ไขข้อสงสัย คนแบบไหนที่ยุงชอบกัดเป็นพิเศษ ปัจจัยอะไรที่ทำให้บางคนถึงดึงดูดยุงมากัดมากกว่า ?

ที่มาของภาพ : NurPhoto by ability of Getty Photos

ภาพระยะใกล้ของยุงสองตัวที่เกาะอยู่บนผิวหนังของมนุษย์
Article Knowledge
    • Author, แคทเธอรีน หวัง
    • Role, บีบีซีนิวส์
  • Printed
  • เวลาอ่าน: 5 นาที

ฉันเป็นคนหนึ่งที่ยุงชอบกัดมาก

ไม่ว่าจะไปเที่ยวช่วงวันหยุดฤดูร้อนที่ไหนในโลก สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือฉันมักจะถูกยุงกัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แถมยังทิ้งรอยบวมแดงขนาดใหญ่ที่คันทรมานอยู่นานหลายสัปดาห์

ในขณะที่คนอื่นที่ไปด้วยกันกลับไม่เป็นอะไรเลย ไม่ถูกกัดเลยสักนิด หรือถ้าถูกกัดก็มักจะเหลือเพียงจุดแดงเล็ก ๆ เท่านั้น เพื่อน ๆ ล้อฉันมานานว่าเลืoดของฉันคง “หวานเย้ายวนใจ”

ปรากฏว่าสิ่งที่พวกเขาพูดอาจเป็นเรื่องจริง ร่างกายของเราหลั่งตัวบ่งชี้ทางชีวภาพออกมามากมาย รวมถึงลมหายใจและกลิ่นตัว ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าใครจะถูกยุงกัดได้ง่ายกว่ากัน สำหรับบางคน ตัวบ่งชี้เหล่านั้นมีความดึงดูดอย่างรุนแรง

นี่คือ 3 วิธีที่พวกสัตว์ดูดเลืoดชนิดนี้ใช้ในการติดตามหาตัวคุณ

คาร์บอนไดออกไซด์เป็นสัญญาณที่บอกว่าคุณพร้อมให้ยุงกัดแล้ว

ยุงตัวเมียเท่านั้นที่กัดมนุษย์ โดยพวกมันถูกดึงดูดด้วยเลืoดของเราเพราะมันมีโปรตีนที่จำเป็นต่อการพัฒนาไข่ของพวกยุง

โดยยุงจะใช้สัญญาณทางสายตาและกลิ่นเพื่อระบุเป้าหมายจากระยะประมาณ 10 เมตร ซึ่งรวมถึงกลุ่มก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่เราปล่อยออกมาจากลมหายใจและผิวหนังด้วย

ที่มาของภาพ : FreshSplash by ability of Getty Photos

โดยทั่วไปแล้ว สตรีมีครรภ์จะหายใจออกโดยปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมามากกว่าคนทั่วไปและมีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่า ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เป็นปัจจัยที่ดึงดูดยุง

ลมหายใจของมนุษย์จะส่งสัญญาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปยังยุง ซึ่งเป็นการกระตุ้น “พฤติกรรมการหาแหล่งอาหาร” ในอวัยวะรับกลิ่นของพวกมัน ด้วยเหตุนี้ มนุษย์ผู้ใหญ่จึงดึงดูดยุงได้มากกว่าเด็กเพราะผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า

Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and proceed readingได้รับความนิยมสูงสุด

Cease of ได้รับความนิยมสูงสุด

นั่นหมายความว่ายุงจะถูกดึงดูดไปยังแหล่งกำเนิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ไม่ใช่มนุษย์ด้วยเช่นกัน นั่้นทำให้น้ำแข็งแห้ง (dry ice) และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แบบบรรจุขวดกลายเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์สำหรับใช้ทำกับดักยุง

อุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นช่วยเพิ่มแรงดึงดูด

งานศึกษาหลายชิ้นยังแสดงให้เห็นด้วยว่า ยุงถูกดึงดูดด้วยความร้อนและความชื้น ซึ่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ช่วยเสริมแรงดึงดูดที่มีต่อความอบอุ่นนี้ให้มากขึ้นไปอีก

ด้วยเหตุนี้ สตรีมีครรภ์จึงเป็นที่ดึงดูดต่อยุงมากกว่าสตรีที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ถึงสองเท่า เนื่องจากช่วงตั้งครรภ์ผู้หญิงจะมีความต้องการในการเผาผลาญพลังงานและปริมาณการหายใจที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้ร่างกายปล่อยความร้อนและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ออกมามากกว่าปกติ

“คุณมีเตาหลอมเล็ก ๆ อยู่ภายในตัวคุณ คุณจึงตัวร้อนกว่าคนอื่น” สตีฟ ลินด์ซีย์ ศาสตราจารย์ด้านกีฏวิทยาทางสาธารณสุขจากมหาวิทยาลัยเดอรัม ในสหราชอาณาจักร กล่าว

ส่วนผู้ที่กำลังออกกำลังกายอาจเป็นที่ดึงดูดต่อยุงชั่วคราว โดยเฉพาะในช่วงระหว่างและหลังการออกกำลังกายทันที เนื่องจากความต้องการเผาผลาญพลังงานที่เพิ่มขึ้นทำให้ร่างกายผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากขึ้น อีกทั้งยังทำให้ตัวร้อนและมีเหงื่อออกมากขึ้นด้วย

นอกจากนี้ ผู้ที่มีร่างกายใหญ่ ซึ่งโดยปกติแล้วจะผลิตความร้อนและหายใจออกปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่า ก็อาจดึงดูดยุงได้เช่นกัน

ผิวหนังปล่อยกลิ่นแห่งความสำเร็จออกมา

เมื่อยุงเข้าใกล้เป้าหมาย ในระยะน้อยกว่า 10 เมตร พวกมันจะระบุตัวเหยื่อผ่านสัญญาณหลายรูปแบบ รวมถึงกลิ่นจากผิวหนังและลมหายใจ

“โดยพื้นฐานแล้วมันคือเรื่องของกลิ่น” ลินด์ซีย์กล่าว ซึ่งเป็นสิ่งที่กำหนดว่ายุงจะเลือกกัดใคร

“สารเคมีขนาดเล็กที่มีความระเหยสูงคือปัจจัยที่สร้างความแตกต่าง ยุงอาศัยอยู่ในโลกของสารเคมี”

ที่มาของภาพ : boonchai wedmakawand by ability of Getty Photos

ยุงถูกพบได้ในทุกทวีปทั่วโลกยกเว้นทวีปแอนตาร์กติกา โดยมีสายพันธุ์ต่าง ๆ มากกว่า 3,500 สายพันธุ์ทั่วโลก

ลินด์ซีย์ร่วมกับนักวิทยาศาสตร์คนอื่น ๆ ได้หักล้างความเชื่อผิด ๆ ที่ว่าคนที่มี “เลืoดหวาน” จะถูกยุงกัดง่ายกว่า โดยพบว่าแท้จริงแล้วยุงถูกดึงดูดด้วย “กลิ่นผิวหนัง” ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเรา

จุลินทรีย์บนผิวหนังสามารถย่อยสลายคาร์โบไฮเดรต กรดไขมัน และเปปไทด์บนผิวหนัง ให้กลายเป็นสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (volatile natural compounds – VOCs) ซึ่งระเหยสู่อากาศได้ง่ายและยุงสามารถแยกแยะความแตกต่างได้ โดยผิวหนังของเรามีสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่ายมากกว่า 500 ชนิด

โดยปกติแล้วยุงจะถูกดึงดูดด้วยแอมโมเนียและกรดแลกติกบนผิวหนังของเราอยู่แล้ว และการมีอยู่ของกรดคาร์บอกซิลิกก็ยิ่งทำให้แรงดึงดูดนี้มีมากขึ้นไปอีก

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยร็อกกี้เฟลเลอร์ ในสหรัฐอเมริกา ได้วิเคราะห์กลิ่นผิวหนังของอาสาสมัคร 64 คนที่สวมปลอกแขนไนลอนเป็นเวลา 6 ชั่วโมง โดยใช้ปลอกแขนเหล่านี้ทำหน้าที่เป็น “อุปกรณ์เก็บกลิ่น” ผลปรากฏว่ายุงแสดงความชอบต่อกลิ่นของบุคคลที่มีระดับกรดคาร์บอกซิลิกสูงกว่าอย่างชัดเจน

นักวิจัยได้คำนวณคะแนนความดึงดูดของแต่ละคนและพบว่า คะแนนสูงสุดนั้นสูงกว่าคะแนนต่ำสุดถึง 100 เท่า ซึ่งความแตกต่างนี้คงที่ต่อเนื่องยาวนานหลายปี ไม่ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างไรก็ตาม ลินด์ซีย์กล่าวว่า “ความน่าดึงดูดของคุณ ที่มีต่อยุง นั้นค่อนข้างถูกกำหนดไว้เสียชีวิตตัวแล้ว”

ที่มาของภาพ : Paula Bronstein by ability of Getty Photos

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า เราทุกคนควรป้องกันตนเองจากยุง ไม่ว่าเราจะคิดว่าตัวเองกำลังถูกยุงกัดอยู่หรือไม่ก็ตาม

จุลินทรีย์บนผิวหนังก็มีผลต่อความน่าดึงดูดใจของเราที่มีต่อยุงเช่นกัน

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวาเกนินเกน ในเนเธอร์แลนด์พบว่า ผู้ที่ยุงก้นปล่องชอบกัดจะมีกลุ่มแบคทีเรียบนผิวหนังที่แตกต่างไปจากคนที่ไม่ค่อยถูกยุงกัด โดยกลุ่มแบคทีเรียจะมีจำนวนหนาแน่นกว่าแต่มีความหลากหลายน้อยกว่า ซึ่งอาจเป็นเพราะแบคทีเรียบนผิวหนังมีบทบาทสำคัญในการสร้างกลิ่นกายของมนุษย์ และหากปราศจากแบคทีเรียเหล่านี้ เหงื่อของมนุษย์ก็จะไม่มีกลิ่นสำหรับจมูกของคนเรา

การศึกษาในฝาแฝดแสดงให้เห็นว่า ฝาแฝดแท้จะดึงดูดยุงได้เท่า ๆ กัน ในขณะที่ฝาแฝดเทียมจะมีความแตกต่างกัน ซึ่งบ่งชี้ว่ากลิ่นที่มีผลต่อ “ความน่าถูกกัด” นั้นสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้

การกัดของยุงแต่ละครั้งนั้นไม่เหมือนกัน

ปฏิกิริยาต่อการถูกยุงกัดสำหรับแต่ละคนนั้นแตกต่างกันได้อย่างมาก การศึกษาความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมทั่วทั้งจีโนมพบความเชื่อมโยงทางพันธุกรรมที่ชัดเจน ระหว่างยีนในระบบภูมิคุ้มกันของเรา กับอิทธิพลที่ยีนเหล่านั้นมีต่อวิธีที่ร่างกายตอบสนองต่อการถูกยุงกัด และที่น่าสนใจคือ บริเวณทางพันธุกรรมเหล่านั้นยังซ้อนทับกับยีนที่เกี่ยวข้องกับโรคภูมิแพ้อีกด้วย

นอกจากนี้ แนวโน้มทางร่างกายที่จะมีปฏิกิริยาต่อรอยกัดรุนแรงและใหญ่กว่าปกติ (ทั้งขนาดและระดับความคัน) อาจทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองเป็น “แม่เหล็กดึงดูดยุง” โดยเฟอร์กูสันกล่าวว่า “บางคนคิดว่าตัวเองถูกยุงกัดมากกว่าคนอื่นเพราะมีปฏิกิริยาตอบสนองที่รุนแรงกว่า ในขณะที่บางคนอาจถูกยุงกัดบ่อยแต่แทบไม่มีอาการใด ๆ เลย”

และแม้ว่าบางคนอาจเป็นเป้าหมายที่ดึงดูดยุงได้ง่ายกว่าในทางชีวภาพ แต่ไม่มีใครที่ปลอดภัยจากเรดาร์ของยุงได้อย่างสมบูรณ์

ดังนั้น “ถึงแม้คุณจะเชื่อว่าคุณจะไม่ถูกกัด แต่คุณก็ยังควรป้องกันตัวเองอยู่ดี” เฟอร์กูสันกล่าว