
“ทุกคนหยุดขยับ!” ความเงียบงันอันเจ็บปวดเมื่อกู้ภัยชาวเวเนซุเอลาพยายามเงี่ยหูฟังหาผู้รอดชีวิต

- Creator, นอร์เบร์โต ปาเรเดส
- Characteristic, บีบีซีมุนโด (แผนกภาษาสเปน)
- Reporting from, รายงานจากเมืองลาไกวรา เวเนซุเอลา
- Published
- เวลาอ่าน: 5 นาที
บนกองภูเขาง่อนแง่นขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยคอนกรีต เศษเหล็ก และฝุ่นผง คนหลายสิบคนกำลังช่วยกันรื้อเศษซากเหล่านั้นโดยหวังว่าจะเจอผู้รอดชีวิตหรือไม่ก็ร่างที่ไร้วิญญาณ
ทันใดนั้นทุกอย่างก็หยุดลง มีเสียงตะโกน ผู้คนวิ่งไปโอบกอดกัน เมื่อชายคนหนึ่งคิดว่าเขาได้ยินเสียงบางอย่างภายใต้กองซากนั้น
“โอ้พระเจ้า ขอบคุณ” หญิงคนหนึ่งกรีดเสียงร้องด้วยความยินดี ขณะที่อีกคนร้องถามว่า “จริงหรือ” ด้วยท่าทียังไม่ปักใจเชื่อ
ข่าวที่หล่อเลี้ยงความหวังนี้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วรอบชุมชนมาริโอลาและมาริเบล ใกล้กับชายหาดในเมืองลาไกวรา ซึ่งก่อนหน้าเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันพุธที่แล้ว (24 มิ.ย.) ชายหาดแห่งนี้เต็มไปด้วยผู้คนที่นอนอาบแสงแดดอย่างมีความสุข
อาคารสูงสองแห่งที่อยู่ในกลุ่มอาคาร มีเพียงหลังเดียวเท่านั้นที่ยังคงยืนหยัดได้ แม้ว่ามันจะโงนเงนจนดูเหมือนอาจล้มลงมาได้ทุกเมื่อ ขณะที่อาคารอีกหลังดูเหมือนถูกธรณีสูบลงไป
เจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายคนวิ่งลงไปบนถนนและส่งสัญญาณให้ดับเครื่องยนต์ และให้หยุดการใช้เครนหรือการขุดเจาะใด ๆ จนเสียงรบกวนค่อย ๆ เงียบลง
กู้ภัยพากันปีนขึ้นไปบนกองเศษซาก คุกเข่าลง และก้มศีรษะ
“ได้โปรด ให้พวกเราได้ฟังเสียง อย่าส่งเสียงดัง ดูเหมือนว่ามีบางคนอยู่ในนี้” หนึ่งคนตะโกนลงมาจากซากปรักหักพังด้านบน จากนั้นก็มีการร้องบอกว่า “ชู่ววว… เงียบหน่อย” ตามมาอยู่เรื่อย ๆ
Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue discovering outได้รับความนิยมสูงสุดof ได้รับความนิยมสูงสุด
ผู้คนกลั้นหายใจ ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่วิธีที่พวกเขาจะช่วยได้ ความหวังก่อตัวขึ้นว่าจะมีการช่วยเหลือผู้รอดชีวิตได้อีกคน หลังจากเมื่อวันเสาร์ (27 มิ.ย.) พบผู้รอดชีวิต 33 คน ทว่า ความคิดในการมองโลกในแง่ดีนั้นลดน้อยถอยลงเรื่อย ๆ ในทุกชั่วโมงที่ผ่านไป
“พูดอะไรซักอย่างให้พวกเราได้ยินได้ไหมครับ” มีบางคนตะโกนขึ้นมาอย่างสิ้นหวัง ไปยังใครไม่รู้ที่อาจเป็นผู้ตอบรับ ที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้คอนกรีตหนักหลายพันตัน “พวกเราคือทีมช่วยเหลือ”
นั่นคือไม่กี่ประโยคที่ทำลายความเงียบอันเกือบจะศักดิ์สิทธิ์ เป็นเวลา 10 นาทีที่ทุกอย่างดูเหมือนจะหยุดนิ่ง
ไม่มีเสียงใดดังมาจากกองซากคอนกรีตนั้น และผู้เชี่ยวชาญก็ประกาศว่านี่คือการแจ้งเบาะแสที่ผิดพลาด ผู้คนมีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
ชาวบ้านที่อาศัยใกล้เคียงได้แจ้งทีมผู้เชี่ยวชาญซึ่งอยู่ใกล้เคียง พวกเขามาถึงภายในไม่กี่นาที แต่ก็จากไปอีกครั้งด้วยความรวดเร็วพอ ๆ กัน

กระนั้น รอนนี นาบาร์โร ยังไม่พร้อมจะยอมแพ้
เขามาถึงที่นี่เมื่อวันเสาร์ (27 มิ.ย.) โดยเดินทางมาจากเมืองปูเอร์โต ลา ครูซ ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองลาไกวราราว 350 กม. เพื่อจะช่วยดึงคุณลุงของเขาออกมาจากซากปรักหักพัง
เขาดูเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด ทว่าเขามองไปยังเพื่อน ๆ ที่ยังคงพยายามจะย้ายเศษซากอาคารต่าง ๆ
“มีร่างคนอยู่ที่นี่ ติดอยู่ข้างใน ญาติ ๆ ของคนที่อาศัยอยู่ที่นี่กำลังช่วยกัน เพราะรัฐบาลไม่อยากช่วยเรา” เขาบอก
“เจ้าหน้าที่ไม่พูดอะไรเลย พวกเขาผ่านมา ดูแว้บ ๆ แล้วก็ไป เพราะไม่มีญาติพวกเขาอยู่ในนั้น…”
ยังไม่มีข่าวใด ๆ เกี่ยวกับคุณลุงของเขา “พวกเขายังไม่ได้ดึงเขา (คุณลุง) ออกมา” รอนนีกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ช่วงเวลาเพียงไม่กี่นาทีก่อนหน้าที่หลายคนยังรู้สึกได้ถึงความหวัง เปลี่ยนผันเป็นความคับข้องใจในเวลาอันรวดเร็ว และความคับข้องใจที่เกิดขึ้นที่นี่ รวมถึงทั่วเมืองลาไกวรา เริ่มกลับกลายเป็นความโกรธเกรี้ยว
ซูลี มาริน นักชีววิทยาวัย 66 ปี อาศัยอยู่ในชุมชนมาริโอลาและมาริเบลมากว่าทศวรรษแล้ว เธอออกไปช็อปปิงข้างนอกก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวขึ้น และตัดสินใจแวะไปหาพ่อแทนที่จะกลับบ้านเลย
นั่นคือการตัดสินใจที่ช่วยชีวิตเธอไว้
“ฉันสูญเสียหลานสาวและน้องเขยไปแล้ว” เธอบอกกับบีบีซีมุนโด “กระบวนการช่วยเหลือมีความล่าช้า ฉันคิดว่าถ้า เจ้าหน้าที่ มาถึงไวกว่านี้ หลายคนน่าจะยังรอดชีวิต”

ใกล้ ๆ กัน เบลคีส์ บาเลซิโย กำลังมองดูเครื่องจักรกลหนักที่ทำงานอยู่บนถนนสายหลักและอาคารใกล้เคียง
“น้องชายของฉัน หลานชายของฉัน และน้องสะใภ้ของฉันอยู่ที่ชั้นแรกของอาคารนั่น ถูกฝังอยู่” เธอกล่าว
เธอบอกว่าเธอได้รับแจ้งว่าเครื่องจักรกลหนักควรจะถูกนำมาใช้ก็ต่อเมื่อการค้นหาและช่วยเหลือสิ้นสุดลงแล้วเท่านั้น
“เพิ่งจะผ่านไปสี่วันเอง” เธอกล่าว
อาคารหลังที่น้องชายของเบลคีส์พักอาศัยในกลุ่มอาคารการิเบ พังถล่มลงมาโดยสมบูรณ์ กระนั้นสามครอบครัวยังคงเฝ้าขุดซากอาคารเพื่อจะดึงคนที่พวกเขารักออกมาจากกองซากนั้น
“พวกเขาดึงศwออกมาหลายศwแล้ว และยังมีอยู่ในนั้นอีก” เธอกล่าว
เมื่อแสงตะวันลับฟ้า ความแข็งขันกลับคืนมาในช่วงสั้น ๆ บนกองซากปรักหักพังที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นกลุ่มอาคารการิเบ คนบนนั้นเคลื่อนไหวอย่างรีบเร่ง ในขณะที่คนอื่น ๆ วิ่งไปตามถนนเพื่อขอให้ทุกคนเงียบเสียง มีนางพยาบาลกลุ่มหนึ่งเข้ามาที่นี่ ทุกคนอยากช่วย
ชายหนุ่มคนหนึ่งบอกว่าเขาได้ยินเสียงใครบางคนข้างในกองคอนกรีต
“น้ำ น้ำ! เอาน้ำมาให้กู้ภัยหน่อย” บางคนตะโกนขึ้นมาในขณะที่ชายหลายสิบคนกำลังเร่งมือ
แต่นี่คืออีกครั้งที่มีการประกาศว่าสัญญาณผิดพลาด และครึ่งชั่วโมงจากนั้น ลึกลงไปภายใต้กองเศษซาก มีผู้พบเห็นสองร่างในสภาพแน่นิ่งไม่ไหวติง













