงเทพมหานคร
นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่าผลการเลือกตั้งน่าจะทราบไม่เกิน 4 ทุ่มวันนี้ หากไม่ไปเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร และ ส.ก. จะถูกจำกัดสิทธิอะไรบ้างในอนาคต
หากไม่ไปเลือกตั้งและไม่แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง จะถูกจำกัดสิทธิเหล่านี้ครั้งละ 2 ปี นับตั้งแต่วันเลือกตั้งที่ ไม่ไปใช้สิทธิ
- สิทธิสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือ สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.)
- สิทธิสมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน
- สิทธิเข้าชื่อร้องขอถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือ ผู้บริหารท้องถิ่น
- สิทธิดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองและข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง
- สิทธิดำรงตำแหน่งอื่น ๆ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามที่กฎหมายกำหนด
หากไปใช้สิทธิไม่ได้ต้องทำอย่างไร
แจ้งต่อนายทะเบียนหรือผ่านช่องทางออนไลน์ภายใน 7 วัน ก่อนวันเลือกตั้ง หรือภายใน 7 วันนับตั้งแต่วันเลือกตั้ง เช่น ผ่านทางแอปพลิเคชัน Neat Vote ของ กกต. หรือ เว็บไซต์สำนักบริหารการทะเบียน กระทรวงมหาดไทย
.รายงานผลการเลือกตั้งแบบเรียลไทม์
คุณผู้อ่านสามารถติดตามผลการนับคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร และ ส.ก. เบื้องต้น และอัปเดตผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการที่จะมีการอัปเดตแบบเรียลไทม์อย่างต่อเนื่อง โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลผลการเลือกตั้งทั้ง กรุงเทพมหานคร หรือแยกดูผลการเลือกตั้งแบบรายเขต ได้ที่นี่ เลือกตั้งผู้ว่า : ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร และ ส.ก. 2569 แบบเรียลไทม์ – BBC Recordsdata ไทย

ที่มาของภาพ : Thai Recordsdata Pix
นิด้าโพลเผยผลสำรวจสัปดาห์สุดท้าย ชัชชาติมีลุ้นผู้ว่าฯ 2 ล้านเสียง
ภายหลังปิดหีบเลือกตั้งเวลา 17.00 น. สำนักวิจัยต่าง ๆ ได้เผยแพร่ตัวเลขคาดการณ์ผลการเลือกผู้ว่า กรุงเทพมหานคร โดยส่วนหนึ่งเป็นการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนก่อนถึงวันเลือกตั้ง ร่วมกับการวิเคราะห์
ผลสำรวจของนิด้าโพล ช่วง 22-25 มิ.ย. พบว่า คน กรุงเทพมหานคร ตัดสินใจเลือก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (อิสระ) เป็นผู้ว่าฯ มากที่สุด ในสัดส่วน 73.70% ทั้งนี้หากมีผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 60-64% เขาจะมีโอกาสได้คะแนน 1.93-2.12 ล้านเสียง และถ้ามีผู้มาใช้สิทธิเกิน 65% เขาจะได้คะแนน 2.15 ล้านเสียง
- อันดับ 2 นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข (อิสระ) ในสัดส่วน 12.10% ทั้งนี้หากมีผู้ออกมาใช้สิทธิ 60-64% เธอจะมีโอกาสได้คะแนน 3.27-3.49 แสนเสียง
- อันดับ 3 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (พรรคประชาชน) ในสัดส่วน 3.43% มีโอกาสได้คะแนน 2.26-2.41 แสนเสียง
- อันดับ 4 นายอนุชา บูรพชัยศรี (พรรคประชาธิปัตย์) ในสัดส่วน 3.43% มีโอกาสได้คะแนนต่ำแสนคือ 9.27-9.89 หมื่นเสียง
- อันดับ 5 หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี (อิสระ) ในสัดส่วน 1.4% มีโอกาสได้คะแนน 3.78-4.03 หมื่นเสียง
ขณะที่ผลสำรวจของสถาบันพระปกเกล้า หรือ KPI Ballotช่วง 22-25 มิ.ย. พบว่า คน กรุงเทพมหานคร ตัดสินใจเลือกนายชัชชาติ 53.6% ขณะที่นายชัยวัฒน์ ตามมาเป็นอันดับ 2 ที่ 12% และอันดับ 3 นางมัลลิกา 9.8%, อันดับ 4 นายอนุชา 6.6%
ส่วนผลการเลือกสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) คาดการณ์ว่า
- อันดับ 1 ผู้สมัครจากพรรคประชาชน มีแนวโน้มได้ที่นั่งสูงสุด 22 ที่นั่ง (คลาดเคลื่อนประมาณ ±2 ที่นั่ง)
- อันดับ 2 ผู้สมัครจาก “กลุ่มคนทำงาน” 10 ที่นั่ง (คลาดเคลื่อนประมาณ ±2 ที่นั่ง)
- อันดับ 3 ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย 6 ที่นั่ง (คลาดเคลื่อนประมาณ ±2 ที่นั่ง)
- อันดับ 4 ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ 6 ที่นั่ง
- อันดับ 5 ผู้สมัครจากกลุ่ม Better Bangkok 2 ที่นั่ง
- ผู้สมัครกลุ่มอิสระคนอื่น ๆ 4 ที่นั่ง
เหตุใดจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร และ ส.ก. ไม่เท่ากัน
จากข้อมูลของ กกต. ได้อธิบายถึงเหตุผลที่จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร และ ส.ก. ไม่เท่ากันว่า เป็นเพราะกฎหมายกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร “ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง” เช่นเดียวกับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ก. ที่ “ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเขตเลือกตั้งครบ 1 ปี”
นั่นหมายความว่าหากคุณใช้ชีวิตในเมืองกรุงและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านใน กรุงเทพมหานคร ติดต่อกันครบ 1 ปี (ก่อนวันที่ 28 มิ.ย. 2569) ไม่ว่าจะอยู่ในเขตใด หรือย้ายที่อยู่มาแล้วกี่เขต ก็จะเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ แต่สำหรับ ส.ก. หากคุณย้ายชื่อออกจากทะเบียนบ้านในเขตหนึ่งไปอยู่อีกเขตหนึ่งไม่ครบปี ก็จะไม่มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ก. ในเขตใหม่/เขตที่อยู่ปัจจุบัน ต้องทำการขอเพิ่มชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ก. ในเขตเลือกตั้งซึ่งเป็นที่อยู่เดิม

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX
จำนวนผู้สมัครเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ และ ส.ก. ลดลงจากครั้งที่แล้ว “เกือบครึ่ง”
ผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร
ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ปี 2565 มีผู้ลงสมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ทั้งสิ้น 31 คน สังกัดพรรคการเมือง 6 คน ลงสมัครในนามอิสระ 25 คน
ส่วนในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ครั้งนี้ มีผู้ลงสมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร เพียง 18 คน สังกัดพรรคการเมือง 3 คน และลงสมัครในนามอิสระ 15 คน
ส.ก.
ในการเลือกตั้ง ส.ก. เมื่อปี 2565 มีผู้สมัครทั้งสิ้น 482 คน แต่หลังจากตรวจสอบคุณสมบัติของ กกต. เหลือผู้สมัครทั้งสิ้น 378 คน
ในปีนี้ มีผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ก. ทั้งหมด 258 คน โดย พรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ เป็น 2 พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครครบทั้ง 50 เขต พรรคเศรษฐกิจส่งผู้สมัคร ส.ก. forty five เขต ส่วนกลุ่ม เพื่อไทย Existence ลงตัว ส่งผู้สมัครจำนวน 12 เขต และกลุ่มคนทำงาน ส่งผู้สมัคร 33 เขต ส่วนผู้สมัครคนอื่น ๆ ที่เหลือเป็นผู้สมัครอิสระ หรือมาจากกลุ่มอื่น ๆ เช่น กลุ่ม Better Bangkok หรือ กลุ่มมีนบุรีพึ่งได้ เป็นต้น

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX
จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ และ ส.ก. ที่เพิ่มขึ้น และจำนวนคูหาที่ลดลง
ในปีนี้ ชาว กรุงเทพมหานคร มีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร (จำนวนผู้มีสิทธิ์ – เลือกตั้งกรุงเทพ69) 4,431,983 คน เพิ่มขึ้นมาจากการเลือกตั้งครั้งก่อนเมื่อปี 2565 ที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ 4,402,941 คน ขณะที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ก. มีจำนวน 4,389,122 คน เพิ่มขึ้นมาจากการเลือกตั้งครั้งก่อนเมื่อปี 2565 ที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ก. 4,357,093 คน
ทว่า จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มากขึ้นสวนทางกลับจำนวนหน่วยเลือกตั้งที่มีจำนวนลดลงจาก 6,817 หน่วยในปี 2565 เหลือ 6,628 หน่วยในปีนี้
สำหรับในการเลือกตั้ง กรุงเทพมหานคร ปี 2565 มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 60.73%

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX
ชัยวัฒน์-อนุชา ออกมาใช้สิทธิ
ส่วนนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาชน เดินทางไปใช้สิทธิที่วัดพิกุล เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ในช่วงสายของวัน เขาบอกว่าบรรยากาศการเลือกตั้งไม่ค่อยคึกคักมากนัก
“น่าเสียดายที่การเลือกตั้งท้องถิ่น การเลือกตั้งผู้ว่าฯ ส.ก. ของกรุงเทพฯ ไม่ได้มีการเลือกตั้งนอกเขตหรือการเลือกตั้งล่วงหน้า อาจทำให้คนที่ต้องทำงานในวันอาทิตย์หรือคนกรุงเทพฯ ที่ไม่ได้อยู่ในภูมิลำเนาของตนเองได้เสียสิทธิไป” เขากล่าว
นายชัยวัฒน์ยอมรับว่าหากมีผู้ออกมาใช้สิทธิน้อยก็อาจกระทบกับฐานเสียงของตัวเขาเอง แต่ก็มองว่าผู้สมัครคนอื่น ๆ ได้รับผลกระทบจากประเด็นนี้ไม่ต่างกัน ดังนั้นเขาจึงอยากเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกันเยอะ ๆ รวมถึงเชิญชวนให้ประชาชนติดตามการนับคะแนนหลังปิดคูหาด้วย เพื่อร่วมกันพิสูจน์ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม และเป็นส่วนหนึ่งของการปกป้องเสียงโหวตของตัวเอง
ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้งบริเวณเต็นท์ในโรงแรมนานาใต้ สุขุมวิท ซอย 4 เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลาประมาณ 10.17 น. โดยหลังจากหย่อนบัตรเลือกตั้ง เขาได้กล่าวเชิญชวนคน กรุงเทพมหานคร ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง พร้อมแสดงความเห็นว่าการไม่มีเลือกตั้งล่วงหน้าและนอกเขต ก็อาจทำให้ผู้มีสิทธิบางคนไม่สะดวกออกมาใช้สิทธิจากที่รับฟังเสียงของประชาชนมาก่อนหน้านี้
ผู้สมัครชิงผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร จากพรรคสีฟ้า กล่าวด้วยว่า “เมื่อเช้านี้ตื่นตามปกติ ตามเวลาของร่างกาย หกวันต่อสัปดาห์คือตีสี่ ตื่นมาไหว้พระ นั่งสมาธิ” ก่อนจะออกมาเลือกตั้ง และช่วงเย็นจะเดินทางไปที่พรรคประชาธิปัตย์เพื่อติดตามการนับคะแนน

ที่มาของภาพ : Thai Recordsdata Pix
นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาชน 
ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX
นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ ใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้งที่ 7 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ทักษิณเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 20 ปี บอก “ไม่รู้ว่าหันก้นออกหรือหันก้นเข้าดี”
ด้านนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 เดินทางไปเลือกตั้งที่โรงเรียนพิมลวิทย์ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น.
หลังหย่อนบัตรแล้วเขาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่ไปเฝ้ารอสัมภาษณ์อดีตนายกรัฐมนตรีผู้นี้เป็นจำนวนมากว่า “รู้สึกตื่นเต้น” และ “ดีใจ” เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 20 ปี นับตั้งแต่ถูกรัฐประหารในปี 2549 จนเขาต้องลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ
“ไม่ได้ใช้สิทธิมา 20 ปี รู้สึกเก้ ๆ กัง ๆ” เขาบอกกับผู้สื่อข่าว “กลัวทำไม่เป็น ไม่รู้ว่าหันก้นออกหรือหันก้นเข้าดี กลัวจะผิดรัฐธรรมนูญอยู่” นายทักษิณกล่าว
เมื่อถูกถามว่าต้องการผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร แบบไหน นายทักษิณบอกว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองใหญ่ที่มีผู้คนเข้ามาอยู่จำนวนมาก เรื่องสำคัญของเมืองนี้คือโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอ ความสะอาด และการจราจร เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกันทำ “แม้งบประมาณน้อยไปนิดนึง” หากเทียบกับขนาดเมือง ดังนั้นคนเข้ามาเป็นผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร “ต้องทำงานเป็น ทุ่มเท ไม่งั้นลอยไปลอยมา”
นี่เป็นความเคลื่อนไหวที่นายทักษิณปรากฏตัวครั้งที่สอง หลังจากเขามีสถานะเป็นบุคคลพ้นโทษโดยสมบูรณ์ จากการได้รับพระราชทานอภัยโทษ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ที่ผ่านมา

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX
นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี “รู้สึกตื่นเต้น” และ “ดีใจ” เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 20 ปี บรรยากาศเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร – ส.ก. ช่วงเปิดคูหาเช้านี้
ตั้งแต่คูหายังไม่เปิด นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ในนามอิสระ ปั่นจักรยานมาใช้สิทธิที่โรงเรียนแจ่มจันทร์ เขตวัฒนา เขาบอกว่าต้องการเห็นประชาชนออกมาใช้สิทธิมากกว่า 80% ให้เป็นประวัติการณ์ จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิกันมาก ๆ
เช่นเดียวกับนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ที่ออกมาใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้งในเขตตลิ่งชันตั้งแต่เปิดคูหา โดยเขาบอกว่า “เชื่อว่าคนกรุงเทพฯ ต้องการเห็นการเมืองระดับท้องถิ่นที่มีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น ก็เชิญชวนให้ทุกคนออกมาเลือกตั้งกันเยอะ ๆ”ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ในนามอิสระ เดินทางมาใช้สิทธิที่ รร.เศรษฐเสถียร เขตดุสิต และให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า “มีความสบายใจว่าได้ทำเต็มที่ที่สุดแล้ว ทำทุกอย่างที่ครบถ้วนแล้วตามที่ต้องทำ”
ส่วนบรรยากาศในเขตอื่น ๆ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเริ่มทยอยออกไปใช้สิทธิแล้ว กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่าวันนี้ กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล จะมีฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ผู้ใช้สิทธิตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกไปเลือกตั้ง

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ออกมาลงคะแนนเสียงเป็นคนแรกของหน่วยเลือกตั้งโรงเรียนแจ่มจันทร์ เอกมัย 21 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 08.00 น. 
ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX
นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร เดินทางมาใช้สิทธิที่ โรงเรียนเศรษฐเสถียร เขตดุสิต เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. 
ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX

ที่มาของภาพ : THAI NEWS PIX



































