
นายธีรยุทธ เลิศศิรรังสรรค์ กรรมการสมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์คไฟฟ้า กล่าวว่า จากมติของคณะกรรมการมาตรฐานผลิตเหล็กอุตสาหกรรม (กมอ.) ที่มีมติจำกัดกรรมวิธีการทำเหล็กแท่ง ที่ใช้ทำเหล็กข้ออ้อยให้ทำได้เฉพาะวิธีเตาเบสิกออกซิเจน (BO) หรือวิธีเตาอาร์กไฟฟ้า (EAF) ซึ่งไม่สามารถหลอมจากเตาหลอมประเภท Induction Furnace (IF) หรือเตาหลอมโลหะด้วยการเหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้า เพื่อมาใช้เป็นส่วนประกอบสร้างเสา หรือคานของตึกสูง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะ
ทั้งนี้ ทางสมาคมฯต้องการชี้แจงข้อเท็จใน 3 ประเด็นที่สังคมอาจมีคำถามประกอบด้วย ประเด็นที่ 1 เป็นการกีดกันทางการค้าหรือไม่ ทางสมาคมฯเห็นว่ามติ กมอ.คือความถูกต้องทางกฎหมายและสังคม ไม่ได้เป็นการกีดกันทางการค้า แต่เป็นการสร้างแนวปฎิบัติตามมาตรฐานสากลในเชิงคุณภาพและความปลอดภัย เป็นหน้าที่และอำนาจโดยตรงของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และกระทรวงอุตสาหกรรม
เหตุผลหลัก คือ สมอ. มีหน้าที่คัดกรองสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานไม่ให้เข้าถึงผู้บริโภคทั่วไป เพราะประชาชนไม่มีเวลาหรือเครื่องมือในการตรวจสอบโครงสร้างทางเคมีของเหล็กเส้นทุกเส้นในบ้านตัวเอง สมอ.ต้อง “คัดกรองสินค้าที่อาจก่อให้เกิดอันตราย” ต่อชีวิตและทรัพย์สินของสาธารณชน โดยเหล็กโครงสร้างที่คุมคุณภาพจะมีสารเจือปนไม่ได้ เพราะนั่นคือความเสี่ยงต่อนิรภัยอาคาร นอกจากนี้ สมอ. กำลังคุ้มครองผู้บริโภคจากสินค้าที่อาจมีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อปกป้องมาตรฐานอุตสาหกรรมภาพรวมของประเทศ
ประเด็นที่ 2 กระบวนการร่างแก้ไขมาตรฐานเหล็กที่เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ อาจทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง สมอ.และกระทรวงอุตสาหกรรม กังวลว่าจะถูกฟ้องร้อง ซึ่งข้อเท็จจริงทางสมาคมฯมองว่ารัฐมีหน้าที่บนหลักนิติธรรม เป็นการดำเนินงานที่ชอบด้วยกฎหมาย โปร่งใส และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในการคุ้มครองผลประโยชน์สาธารณะ
ประเด็นที่ 3 ที่กังวลว่าการแก้ไขร่างมาตรฐานเหล็กฉบับใหม่จะเอื้อประโยชน์กับกลุ่มผู้ประกอบการเหล็กที่ใช้เตาหลอมประเภท EAF จะผูกขาดและฉวยโอกาส ขึ้นราคาเหล็กเส้นนั้น ทางสมาคมฯขอชี้แจงว่าข้อเท็จจริงเป็นไปไม่ได้ในทางเศรษฐศาสตร์ และโครงสร้างอุตสาหกรรมในปัจจุบันด้วยเหตุผล 2 ข้อหลัก คือ 1.กำลังการผลิตล้นเหลือ ปัจจุบันความต้องการใช้เหล็กในประเทศ น้อยกว่ากำลังผลิตรวมของกลุ่ม EAF และโรงรีดด้วย Import Billet มากกว่า 3 เท่า ทุกวันนี้โรงงาน EAF ส่วนใหญ่ผลิตแค่ช่วงกลางคืน หากตลาดต้องการเพิ่มขึ้นยังมีกำลังผลิตที่จะเดินเครื่องช่วงกลางวันมารองรับ จึงไม่มีทางเกิดภาวะ “เหล็กขาดตลาดจนราคาพุ่ง” นอกจากนั้นมีการนำ billet จากการผลิต BO เข้ามารีดขายปกติ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนมาก และ 2.การขาดแคลนเป็นเรื่องเฉพาะหน้า หากเกิดการตื่นตระหนกระยะสั้น เป็นเรื่องที่ป้องกันได้ล่วงหน้าผ่านกลไกติดตามของรัฐ
“สมาคมฯเห็นด้วยกับ ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ และสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ที่เสนอแนะว่าถึงเวลาที่ต้องยกระดับมาตรฐานการผลิตเหล็กของไทย หลักการเรื่องความปลอดภัยของชีวิตประชาชน เป็นเรื่องระดับโครงสร้างขั้นพื้นฐานที่ไม่สามารถสั่นคลอนได้ และเราไม่สามารถเอาปัญหาเฉพาะหน้าหรือความตื่นตระหนกเรื่องราคาระยะสั้นมาเป็นข้ออ้างในการปล่อยให้สินค้าเสี่ยงอันตรายอยู่ในตลาดต่อไปได้” นายธีรยุทธ กล่าว











