
.
ทว่าสถาบันวิจัยมัมมี่แห่งเดียวในโลก ที่เมืองโบลซาโน ประเทศอิตาลี กำลังเปลี่ยนความเข้าใจเดิมๆ ที่มองข้ามการศึกษาซากมัมมี่ออกไป ด้วยการผสานองค์ความรู้ทางการแพทย์สมัยใหม่ที่ว่า แท้จริงแล้ว “ภายในระบบทางเดินอาหาร” ต่างหากที่กุมข้อมูลความลับของมนุษย์เราเอาไว้มากยิ่งกว่ากายวิภาคส่วนใดเสียอีก และที่สำคัญซากมัมมี่ก็มีสิ่งเหล่านั้นให้ศึกษา
.
พวกเขาจึงใช้องค์ความรู้หลากสาขาวิชาและเทคโนโลยีขั้นสูง ช่วยไขความลับส่วนที่ว่าในซากมัมมี่รวมทั้งการศึกษาจาก “คูถบรรพกาล หรืออุจจาระโบราณที่ยังอยู่ในสภาพดี” แม้การศึกษายังไม่เป็นที่สิ้นสุด แต่ปลายทางที่พวกเขามองไว้คือ ข้อมูลล้ำค่าที่ไม่ใช่เพียงการจำแนกเพศ ระบุวัย และแจกแจงสายตระกูลได้เท่านั้น แต่นักโบราณคดียังมีโอกาสรับรู้วิถีชีวิตมนุษย์ยุคโบราณ อาหารการกิน แม้กระทั่งความชื่นชอบในรสชาติ ปรสิตในร่างกาย ตลอดจนโรคภัยไข้เจ็บในห้วงเวลานั้นๆ ด้วย
.
เดิมทีเราอาจเคยสนใจแต่ภาพใหญ่ๆ เช่น อาณาจักรโบราณแต่ละแห่งล่มสลายได้อย่างไร แต่การศึกษาระดับจุลชีวโมเลกุลอันเล็กจิ๋วในซากมัมมี่จะทำให้ทราบด้วยว่า จุลชีวนิเวศของมนุษย์โบราณเป็นอย่างไร ก่อนที่พวกมันจะถูกทำลายด้วยมหันตภัยจากอาหารแปรรูปและการปนเปื้อนต่างๆ ในปัจจุบัน
.
อ่านเรื่องราว เผยความลับที่เหล่ามัมมี่เก็บงำไว้ ณ สถาบันมัมมี่ศึกษาแห่งเดียวของโลก ได้ในนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนกรกฎาคม 2569
.
#NationalGeographicThailand
RSS) ที่มา : National Geographic Thailand's











