
‘วรศิษฎ์’ เผยคืบหน้าการดำเนินคดีกรณีการจับโกงสอบท้องถิ่น ชี้รายชื่อทั้ง 5,925 คน ส่งต่อ 5 หน่วยงาน ‘สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ-ป.ป.ท.-ปปง.-บก.ปปป.-DSI’ ฟันเอาผิดอาญาแล้ว
สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า วันที่ 14 สิงหาคม 2569 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ยังเดินหน้าตามมาตรการจัดการปัญหาทุจริตการสอบท้องถิ่น โดยส่งรายชื่อและข้อมูลผู้ที่พบว่ามีการเพิ่มคะแนน จำนวน 5,925 ราย ให้แก่หน่วยงานตามบันทึกความร่วมมือ (MOU) จำนวน 5 หน่วยงาน เพื่อดำเนินการตรวจสอบและดำเนินคดีตามอำนาจหน้าที่ต่อไป ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช. ), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(บก.ปปป.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อให้แต่ละหน่วยงานนำข้อมูลไปตรวจสอบในส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านการทุจริต ความผิดทางอาญา และเส้นทางทางการเงิน ตามอำนาจและกระบวนการของแต่ละหน่วยงาน
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นอีกขั้นตอนสำคัญในการจัดการปัญหาการทุจริตสอบท้องถิ่น โดยกระทรวงมหาดไทยไม่ได้มุ่งเพียงแก้ไขผลคะแนนหรือจัดการในส่วนของกระบวนการสอบเท่านั้น แต่ต้องทำให้ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายด้วย การคืนความเป็นธรรมให้คนที่สอบอย่างสุจริต ต้องเดินคู่กับการตรวจสอบคนที่ทำให้ระบบสอบเกิดความเสียหาย วันนี้ สถ. ได้ส่งข้อมูล 5,925 รายให้หน่วยงานที่มีอำนาจแล้ว จากนี้เป็นหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่
มท.4 กล่าวย้ำว่า การส่งข้อมูลในครั้งนี้เป็นไปตามกรอบความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้การตรวจสอบมีความรอบด้านและเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม โดยกระทรวงมหาดไทยพร้อมสนับสนุนข้อมูลที่เกี่ยวข้องแก่หน่วยงานผู้รับผิดชอบอย่างเต็มที่ เรื่องนี้ต้องแยกให้ชัด คนสุจริตต้องได้รับความเป็นธรรม ส่วนการทุจริตต้องถูกตรวจสอบตามกฎหมาย เราจะไม่ปล่อยให้ปัญหาจบเพียงแค่การแก้คะแนน แต่ต้องเดินหน้าหาข้อเท็จจริงและให้ผู้ที่มีอำนาจตามกฎหมายดำเนินการต่อไป
ทั้งนี้ หลังจาก สถ. ส่งข้อมูลให้ทั้ง 5 หน่วยงานแล้ว การตรวจสอบและการดำเนินคดีจะเป็นไปตามอำนาจหน้าที่และกระบวนการของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างครบถ้วน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้













