
ครม.รับทราบข้อเสนอ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อป้องกันการทุจริต โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เน้นย้ำความคุ้มค่าด้านงบประมาณในการทำแผนพัฒนา เพื่อใหเป็นไปตามมาตรการการออกแบบของ ICAO ชี้ปัญหาและอุปสรรคต้องรายงานกลับมาภายใน 90 วัน
สำนักข่าวอิศรา . รายงานว่า วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบกรณีข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริต โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช. ) เสนอและให้กระทรวงคมนาคม (คค.) เป็นหน่วยงานหลักรับเรื่องนี้ไปพิจารณาร่วมกับสำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ได้ข้อยุติ โดยให้กระทรวงคมนาคมสรุปผลการพิจารณาหรือผลการดำเนินการในภาพรวม แล้วส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งจาก สลค. เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป
สาระสำคัญของเรื่อง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) ขอให้นำข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริต โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเพื่อเป็นการป้องกันการทุจริตจากการดำเนินกิจการ โครงการ หรือกิจกรรมต่าง ๆ ของหน่วยงานของรัฐที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะการจัดทำแผนแม่บทพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้มีความคุ้มค่ากับงบประมาณที่ใช้ในการลงทุน เป็นไปตามมาตรการออกแบบสนามบินขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (World Civil Aviation Group: ICAO) และเป็นการป้องกันความเสี่ยงต่อการทุจริตในการปรับเปลี่ยนแผนแม่บทพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่เอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนรายใดรายหนึ่ง ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ที่บัญญัติให้คณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีหน้าที่และอำนาจเสนอมาตรการ ความเห็น และข้อเสนอแนะต่อรัฐมนตรี
และเมื่อคณะรัฐมนตรีได้รับแจ้งมาตรการ ความเห็น และข้อเสนอแนะขอคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ แล้ว หากเป็นกรณีที่ไม่อาจดำเนินการได้ ให้แจ้งปัญหาและอุปสรรคต่อคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ทราบต่อไป ทั้งนี้ ไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่ได้รับแจ้งจากคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ครบกำหนดวันที่ 19 เมษายน 2569) จึงเข้าข่ายลักษณะเรื่องที่ให้เสนอคณะรัฐมนตรีได้ตามมาตรา 4 (1) แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2548












