
‘กรมบัญชีกลาง’ เปิดรับฟังร่าง พ.ร.ฎ.เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลฯ ‘ขรก.’ ฉบับ ชงแก้ไขเพิ่มเติม 4 ประเด็น ป้องกันการใช้สิทธิผิดปกติ-ซ้ำซ้อนเกินความจำเป็น
………………………………….
สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ค.2569 กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการร่าง พ.ร.ฎ.เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล (ฉบับที่…) พ.ศ… ซึ่งเป็นการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.ฎ.เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ.2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2555 โดยกรมบัญชีกลางจะเปิดรับฟังหลักการร่าง พ.ร.ฎ.เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ดังกล่าวถึงวันที่ 8 ส.ค.2569
สำหรับหลักการของ ร่าง พ.ร.ฎ.เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล (ฉบับที่…) พ.ศ… ประกอบด้วย
1.กำหนดให้สถานพยาบาลที่จะสามารถใช้สิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาล ต้องขึ้นทะเบียนกับกระทรวงการคลังเพื่อประโยชน์ในการเชื่อมโยงระบบการเบิกจ่ายอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้สามารถให้บริการได้อย่างรวดเร็ว และสามารถป้องกันการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2.กำหนดให้ผู้มีสิทธิมีหน้าที่และความรับผิดชอบในพฤติกรรมของบุคคลในครอบครัวในการใช้สิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาล มิให้มีการใช้สิทธิอย่างไม่สมควรหรือโดยมิชอบ
3.กำหนดให้ผู้มีสิทธิมีอิสระในการเลือกให้บุคคลในครอบครัวบุคคลใดสามารถใช้สิทธิสวัสดิการ หรือจะแจ้งระงับการใช้สิทธิสวัสดิการของบุคคลในครอบครัวบุคคลใดก็ได้
4.สร้างกลไกที่ส่งเสริมให้สถานพยาบาลต้องมีนโยบายและมาตรการที่มีประสิทธิภาพตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
“ปัจจุบันกรมบัญชีกลางได้มีการพัฒนาระบบเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาล เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการรักษาพยาบาลให้แก่ผู้มีสิทธิ ซึ่งประกอบด้วย ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ รวมถึงและบุคคลในครอบครัวของผู้มีสิทธิ โดยไม่ต้องทดรองจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาล และกำกับดูแลการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการรักษาพยาบาล
จากการตรวจสอบการใช้สิทธิเบิกจ่ายเงินสวัสดิการรักษาพยาบาล พบว่า ผู้มีสิทธิหรือบุคคลในครอบครัวมีการใช้สิทธิผิดปกติหลายกรณี เช่น เข้ารับบริการในสถานพยาบาลหลายแห่งระยะเวลาใกล้เคียงกัน หรือมีการเข้ารับบริการเกิน 3 สถานพยาบาลต่อเดือน ด้วยโรคเดียวกัน และได้รับยาประเภทเดียวกัน จนมีปริมาณยาสะสมจำนวนมาก เป็นต้น อันเป็นการทำให้ราชการได้รับความเสียหาย
ดังนั้น เพื่อให้ผู้ได้รับสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลตระหนักถึงความสำคัญในการเข้ารับบริการรักษาพยาบาลตามความจำเป็นและเหมาะสม อีกทั้งยังเป็นการป้องกันการใช้สิทธิซ้ำซ้อนเกินความจำเป็น จึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงร่าง พ.ร.ฎ.ฉบับนี้ โดยผู้มีสิทธิยังสามารถเข้ารับการรักษาจากทางสถานพยาบาลของรัฐและเอกชนได้อย่างมีคุณภาพ เป็นธรรม และโปร่งใส” กรมบัญชีกลาง ระบุ
รายงานข่าวแจ้งว่า ภายใต้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรนั้น รัฐบาลได้จัดสรรกรอบวงเงินสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ จำนวน 94,200 ล้านบาท เท่ากับปีงบ 2569 ที่รัฐบาลจัดสรรงบเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐที่ 94,200 ล้านบาท
ขณะที่ในปีงบ 2568 รัฐฐบาลจัดสรรงบเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ 93,800 ล้านบาท ,ในปีงบ 2567 รัฐฐบาลจัดสรรงบเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ seventy 9,565 ล้านบาท และในปีงบ 2566 รัฐฐบาลจัดสรรงบเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ 76,000 ล้านบาท













