
พระซุกสีกาคากุฏิเจ้าอาวาสเผยพระรูปดังกล่าวขอมาอยู่ด้วยเพราะในหมู่บ้านมีงานศwเยอะเงินดี
วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 จากกรณี นายสินสวัสดิ์ ศรธเดช ผู้ใหญ่บ้านบ้านศรีวิไล พร้อมชาวบ้านบุกเข้าไปกุฏิที่วัดศิลาอาสน์ บ้านศรีวิไล ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อตี 1 คืนวันที่ 28 พ.ค.69 ที่ผ่านมา เจอหลักฐานคาตา พระวรวิทย์ อายุ 55 ปี นุ่งผ้าขนหนูตัวเดียวอยู่ในกุฏิกับสีกา อายุ 29 ปี เมื่อจำนนต่อหลักฐานพระวรวิทย์ยอมสึกในคืนวันนั้นเลยจากนั้นหญิงสาวได้ขับรถจยย.ออกจากวัดไปทันที
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดศิลาอาสน์ พบว่ากุฏิดังกล่าวถูกล็อคด้วยกุญแจที่ประตูหน้ากุฏิ พระฉาวรูปดังกล่าวไม่อยู่ที่วัดแล้ว มีเพียงเจ้าอาวาสอยู่รูปเดียวเท่านั้น
พระแววดาว นาฆะวโร เจ้าอาวาสวัดศิลาอาสน์ เปิดเผยว่า เรื่องส่วนตัวของพระรูปนี้อาตมาไม่รู้เท่าไหร่แต่เห็นมาอยู่ก่อนช่วงปีใหม่ 69 มีพระในวัดมาบอกอาตมาว่า พระรูปนี้อยากมาจำพรรษาที่วัดแห่งนี้เพราะเห็นในหมู่บ้านมีงานศwและเงินเยอะดีจึงอยากมาอยู่อาตมาก็ไม่ได้ห้าม มาจำพรรษาก็ประพฤติเหมาะสมกับพระภิกษุดีทุกอย่าง แต่จู่ๆ เรื่องไม่ดีก็โผล่มาปรากฏ พระทำไม่ดีแบบนี้ไม่ต้องพูดอะไรมากปาราชิกเหมือนโทษประหารเลย ต้องขาดจากการเป็นพระ เมื่อคืนพระรูปนี้ก็สึกไปทันที
ขณะที่นายสินสวัสดิ์ ศรธเดช ผู้ใหญ่บ้านบ้านศรีวิไล เปิดเผยว่า ในหมู่บ้านไม่เคยมีเรื่องแบบนี้ ช่วงก่อนตี 1 มีชาวบ้านขับรถจะไปเก็บเห็ดแต่เห็นหญิงสาวขับรถเข้าไปในกุฏิจึงโทรแจ้งผู้ใหญ่บ้าน จึงนำชาวบ้านเข้าไปตรวจสอบก็พบหญิงสาวอยู่ในกุฏิ พระวรวิทย์ก็ยอมรับและยอมสึก และพากันออกไปจากวัดทันที ทราบว่าพระรูปนี้อยู่จำพรรษาที่วัดใน อ.ประจักษ์ศิลปาคมมาถึง 9 พรรษา ส่วนหญิงสาวคนดังกล่าวก็อยู่อ.ประจักษ์ศิลปาคม เป็นไปได้รู้จักกันตั้งแต่นั้นมา และพระรูปนี้ได้มาขอเจ้าอาวาสมาจำพรรษาที่วัดเพราะอยู่ใกล้บ้าน เรื่องฉาวแบบนี้ชาวบ้านรับไม่ได้เป็นพระต้องครองสมณเพศถือศีลให้ครบ 227 ข้อ ต้องประพฤติตัวให้ชาวบ้านศรัทธา ยอมรับชาวบ้านมองว่าเรื่องแบบนี้ทำไม่เหมาะสมต้องสึกจากการเป็นพระจะดีกว่า












