
นายฮาร่า ชินทาโร่ ผู้เชี่ยวชาญด้านมลายูศึกษา เเปลบทเเถลงการณ์ ของกองเลขาธิการการเจรจาสันติภาพ ออกเเถลงการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานี หรือบีอาร์เอ็น วันที่ 5 กรกฎาคม 2569
โดยสรุปเนื้อหา กองเลขาธิการการเจรจาสันติภาพ มองว่า พัฒนาการล่าสุดที่มีปฏิบัติการทางการทหารเพิ่มขึ้นในพื้นที่ความขัดแย้งสะท้อนให้เห็นว่า ความขัดแย้งยังดำเนินอยู่และไม่มีสัญญาณใด ๆ สำหรับการแก้ไขอย่างยั่งยืน
การต่อสู้ของบีอาร์เอ็น มีเป้าหมายที่ชัดเจน คือ กองกำลังติดอาวุธของไทย
เเละโครงการของนายทุนที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชน ทำลายสิ่งแวดล้อม และลิดรอนคุณค่าด้านอัตลักษณ์ของสังคมมลายูย้ำ บีอาร์เอ็นเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายสงครามระหว่างประเทศ/กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
บีอาร์เอ็น จึงเรียกร้องให้สังคมทั่วไปให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของตน และหลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้สถานที่เป็นเป้าหมายของปฏิบัติการทางการทหารหรือสถานที่ที่มีความเสี่ยง
กองเลขาธิการการเจรจาสันติภาพบีอาร์เอ็นมองว่า ความตึงเครียดและปฏิบัติการทางการทหารที่เพิ่มขึ้นในความขัดแย้งขณะนี้เป็นหนึ่งในผลกระทบที่เกิดจากกระบวนการสันติภาพที่ขาดความคืบหน้า
เเละย้ำว่า การเจรจาสันติภาพเป็นทางเลือกที่ถูกต้องเพื่อนำไปสู่การแก้ไขความขัดแย้งอย่างมีศักดิ์ศรี ยุติธรรมและยั่งยืน การแก้ไขความขัดแย้งที่ผ่านวิธีการทางการเมืองเป็นวิธีการที่จะสามารถยุติความขัดแย้ง กับรัฐบาลไทยเพื่อให้เกิดสันติภาพและความสงบอันแท้จริง มีศักดิ์ศรีและความยั่งยืน
ทั้งนี้ บีอาร์เอ็นขอบคุณบทบาทของรัฐบาลมาเลเซียในฐานะเป็นผู้อำนวยความสะดวกของกระบวนการเจรจาสันติภาพ และการมีส่วนร่วมของสังคมนานาชาติที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นมืออาชีพเพื่อแสวงหาแนวทางแก้ไขสำหรับความขัดแย้งอันยาวนาน
บีอาร์เอ็น หวังว่า จะได้รับการสนับสนุนในการเจรจาสันติภาพรอบนี้จากประชาคม เพื่อให้เกิดความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในความพยายามเพื่อแก้ไขความขัดแย้งนี้
ขณะที่ก่อนหน้านี้ พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวถึงกรณีที่มีบุคคลซึ่งอ้างตัวว่าเป็นผู้บัญชาการกองกำลังติดอาวุธของขบวนการ BRN ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส และมีการเสนอเงื่อนไขเกี่ยวกับการวางอาวุธและการถอนกำลังเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ในชั้นนี้ ยังไม่มีข้อมูลที่สามารถยืนยันตัวตน สถานะ หรืออำนาจในการสั่งการของบุคคลดังกล่าวได้ จึงจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังในการพิจารณาข้อมูล และไม่อาจนำคำกล่าวอ้างดังกล่าวมาใช้เป็นข้อยืนยันถึงจุดยืนขององค์กรหรือกลุ่มใดได้
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่า ประเทศไทยมีกลไกและช่องทางในการสร้างสันติสุขที่ดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายและนโยบายของรัฐอย่างชัดเจน หากบุคคลใดมีความประสงค์จะยุติการใช้ความรุนแรง กลับเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย หรือให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการคลี่คลายสถานการณ์ รัฐพร้อมดำเนินการผ่านช่องทางที่เป็นทางการ โดยยึดหลักนิติธรรม ความเป็นธรรม และการคุ้มครองสิทธิของทุกฝ่าย
สิ่งสำคัญที่ประชาชนควรพิจารณาคือ การสร้างสันติสุขที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้จากการยุติการใช้ความรุนแรงอย่างแท้จริง และการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงคำกล่าวอ้างหรือการสื่อสารผ่านสื่อมวลชนเพียงด้านเดียว
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จะยังคงปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน บังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดทุกรายโดยไม่เลือกปฏิบัติ พร้อมสนับสนุนทุกแนวทางที่นำไปสู่การลดความรุนแรงและสร้างสันติสุข ภายใต้รัฐธรรมนูญ กฎหมาย และผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ
ข่าวใต้แลได้ที่เรา ThaiPBS
( RSS) 2026-07-05 07:47:00———ข่าวอัพเดทจาก : เฟซบุ๊ค Thai PBS ศูนย์ข่าวภาคใต้ ———www.ด่วน.com อัพเดท ข่าวด่วน ข่าวร้อนประเด็นดังทุกภาคทั่วไทย












