
.
ไม่เพียงหมายถึงแผ่นดินถล่มในระดับลึกซึ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ภูมิทัศน์บริเวณนั้น หากแต่บางครั้งยังก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิขึ้นในทะเลสาบ อ่าว หรือลำน้ำสาขา โดยมีความสูงของคลื่นไม่ต่ำกว่า 150 เมตรตามมาได้ ที่น่ากลัวไปกว่านั้นคลื่นยักษ์นี้ยังสามารถเดินทางไปได้ไกลถึง 65 กิโลเมตร มีโอกาสทำลายล้างชุมชนเมืองต่างๆ ให้ราบพนาสูญได้ ภายในเวลาไม่กี่นาที
.
ด้วยการเกิดแผ่นดินถล่มแต่ละครั้งก่อให้เกิดความเสียหายทั้งต่อชีวิต ทรัพย์สิน และทรัพยากรธรรมชาติ ยากที่จะประเมินค่า นักวิทยาศาสตร์ นักธรณีวิทยาจากรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกา และนักธรณีวิทยาอิสระจากนานาประเทศจึงใช้ความพยายามอย่างหนักในการศึกษา วิจัย และเก็บข้อมูลภาคสนาม หวังเรียนรู้กลไกการเกิดแผ่นดินถล่มในระดับลึกให้แน่ชัด เพื่อหาแนว ทางการรับมือครั้งต่อๆ ไป หมายให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด
.
แม้ว่า ตอนนี้คำตอบที่เหล่านักวิจัยต้องการจะยังเป็น “กล่องดำสนิท” แต่อย่างน้อยพวกเขาก็เชื่อว่า หากยังพยายามต่อไปย่อมเกิดผลดีมากกว่าการล้มเลิกอย่างแน่นอน
.
อ่านเรื่องราว “ถอดบทเรียนแผ่นดินถล่มในอะแลสกา ภัยพิบัติสุดสะพรึงยุคโลกร้อน” ได้ในนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนมิถุนายน 2569
.
#NationalGeogrphicThailand
RSS) ที่มา : National Geographic Thailand's












