
พวกมันอยู่ทุกที่ แต่กลับมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ทำความรู้จักโลกจิ๋วระดับจุลภาคของราเมือก

ที่มาของภาพ : Barry Webb
- Author, วิกตอเรีย คุ๊ก
- Role, บีบีซีนิวส์
ข้อต้อนรับสู่โลกแห่งราเมือก (slime mould)
ภาพที่คุณกำลังจะได้เห็นต่อจากนี้ ถ่ายโดย แบร์รี เว็บบ์ ช่างภาพผู้มอบมุมมองระดับใกล้ของสิ่งมีชีวิตราเมือกชนิดเซลล์เดียวให้กับเรา นี่คือภาพที่มนุษย์เราไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
การใช้เลนส์มาโครกำลังขยายสูงร่วมกับการนำภาพนิ่งหลายภาพมาซ้อนทับกัน เว็บบ์เผยให้เราเห็นโครงสร้างขนาดเล็กจิ๋วเหล่านี้ ซึ่งสามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพแวดล้อมหลากหลาย ตั้งแต่ป่าไปจนถึงทะเลทราย
ผลงานของเว็บบ์ได้รับรางวัลมาแล้วหลายเวที โดยงานถ่ายภาพของเขาส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปยังพื้นที่ทางตะวันตกของกรุงลอนดอน
ล่าสุดเขายังคว้ารางวัลขวัญใจมหาชนในสาขาภาพมาโคร จากเวทีรางวัลภาพถ่ายแห่งสหราชอาณาจักร (British Photography Awards) อีกด้วย
เว็บบ์บอกว่า เขา “ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามันราเมือกมีอยู่” จนกระทั่งได้รู้จักกับโลกของพวกมันในปี 2019
แม้เขาจะมีอาชีพหลักเป็นช่างทำสวน แต่เว็บบ์ก็ยังเป็นช่างภาพสมัครเล่นตัวยง และช่วงล็อกดาวน์จากโรคโควิด-19 ทำให้เขามีเวลาออกไปกลางแจ้งมากขึ้น เพื่อตามหาสิ่งมีชีวิตชนิดนี้
“มันไม่ใช่เห็ดรา ไม่ใช่พืช และก็ไม่ใช่สัตว์ มันมีความใกล้เคียงกับอะมีบามากกว่า” เขาอธิบาย
Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and proceed readingได้รับความนิยมสูงสุดSpoil of ได้รับความนิยมสูงสุด
งานถ่ายภาพของเขามุ่งเน้นไปที่ ส่วนดอกเห็ด หรือที่เรียกว่า “ฟรุตติ้งบอดี” (fruiting our bodies) ของราเมือก ซึ่งเป็นช่วงที่สีสันและความน่าตื่นตาตื่นใจเด่นชัดที่สุด และเป็นบริเวณที่มีการปล่อยสปอร์ออกมา
เขายังอธิบายว่า ราเมือกกินแบคทีเรีย สาหร่าย และเชื้อราบางชนิดเป็นอาหาร และถือเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศ
ด้านราชสมาคมพืชสวนแห่งสหราชอาณาจักร (Royal Horticultural Society) ระบุว่า ราเมือกถูกนำไปใช้ใน “การประยุกต์ใช้งานเชิงปฏิบัติที่น่าทึ่ง” หลายด้าน รวมถึงการจำลองระบบขนส่งในเมือง และการวิจัยเพื่อค้นหาสสารมืด (darkish subject)

การถ่ายภาพราเมือกไม่ใช้กระบวนการที่เรียบง่าย ทว่าเทคโนโลยีทำให้มันง่ายขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
เว็บบ์อธิบายว่า เนื่องด้วยขนาดของสิ่งที่เขาต้องการถ่าย “ภาพเพียงภาพเดียวจึงไม่สามารถถ่ายทอดความงดงามของมันออกมาได้อย่างครบถ้วน เพราะแทบจะไม่มีส่วนไหนอยู่ในระยะโฟกัสเลย”
เขาอธิบายว่า ตนเองใช้เทคนิคที่เรียกว่า “focus bracketing” ซึ่งเป็นการถ่ายภาพหลายสิบภาพ
“คุณต้องถ่ายภาพหลายภาพ บางครั้งมากกว่า 100 ภาพ แต่ละภาพจะโฟกัสเพียงชั้นบาง ๆ เล็กจิ๋ว จากนั้นนำภาพทั้งหมดเข้าโปรแกรมซอฟต์แวร์ เพื่อสร้างเป็นภาพสุดท้ายออกมา”
เว็บบ์เล่าว่า เมื่อหลายปีก่อนเขาต้องปรับโฟกัสเองทีละภาพสำหรับภาพทั้งร้อยภาพ แต่ปัจจุบันกล้องสามารถทำให้เขาได้แล้ว
“มันเป็นเทคโนโลยีที่ฉลาดมากจริง ๆ” เขาบอก












