
อาการเจ็บป่วยฉุกเฉินเป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิด แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วสิ่งที่เป็นกังวลตามมาคือ “ค่ารักษาพยาบาล” โดยเฉพาะเมื่อต้องแอดมิตเข้าห้องฉุกเฉิน (ER) รัฐบาลจึงได้กำหนดนโยบาย สิทธิยูเซป (UCEP : Standard Coverage for Emergency Sufferers) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่” เพื่อคุ้มครองผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะวิกฤตถึงแก่ชีวิต ให้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุดได้ทุกแห่งทั่วประเทศ โดยไม่ต้องสำรองจ่ายภายใน 72 ชั่วโมงแรก เพื่อให้การเคลื่อนย้ายและรักษาผู้ป่วยเป็นไปอย่างปลอดภัยที่สุด
6 อาการเข้าข่ายเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต (สิทธิ UCEP)
ผู้บริโภคสามารถใช้สิทธิได้ทันทีโดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง หากมีอาการดังต่อไปนี้:
- หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ
- หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง หายใจติดขัดมีเสียงดัง
- เจ็บหน้าอกเฉียบพลันรุนแรง
- ซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น หรือมีอาการชัก
- แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด หรือชักต่อเนื่องไม่หยุด
- อาการอื่นๆ ร่วมที่มีผลต่อการหายใจ ระบบการไหลเวียนโลหิต และระบบสมอง
ข้อควรรู้: หากพบผู้ป่วยมีอาการเข้าข่าย สามารถโทรแจ้งสายด่วนฉุกเฉิน 1669 และนำส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใกล้ที่สุดได้ทันทีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใน 72 ชั่วโมงแรก
5 ขั้นตอนการใช้สิทธิ UCEP ที่ประชาชนต้องรู้
- ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตเข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
- โรงพยาบาลทำการประเมินอาการและคัดแยกระดับความฉุกเฉิน ตามแนวทางของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
- ศูนย์ประสานงานฯ และโรงพยาบาล จะแจ้งผลการประเมินให้ผู้ป่วยหรือญาติทราบ
- กรณีเข้าเกณฑ์ฉุกเฉินวิกฤต (ถึงแก่ชีวิต): จะได้รับความคุ้มครองทันที ตามสิทธิ UCEP เป็นระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง
- กรณีไม่เข้าเกณฑ์: ต้องรีบประสานโรงพยาบาลตามสิทธิที่ลงทะเบียนไว้ (เช่น ประกันสังคม หรือบัตรทอง) เพื่อเข้ารับการรักษาในลำดับถัดไป หากประสงค์จะรักษาต่อที่เดิม ผู้ป่วยต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่ารักษาเอง
สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “สิทธิรักษา 72 ชั่วโมง”
แม้ผู้ป่วยจะได้รับสิทธิ UCEP แต่ญาติหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ต้องรีบแจ้งโรงพยาบาลตามสิทธิของผู้ป่วยให้ทราบโดยเร็วที่สุด เพื่อให้หน่วยงานต้นสังกัดรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตามเกณฑ์ภายใน 3 วัน
เมื่อครบกำหนด 72 ชั่วโมง หรือผู้ป่วยพ้นวิกฤตแล้ว จะต้องทำการย้ายผู้ป่วยไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลตามสิทธิ หากปฏิเสธการย้ายและต้องการนอนห้องฉุกเฉินหรือรักษาที่เดิมต่อ ผู้ป่วยจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นเอง
พบปัญหาการใช้สิทธิ ร้องเรียนได้ที่ไหน?
หากผู้บริโภคพบปัญหาในการใช้สิทธิ UCEP หรือถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่าย สามารถติดต่อประสานงานและร้องเรียนได้ที่:
ศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิ ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต (สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ): โทร. 02-872-1669 (ตลอด 24 ชั่วโมง)
สภาผู้บริโภค: สายด่วน 1502 หรือเว็บไซต์ tcc.or.th

ทำไมควรมี “ประกันสุขภาพ” แม้จะมีสิทธิ UCEP?
แม้สิทธิ UCEP จะเป็นหลักประกันที่สำคัญในยามวิกฤต แต่ในความจริงแล้ว มีหลายกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการเจ็บป่วยรุนแรง เช่น ไข้สูงมาก หรือปวดท้องอย่างหนัก แต่เมื่อแพทย์ประเมินแล้ว “ไม่เข้าข่ายภาวะวิกฤตถึงแก่ชีวิต (UCEP)” ผู้ป่วยจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเข้าห้องฉุกเฉินเองทั้งหมด ซึ่งอาจเริ่มต้นตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นบาทต่อครั้ง
การมี ประกันสุขภาพ ส่วนบุคคล (เช่น แผนประกันสุขภาพจากวิริยะประกันสุขภาพ ที่คุ้มครองครอบคลุมทั้งผู้ป่วยนอก OPD และผู้ป่วยใน IPD) จึงเป็นอีกหนึ่งเกราะป้องกันที่สำคัญ ที่ช่วยอุดช่องโหว่ความเสี่ยง และช่วยเซฟค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินที่ไม่เข้าเกณฑ์สิทธิของรัฐได้อย่างไร้รอยต่อ
ขอบคุณข้อมูลจาก สภาองค์กรของผู้บริโภค/สำนักงานประกันสังคม











