
.
ดาวเทียม THEOS-2 ได้บันทึกภาพเวนิสจากมุมมองอวกาศ เผยให้เห็นโครงสร้างของเมืองที่ตั้งอยู่ภายในทะเลสาบเวนิส ใกล้กับทะเลเอเดรียติก ภาพดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนความมหัศจรรย์ของการตั้งถิ่นฐานและความก้าวหน้าทางวิศวกรรมในอดีต แต่ยังแสดงให้เห็นว่า ที่ตั้งของเมืองมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลเพียงใด
.
จากภาพถ่ายดาวเทียมสามารถมองเห็นพื้นที่หลักของเวนิสที่แบ่งออกเป็นสองฝั่ง โดยมี “คลองแกรนด์คาแนล” หรือ Massive Canal คดเคี้ยวผ่านใจกลางเมือง พื้นที่ทางฝั่งตะวันตกตั้งอยู่ใกล้กับแผ่นดินใหญ่ และมีทั้งเส้นทางรถไฟและสะพานเชื่อมเข้าสู่ตัวเมือง ขณะที่คลองสายย่อยจำนวนมากแทรกตัวอยู่ระหว่างอาคารบ้านเรือนทั่วพื้นที่ ส่งผลให้เรือกลายเป็นยานพาหนะสำคัญสำหรับการเดินทางและขนส่งในชีวิตประจำวัน แม้เวนิสจะมีพื้นที่ไม่มากนัก แต่อาคารบ้านเรือนกลับตั้งอยู่อย่างหนาแน่น เพื่อรองรับทั้งประชากรในท้องถิ่นและผู้คนจำนวนมากที่เดินทางเข้ามาเยือน
.
พื้นที่ของเวนิสไม่ได้เป็นเกาะขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นเองทั้งหมดตามธรรมชาติ แต่ประกอบด้วยเกาะขนาดเล็กภายในทะเลสาบ ซึ่งมนุษย์ได้พัฒนาและก่อสร้างเมืองขึ้นโดยใช้ท่อนซุงจำนวนมหาศาลตอกลึกลงไปในชั้นดินอ่อน เพื่อทำหน้าที่เป็นฐานรากรองรับอาคารและสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ท่อนไม้เหล่านี้สามารถคงสภาพอยู่ได้เป็นเวลานาน เนื่องจากถูกฝังอยู่ในชั้นดินที่แทบไม่มีออกซิเจน จึงช่วยชะลอกระบวนการผุพัง ขณะเดียวกัน แร่ธาตุในน้ำและชั้นตะกอนยังค่อย ๆ แทรกซึมเข้าสู่เนื้อไม้ ทำให้ฐานรากมีความแข็งแรงมากขึ้น
.
จากภูมิปัญญาดังกล่าว เวนิสจึงเติบโตขึ้นบนหมู่เกาะน้อยใหญ่กว่า 100 เกาะ เชื่อมต่อถึงกันด้วยสะพานหลายร้อยแห่ง และมีเครือข่ายลำคลองกระจายอยู่ทั่วเมือง กลายเป็นโครงสร้างเมืองกลางน้ำที่สะท้อนความสามารถของมนุษย์ในการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ
.
อย่างไรก็ตาม การตั้งอยู่ท่ามกลางผืนน้ำก็ทำให้เวนิสต้องเผชิญความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมโดยตรง โดยเฉพาะปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุน ซึ่งทำให้พื้นที่บางส่วนของเมืองเกิดน้ำท่วมขังเป็นระยะ เหตุการณ์ลักษณะนี้มีแนวโน้มเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้น เมื่อระดับน้ำทะเลเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
.
ปัจจุบัน มีการนำระบบประตูกั้นน้ำขนาดใหญ่มาใช้บริเวณช่องทางเชื่อมระหว่างทะเลสาบเวนิสกับทะเลเอเดรียติก เพื่อช่วยป้องกันน้ำทะเลหนุนเข้าสู่พื้นที่เมืองในช่วงที่ระดับน้ำสูงผิดปกติ แม้ระบบดังกล่าวจะช่วยลดความเสียหายจากน้ำท่วมได้ในระดับหนึ่ง แต่หากระดับน้ำทะเลยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมืองอาจต้องเผชิญข้อจำกัดทั้งด้านประสิทธิภาพ ค่าใช้จ่าย และความถี่ในการใช้งานระบบมากขึ้นในอนาคต
.
นอกจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นแล้ว การทรุดตัวของแผ่นดินยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเปราะบางให้แก่เวนิส โดยในอดีตมีการสูบน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้ประโยชน์เป็นเวลานาน ส่งผลให้ชั้นดินเกิดการอัดตัวและระดับพื้นดินลดต่ำลง แม้ปัจจุบันการสูบน้ำใต้ดินจะได้รับการควบคุมมากขึ้น แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นยังคงเพิ่มความเสี่ยงให้แก่เมือง เมื่อประกอบกับระดับน้ำทะเลที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
.
ภาพจากดาวเทียม THEOS-2 จึงไม่ได้เผยให้เห็นเพียงความงดงามของนครกลางน้ำจากมุมมองอวกาศเท่านั้น แต่ยังช่วยให้มองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างเมือง มนุษย์ และสิ่งแวดล้อมได้อย่างชัดเจน เวนิสเป็นตัวอย่างของเมืองที่มนุษย์สร้างและพัฒนาขึ้นท่ามกลางข้อจำกัดของธรรมชาติ ด้วยภูมิปัญญาและความก้าวหน้าทางวิศวกรรมที่สืบทอดมายาวนาน
.
ภาพจาก สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)
.
#Nationalgeographicthailand
RSS) ที่มา : Nationwide Geographic Thailand's












